
มองตาไม่สบอารมณ์!ม.6สาดกระสุนโดนสาวปวช.เด็กในท้องดับ
นับวันกลุ่มวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาต่างก็มีแนวโน้มก่อเหตุรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ บางรายไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน แค่หันมาสบตาโดยบังเอิญก็ถึงขั้น "รมณ์บ่จอย" สาดกระสุนใส่โดยไม่ยั้งคิดถึงสิ่งที่จะตามมา !?!
1 กรกฎาคม 2553 ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณสี่แยกต้นสมอ ถนนตรัง-ปะเหลียน ทางเข้าเทศบาลนครตรัง พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เมธี จันทร์งาม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุรชาติ บุญโรจน์พงศ์ สวป.และ พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง พนักงานสอบสวน เดินทางไปตรวจสอบ เห็นไทยมุงยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่รอบๆ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเทา-ขาว ทะเบียน 226 ตรัง ที่พื้นใกล้กันมีกองเลือด
ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงสาววัย 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 2 แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โรงเรียนเอกชนมีชื่อในเมืองตรัง ถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ตรัง โดยหญิงสาวถูกยิงด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เข้าหน้าท้อง 1 นัด และเสียเลือดมาก แม้เธอจะได้รับการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย แต่เรื่องน่าเศร้าใจก็บังเกิดแก่ตัวเธอเอง เมื่อแพทย์และพยาบาลไม่สามารถช่วยเหลือเด็กในท้องวัย 6 เดือนได้สำเร็จ
"วุฒิพงษ์ บุญยัง" แฟนหนุ่มวัย 18 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.3 แผนกช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เล่าว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์โดยมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาจากโรงเรียนของฝ่ายหญิง มุ่งหน้ากลับบ้านใน ต.ควนธานี รถจอดติดไฟแดงสี่แยกต้นสมอ มีกลุ่มนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา 2 คัน รวม 4 คน จากนั้นนักเรียนคนซ้อนท้ายคันหน้าสวมแจ็กเก็ตแขนยาวชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ 1 นัด เขาเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดหลบ ส่วนแฟนสาวยังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ กระสุนพุ่งเข้าหน้าท้องได้รับบาดเจ็บจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล
วุฒิพงษ์ยืนยันเสียงหนักแน่นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกับใครมาก่อน ?!!
พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพย์พงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง สั่งการให้ พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตรัง ระดมกำลังตำรวจออกติดตามและสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี ไม่นานก็ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า เห็นเด็กวัยรุ่นต้องสงสัยวิ่งหลบเข้าไปในทุ่งนา หมู่ 4 บ้านครองเมือง ต.นาบินหลา อ.เมือง จ.ตรัง ห่างจากจุดเกิดเหตุไป 2 กิโลเมตร
การปิดล้อมจับกุมเกิดขึ้นทันที แต่เต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก สภาพท้องทุ่งนาเต็มไปด้วยทะเลโคลน จนเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงในที่สุดตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ 2 คน อายุ 17 กับ 18 ปี ในสภาพถอดเสื้อนักเรียนออกแล้ว 1 ใน 2 ผู้ต้องหาแม้อายุจะยังน้อยและอยู่ในวัยเรียน แต่กลับปรากฏรอยสักทั่วร่างกาย
หลังจากนั้นตำรวจได้พานักเรียนนักเลงไปชี้จุดโยนปืนทิ้งบริเวณหนองน้ำริมศาลาข้างทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังลงไปค้นหาชั่วครู่ก็พบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์กระบอกที่ทั้งสองใช้ก่อเหตุ และปลอกกระสุนปืนอีก 1 ปลอกที่ถูกทิ้งไว้ในป่าข้างบ้านของ 1 ใน 2 ผู้ต้องหา
มือปืนลั่นไกเป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.6 ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกัน ทั้งนี้ เด็กหนุ่มวัย 18 อีกคนให้การว่า ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์มาจอดติดไฟแดงที่สี่แยกต้นสมอ วุฒิพงษ์ที่มีแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายมาด้วยได้หันมามองหน้า ทำให้เพื่อนวัย 17 ปีเกิดความไม่พอใจ ชักอาวุธปืนออกมาหวังจะยิงฝ่ายชาย แต่กระสุนพลาดไปโดนผู้หญิงโดยไม่ตั้งใจและไม่รู้ว่ากำลังตั้งท้องได้ 6 เดือน
หลังก่อเหตุทั้งสองได้ขี่รถหลบหนีไปพักอยู่ที่บ้านของเด็กหนุ่มวัย 18 แล้วนำอาวุธปืนไปซ่อนไว้ใต้กอไผ่หลังบ้าน กระทั่งตำรวจเข้าไปตามล่าตัว ทั้งสองเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหลบหนีลงไปในทุ่งนาและถูกจับกุมได้ในที่สุด
จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนหน้าจะมาก่อเหตุครั้งนี้ ประมาณปลายปี 2552 ขณะที่ เด็กหนุ่มวัย 17 มือปืนเลือดร้อนไร้เหตุผลรายนี้เรียนอยู่ชั้น ม.5 เคยก่อเหตุพยายามฆ่าคู่อริมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจ สภ.นาโยง จ.ตรัง จับกุมดำเนินคดีฐานพยายามฆ่า แต่เห็นว่ายังอยู่ในวัยศึกษาจึงอนุญาตให้ประกันตัวออกมาชั่วคราว และมาก่อเหตุน่าเศร้าอีกครั้งหนึ่ง
โบราณว่าไว้ "ทางไปสวรรค์นั้นรก ทางไปนรกนั้นเตียน" เห็นท่าจะจริง ทั้งที่ได้รับโอกาสให้กลับตัวกลับใจ แทนที่จะเลือกใช้ชีวิตอยู่ในห้องเรียน กลับต้องระเห็จย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ในสถานพินิจฯ แทน น่าเศร้าใจจริงๆ ?!!
เมธี เมืองแก้ว



