
กลัวขโมย..เบื้องลึกย้าย'สึนามิอาร์ท'
การย้ายประติมากรรมสึนามิจากหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ มาโชว์ในงานนิทรรศการฝันถึงสันติภาพ ณ หอศิลป์ กรุงเทพฯ กลายเป็นประเด็นสังคมวิพากษ์ถึงความไม่เหมาะสมของกระทรวงวัฒนธรรม ที่เคลื่อนย้ายประติมากรรมชุด "กอดฉันให้แน่น" 2 ชิ้นของ "หลุยส์ บูร์ชัวร์" ศิลปินนามอุโ
หนึ่งในข้อครหาหลัก คือผลงานศิลปะชิ้นนี้จะไม่มีความหมายหากตั้งแสดงเดี่ยว จะต้องอยู่ครบในสภาพแวดล้อมที่ศิลปินต้องการสื่อความหมาย นั่นก็คือความเหมาะสมของการอยู่ตรงที่ที่มันเคยอยู่ !?!
ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เคยออกมาให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" เกี่ยวกับประเด็นข้างต้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นจังหวะพอเหมาะพอเจาะที่จะนำมาประติมากรรมชิ้นนี้มาซ่อมแซม หลังจากซ่อมเสร็จก็จะส่งกลับที่เดิม แต่จากการพูดคุยถึงเบื้องลึกหลังจากตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์แล้ว แท้ที่จริงลึกๆ กระทรวงวัฒนธรรมมีความกังวลใจว่าประติมากรรมล้ำค่าชิ้นนี้จะสูญหายทันทีที่รู้ข่าวการเสียชีวิตของหลุยส์ บูร์ชัวร์
ด้วยเหตุนี้ ศ.ดร.อภินันท์ จึงติดต่อสำนักวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ให้ลงไปตรวจสอบ และได้รับการแจ้งกลับมาว่าประติมากรรมสึนามิมีสภาพทรุดโทรมและมีรอยงัดแงะ จึงดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลอยู่ เพื่อนำมาให้กรมศิลปากรซ่อมแซม แต่ได้นำมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ก่อน เพื่อเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงหลุยส์ บูร์ชัวร์ ศิลปินชื่อดังที่เคยส่งผลงานมาแสดงในเมืองไทยหลายครั้งแล้ว
"ผมพยายามติดต่อคุณหลุยส์ให้ส่งงานมาร่วมแสดงในนิทรรศการฝันถึงสันติภาพ แต่มารู้ข่าวว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ในแวดวงศิลปะหากศิลปินเสียชีวิต ผลงานของเขาจะมีมูลค่าสูง ผมจึงเอะใจ ลองให้เจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจดูก็พบว่า ประติมากรรมชิ้นที่เป็นมือยื่นมาจากโคลนมีรอยงัดแงะ หากมีการโจรกรรมข้ามชาติคงงามหน้าพิลึก" ศ.ดร.อภินันท์กล่าว
รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมอธิบายว่า โดยสภาพของสวนประติมากรรมชุดนี้อยู่ริมทะเล ส่งผลให้เกิดการชำรุดได้ง่าย ไม้ระแนงและวัสดุต่างๆ ที่ทำด้วยไม้เกิดการผุกร่อน ขาดการบำรุงรักษา แถมประติมากรรมชุดนี้ยังอยู่ในที่สาธารณะ ไม่มีรั้วรอบขอบชิด แถมอยู่ติดถนน หากสูญหายไปคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
"ผมคงใจสลาย เพราะผมเป็นคนเดินทางไปนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อขอให้คุณหลุยส์สร้างสรรค์ผลงานรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิ คุณหลุยส์ใช้เวลาตัดสินใจ 2-3 วัน จึงตอบตกลง แต่ขอให้เราเตรียมสถานที่เพื่อติดตั้งประติมากรรมของเธอ โดยมีสถาปนิกของเธอเป็นคนออกแบบ หลังจากนั้นศิลปินระดับโลกจึงสร้างผลงาน 2 ชิ้นนี้มอบให้แก่ประเทศไทย" ศ.ดร.อภินันท์ย้อนความหลัง
สำหรับอนุสรณ์สถานภัยพิบัติสึนามิหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 6 ล้านบาท จากงบประมาณรวม 14 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิทั้งสามจังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา
หลังจากนำประติมากรรมชุดนี้มาซ่อมแซม ศ.ดร.อภินันท์ได้ติดต่อกับกรมศิลปากรให้ดำเนินการซ่อมแซม และแจ้งต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้รับมอบงานประติมากรรมไปดูแลแทนกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว เมื่อซ่อมแซมเสร็จจะส่งกลับคืน
ศ.ดร.อภินันท์มองว่า ประติมากรรมชุดนี้เป็นของคนกระบี่และคนไทยทุกคน รวมถึงรัฐบาลด้วยที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาศิลปะล้ำค่าชิ้นนี้ไว้ เพียงแต่ขณะนี้มีกลุ่มผู้ที่เคยรับเหมาก่อสร้างอนุสรณ์สถานภัยพิบัติสึนามิออกมาให้ข่าวในเว็บไซต์ โดยข้ามขั้นตอนต่างๆ และบอกว่าประติมากรรมสึนามิหายไป ขอยืนยันว่าไม่ได้หาย เพียงแค่นำมาซ่อมแซมจริงๆ และส่งคืนกลับคืนอย่างแน่นอน
สำหรับมูลค่าราคาประเมินของประติมากรรมชุดนี้ ศ.ดร.อภินันท์บอกเพียงสั้นๆ ว่ามหาศาล ไม่อยากพูดให้คนตื่นตระหนก และยิ่งกลัวว่าหลังจากซ่อมเสร็จแล้วนำไปติดตั้งจะมีใบสั่งมาให้โจรกรรม จึงอยากให้มีแนวทางกำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยประติมากรรมชิ้นนี้ให้มากขึ้น
ล่าสุดผลงานกอดฉันให้แน่นยังคงจัดแสดงอยู่ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ โดยมีคำอธิบายว่า "มาจากอนุสรณ์สถานภัยพิบัติสึนามิ จ.กระบี่"...โศกนาฏกรรมครั้งนี้เตือนให้เรารู้ว่า ชีวิตบอบบางเพียงใด แม้เราจะสามารถทำได้เพียงเล็กน้อย คือการจับมือกันไว้ มือที่ประสานกันเหล่านี้พูดว่า ฉันไม่ยอมให้เธอจากไป อย่าทอดทิ้งฉัน ยึดฉันให้แน่น จับมือฉันไว้เช่นนี้ ตลอดไปชั่วนิรันดร์...”
นอกจากนี้ยังมีป้ายแผ่นใหม่ที่เพิ่งนำมาติดได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ระบุว่า เนื่องจากสถานที่จัดแสดงงานชุดนี้ ณ หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ ประกอบกับประติมากรรมทรุดโทรมจากสภาพภูมิอากาศ จึงได้เคลื่อยย้ายเพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการฝันถึงสันติภาพ (Imagin Peace) ระหว่างรอการซ่อมแซม เมื่อดำเนินการซ่อมแซมเสร็จสิ้นจะส่งมอบคืนจังหวัดกระบี่ต่อไป



