ข่าว

เรือดำน้ำอเมริกันกับเรื่องเล็กๆนอกฝั่งจีน

เรือดำน้ำอเมริกันกับเรื่องเล็กๆนอกฝั่งจีน

12 ก.ค. 2553

การติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กแทนที่ขีปนาวุธไทรเดนท์บนเรือดำน้ำคลาสไอโอวาของสหรัฐ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการทหาร อีกทั้งข่าวปรับปรุงนี้ก็มีมาตั้งแต่ปี 2545 แล้ว แม้ว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จในปีนี้ก็ตาม แต่การปรากฏตัวของเรือดำน้ำคลาสนี้ในน่านน้ำแถวฟิลิปปิน

 ในยุคสงครามเย็น เรือดำน้ำรุ่นโอไฮโอทั้ง 18 ลำ แต่ละลำเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดจรวดไทรเดนท์ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ยิงได้ไกล 8,000 กม.เอาไว้เผื่อถล่มโซเวียตได้ทันท่วงที ความจริงสิ้นยุคโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์ไปแล้วก็น่าจะปลดประจำการได้ แต่สหรัฐดันยื้อไว้ แปลงโฉมเสียใหม่ 4 ลำให้ติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ถึงพิสัยยิงจะเพียง 2,500 กม. แต่ใช้คล่องกว่าในการยิงจากนอกฝั่งเข้าสู่ฝั่ง เหมาะกับสงครามที่ไม่จำเป็นต้องใช้นิวเคลียร์ เป็นอาวุธทางยุทธวิธีที่ไม่ขัดต่อสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย เรือรุ่นโอไฮโอติดได้ลำละตั้ง 154 ลูก น่าจะเอาไว้ใช้แถวพื้นที่ขัดแย้งสูงอัฟกานิสถาน ซูดาน หรืออิรัก เหมือนที่เครื่องบินหรือเรือลำอื่นของสหรัฐนำไปปรากฏกันบ่อยๆ ดังนั้นการโผล่มาแถวเอเชียจึงเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ออกจะเป็นเรื่องไม่จำเป็นถ้าคำนึงถึงสถานการณ์เวลานี้

 แต่การที่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กปรากฏประชิดแผ่นดินใหญ่จีนเกือบ 500 ลูกเช่นนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจีนให้เห็นว่าสหรัฐยังไม่ปิดโอกาสถล่มจีนหากเกิดเหตุสุดวิสัย ยิ่งจีนปกปิดแสนยานุภาพทางทหารของตนนัก หากเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ที่สหรัฐกังวล เช่น การปะทะกันระหว่างเรือดำน้ำลึกลับของจีนกับเรือสหรัฐ ก็อาจนำไปสู่การตอบโต้ เช่น ถล่มกับฐานทัพเรือดำน้ำลับๆ ของรัฐบาลปักกิ่งแถวเกาะไหหลำหรือลึกเข้าไปในแผ่นดินตอนในอีกก็เป็นได้ นี่คือเวิร์สเคสซีนาริโอ ที่ถึงแม้จะเกิดขึ้นยาก แต่ก็เป็นการป้องปรามจีนเอาไว้

 ในขณะที่สหรัฐมีพันธมิตรมากมายในภูมิภาคให้ซ้อมรบด้วย นี่ ทร.ไทยเพิ่งฝึกผสมการัต 2010 ที่สิงคโปร์เสร็จสิ้น ก็ไปฝึกต่อที่ฮาวายร่วมกับอีก 13 ชาติรวมทั้งเจ้าภาพสหรัฐ จีนไม่มีการฝึกพหุภาคีใหญ่ๆ แบบนี้เลย มีแต่การฝึกจำพวกกู้ภัยระดับทวิภาคีกับบางชาติเท่านั้น ส่วนการฝึกขนาดใหญ่ในทวีปกับพวกรัสเซียและเอเชียกลางนั้นนับไม่ได้ เพราะสภาพภูมิประเทศต่างกัน นับว่าจีนยังเป็นรองทางยุทธศาสตร์อย่างมาก แม้ว่าจะมีกำลังต่อเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือมีเรือดำน้ำและเครื่องบินขับไล่เทคโนโลยีของตนเองก็ตาม อำนาจกำลังรบเปรียบเทียบที่ไม่เท่าเทียมนี้จะนำไปสู่การเป็นรองในการเจรจาแก้ปัญหาที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต