ข่าว

อนาคตการท่องเที่ยวไทย“สดใส”ด้วยฝีมือ“2ขุนพล”

อนาคตการท่องเที่ยวไทย“สดใส”ด้วยฝีมือ“2ขุนพล”

12 ก.ค. 2553

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจาก คุณอ้อยทิพย์ นิธิยานันท์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ไปร่วมรับฟังการแถลงแผนการตลาดประจำปี 2554 ทำให้มีโอกาสได้รู้จัก คุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ คุณปร

 และทำให้ทราบว่า “หัวกะทิ” ที่กลายเป็นแผนงานทั้งหลายทั้งปวง ที่ได้จาก “การคั้นมันสมอง” ของผู้บริหารสำนักงานการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศของ ททท.ที่ไปร่วมสัมมนากันที่พัทยามาแล้วก่อนหน้านี้นั้น นอกจากจะมาจากวิสัยทัศน์ที่ คุณสุรพล เศวตเศรนี เคยแสดงไว้ก่อนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 แล้ว ยังมาจากการ “ล้วงลึก” ของคุณชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ทำหน้าที่เหมือนอาจารย์ที่คอย “จับตามอง” การทำเวิร์กช็อปของนักศึกษาอย่างใกล้ชิดนั่นเอง

 ภายในงาน ททท.ได้จำลองพื้นที่ของแต่ละภาคว่า ในปี 2554 ททท.มีแผนพัฒนาอย่างไร รายละเอียดของแผนงานหน้าข่าวเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" คงนำเสนอแล้ว ผมจะไม่ลงลึกในรายละเอียดนะครับ

 แต่เท่าที่ฟังดูหลายๆ อย่างที่ คุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท.แถลงนั้น ตรงใจผมหลายเรื่อง จำได้ว่าผมเคยเขียนเสนอแนะให้ ททท.เปิดตลาดท่องเที่ยวทางสื่อออนไลน์ก็ได้ยินว่าลงมือทำแล้ว และทำได้ดีกว่าที่ผมคาดหวังคือ ได้สร้างสื่อดิจิทัลเจาะเข้าไปในตลาดประเทศหลายแห่ง อีกเรื่องหนึ่งคือ ผมเคยเรียกร้องโดยเขียนบทความเรื่อง “คุณอภิสิทธิ์ครับ ! สร้างไทยให้เป็นห้องรับรองโลก ดีไหม” ไว้ในคอลัมน์นี้ ด้วยการขอให้รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมกันมือกันพลิกฟื้น “ของดีที่ไทยมีอยู่” ให้ “สวย เพียบพูนด้วยเสน่ห์” เพื่อให้ไทยเป็นห้องรับรองสำหรับนักอุตสาหกรรมจากทั่วโลกที่เครียดจากการทำงานให้มากิน มาเที่ยว มาพักผ่อนในไทย ก็ปรากฏอยู่ในแผน

 ไม่เพียงเท่านั้น ททท.ยังคิดไกลไปถึงการดูแลสุขภาพและความงาม รวมทั้งเรื่องที่ผมนึกไม่ถึงคือ จัดเตรียมไทยไว้เป็นสถานที่ฮันนีมูนสำหรับคู่บ่าวสาวไว้ด้วย จริงๆ แล้วอายุผมมากกว่าผู้บริหาร ททท.ไม่เท่าไหร่นะ ไหงลืมเรื่องแบบนั้นไปได้...ฟังดูแล้วทำให้คลายความเป็นห่วงธุรกิจการท่องเที่ยวไปเยอะครับ เป้าที่ ททท.วางไว้ว่าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้ได้ 15.5 ล้านคน ในปีหน้าคงไม่ยากครับ

 ระหว่างสนทนากับคุณประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดนั้น ทำให้ผมรู้ความจริงเรื่องหนึ่ง ที่เข้าใจว่าหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ คือ ในระหว่างที่เกิดวิกฤติการเมืองที่ราชประสงค์ แล้วรัฐบาลไปตั้งวอร์รูมกันที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขนนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ของ คุณชุมพล ศิลปอาชา กับ ททท.ของ คุณสุรพล เศวตเศรนี ก็ตั้ง “วอร์รูม” กันที่สำนักงานใหญ่ ททท.เช่นเดียวกันครับ ดังนั้น ในขณะที่สื่อ ทีวีประโคมข่าวเสื้อแดงเผาตรงนั้นตรงนี้ นักรบไซเบอร์ของ ททท.ที่คุณประกิตติ์ พิริยะเกียรติ ดูแลอยู่ในวอร์รูมก็ยิงข่าวเข้าไปในเว็บไซต์ต่างๆ ชี้แจงความจริงผ่านสื่อออนไลน์ให้ชาวโลกรู้ว่า เหตุร้ายที่เห็นในข่าวนั้นเกิดแค่จุดเดียวนะจ๊ะ ไม่ได้เกิดทั้งกรุงเทพฯ หรือทั้งประเทศ...

 กลยุทธ์ดังกล่าวผมเชื่อว่าคงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติคลายวิตกไปได้เยอะ ไม่เท่านั้น...ขณะที่เหตุการณ์ยังไม่สงบก็ปรากฏภาพแหม่มสาวที่พักอยู่ในเมืองไทยแสดงความรู้สึกผ่านหน้าจอทีวีว่าไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย แหม่มยังยิ้ม แล้วบอกว่า “ไอเลิฟไทยแลนด์” ด้วยนะครับ

 ได้ไปเห็นการประสานมือของ 2 ขุนพล คือ คุณชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีท่องเที่ยว กับ คุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ แล้ว เบาใจอนาคตการท่องเที่ยวไทยไปเยอะ ห่วงก็แต่บรรดานักธุรกิจท่องเที่ยวแขนงต่างๆ เท่านั้นแหละครับ ท่าน 2 ขุนพล !

ภาณุมาศ ทักษณา