ข่าว

พ.ต.อ.ถูกตั้งข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนแล้ว

พ.ต.อ.ถูกตั้งข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนแล้ว

11 ก.ค. 2553

ผบช.ภ.6 สั่งเด้ง "จ่าโด่ง" ซุกไม้กระยาเลย ตั้งข้อหา "พ.ต.อ." ตั้ง รง.แปรรูปไม้เถื่อน ผู้ว่าฯ พิษณุโลกลุยปราบอีก 2 จุด ที่ จ.ตาก จนท.บุกโรงเลื่อยกลางป่าสงวน ยึดสักทองกว่า 30 ท่อน มูลค่านับล้าน ปชป.ชง "อภิสิทธิ์" ฟันขบวนการมอดไม้ ลากกลุ่มอิทธิพลอยู่เบื้องหล

 ความคืบหน้าภายหลังชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก สนธิกำลังกับทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ บุกค้นบ้านเลขที่ 261 หมู่ 4 ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านพักของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ น้ำสา หรือ จ่าโด่ง ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ชาติตระการ พบไม้เถื่อนท่อนและแปรรูปฝังอยู่ใต้ดินจำนวนมาก และขยายผลตรวจค้นบ้านข้างเคียงพบไม้เถื่อนแปรรูปอีกจำนวนมากเช่นกัน จากการสืบสวนเชิงลึกทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายตำรวจยศ "พ.ต.อ." นั้น

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งที่มีข่าวตำรวจเข้าไปเกี่ยวพันกับขบวนการไม้เถื่อนเกิดขึ้นซ้ำซาก ส่วนการตรวจค้นบ้านพักแล้วพบไม้เถื่อนฝังดินนั้น นับเป็นพฤติการณ์แสดงถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า รอง ผบช.ภ.6 และ พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก (ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก) ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด

 "เรื่องนี้ต้องมีความคืบหน้าทางวินัยให้ได้ ต้องให้เป็นรูปธรรมในวันนี้ (11 ก.ค.) เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อไป คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กลับพัวพันกับการตัดไม้ทำลายป่า สวนกระแสกับคนทั่วไปที่มุ่งอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ดังนั้นจึงมีคำสั่งย้าย จ.ส.ต.พลวัฒน์ ไปประจำที่ บก.ภ.จว.พิษณุโลก ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน" พล.ต.ท.สุรสีห์กล่าว

 ผบช.ภ.6 กล่าวอีกว่า ในทางคดีเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สามารถตั้งนายอำเภอชาติตระการเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ เพื่อติดตามขยายผลการจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป สำหรับการตรวจค้นและพบไม้เถื่อนที่นายตำรวจยศ "พ.ต.อ." ได้มอบหมายให้รอง ผบช.6 และ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

 การดำเนินคดีไม้เถื่อนในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ครั้งนี้ สืบเนื่องจากรองอธิบดีกรมป่าไม้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรวบรวมวัดและตรวจสอบไม้ทั้งหมด โดยดำเนินคดี 4 ส่วน คือจุดแรก บ้านเลขที่ 261 ของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ พบไม้แปรรูปซุกซ่อนที่บริเวณข้างบ้านลักษณะนำดินมาฝังกลบไว้ แยกเป็นไม้กระยาเลย 184 แผ่น ไม้รัง 168 แผ่น ไม้แดง 3 ท่อน จุดที่สอง บริเวณบ้านเลขที่ 285 ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ พบไม้มะค่า ประดู่ พะยอม ตะบาก ตะแบก รัง รุกฟ้า รวมทั้งหมด 291 แผ่น ปริมาตร 21.23 ลูกบาศก์เมตร

 จุดที่สาม บริเวณป่าละเมาะใกล้บ้านข้างเคียงพบไม้แดง 3 ท่อน ปริมาตร 2.8 ลูกบาศก์เมตร และจุดที่ 4 พบที่ไร่ข้าวโพด ตรงข้ามบ้าน จ.ส.ต.พลวัฒน์ พบไม้ประดู่ 3 ท่อน ปริมาตร 4.7 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ตลอดคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ขนย้ายไม้ของกลางทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยพิทักษ์ป่าป่าแดง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกจับกุมและขนย้ายไม้เถื่อน ชาวบ้านใน ต.ป่าแดง จำนวนมากแห่มาดูที่บ้านของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ โดยเฉพาะจุดที่พบไม้เถื่อนแปรรูปฝังดิน และเดินขึ้นไปสำรวจบนบ้านที่มีขนาดใหญ่โต ตัวบ้านสร้างด้วยเสาขนาด 2 คนโอบ

 ต่อมาเวลา 12.00 น. จ.ส.ต.พลวัฒน์เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.อนุศิษฏ์ ปารมีวิศิษฎ์ พนักงานสอบสวน สภ.ชาติตระการ โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และยืนยันจะให้ปากคำในชั้นศาลเท่านั้น จากนั้นพนักงานสอบสวนตั้ง 4 ข้อหา คือมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร, มีไม้สักอันมิได้แปรรูป โดยไม่มีรูปรอบดวงตาค่าภาคหลวง หรือตรารัฐบาลขายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีกระยาเลยท่อน หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหารับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่ามีผู้ได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทแห่งบัญญัติ มีความผิดฐานเป็นตัวการในการกระทำผิดนั้น ตามมาตรา 70 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

 ส่วนคดีบ้านไม้นายตำรวจยศ "พ.ต.อ." เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจส่งคดีให้ ร.ต.อ.ณัฐวรรษ พรมปลูก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.ชาติตระการ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับผู้ครอบครองบ้านไม้ดังกล่าว และสืบหาเจ้าของไม้ที่แท้จริง พร้อมดำเนินคดี "พ.ต.อ." คนดังกล่าว ในข้อหาควบคุมแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไม้กระยาเลย (รวมไว้ก่อน) หวงห้ามแปรรูปไว้ในการครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ปากคำแต่อย่างใด

 รายงานแจ้งว่า ผู้ว่าฯ พิษณุโลก นำเจ้าหน้าที่และหมายศาลเข้าค้นบ้านเป้าหมายที่คาดว่าจะมีไม้ผิดกฎหมายอีก 2 แห่ง แต่ยังไม่มีการระบุถึงรายละเอียด

 วันเดียวกัน พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญศิลป์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผกก.4 บก.ปทส.) สนธิกำลังกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 345 (ตชด.345) เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจยึดไม้เถื่อนกลางป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยาง ที่บริเวณท้ายหมู่บ้านแม่ต้าน หมู่ 6 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พบโรงเลื่อยค้างแรมขนาดใหญ่ ใกล้กันมีไม้สักทองกว่า 30 ท่อน กองเรียงมีใบไม้และกิ่งไม้ปกปิดไว้อย่างมิดชิด นอกจากนี้มีไม้สักแผ่นเก้าเหลี่ยมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดตีตราไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสืบหาผู้กระทำผิด

 พ.ต.ท.กฤตวัฒน์ ลิขิตบัณฑิตวงษ์ รอง ผกก.4 บก.ปทส.กล่าวว่า ขบวนการตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติท่าสองยาง มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง มีการสร้างโรงเลื่อยค้างแรมขนาดใหญ่ โดยว่าจ้างชาวบ้านใกล้เคียงเข้ามาตัดไม้สักขนาดใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และใช้ช้างหลายเชือกเข้าไปลากออกมาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเป็นของใครและเกี่ยวข้องกับกลุ่มใดบ้าง

 ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการกับผู้ที่ลักลอบตัดต้นไม้ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก โดยเร็วที่สุด

 "ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผู้ที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลต้องเชือดไก่ให้ลิงดูพร้อมกับผลักดันนโยบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ การปราบปรามผู้ทำผิด แม้ว่าบุคคลที่มีอำนาจจะเป็นระดับใหญ่ขนาดไหนก็ต้องฟัน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ที่สำคัญต้องขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังนำตัวมาลงโทษอย่างจริงจัง" นายสาธิตกล่าว