ข่าว

ประชาชนได้อะไร

ประชาชนได้อะไร

12 ก.ค. 2553

คำถามประโยคนี้ก้องอยู่ในหูของผมขณะเผชิญหน้าอยู่กับบรรดากรรมาธิการที่เป็น ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อตอบคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินประจำหน่วยงาน เมื่อผมได้ยินคำถามนี้คำตอบที่ผมให้ไปอาจจะชัดเจนหรือไม่ชัดเจนตามความรู้สึก

 ในแวดวงของวิถียุติธรรมไม่ค่อยจะได้มุ่งเน้นไปที่คำถามนี้สักเท่าไหร่เพราะถ้าว่าไปแล้ววิธีคิดและวิธีการทำงานของกระบวนการยุติธรรมจะเน้นไปที่การใช้อำนาจเพื่อหาผู้กระทำผิดไปลงโทษ หรือไม่ก็เป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เพื่อห้ามหรืออนุญาตให้ประชาชนได้กระทำหรือไม่กระทำอะไรทำนองเป็นการใช้อำนาจอนุญาต อีกกรณีหนึ่งอาจเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะในรูปแบบต่างๆ แต่ในที่สุดแล้วผลลัพธ์ของการทำงานจะต้องตอบให้ได้ว่าชาวบ้านได้อะไรจากการกระทำของเจ้าหน้าที่

 ผมต้องยอมรับว่าการตั้งคำถามว่าเมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนไปแล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหลายจะต้องค้นหาคำตอบให้ได้ว่าทำแล้วชาวบ้านจะได้อะไร วิธีการทำงานที่เรียกว่าฮิตที่สุดก็คือการอบรมหรือสัมมนาประชาชนที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าในแต่ละปีจะใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินไปไม่น้อย เรื่องนี้ชาวบ้านคงให้คำตอบได้ว่าแต่ละหน่วยงานที่ทำการอบรมหรือสัมมนามีทั้งที่เป็นประโยชน์และที่ต้องยอมรับว่าเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ และเมื่อเน้นไปที่หน่วยงานในวิถียุติธรรมแล้วมักจะเป็นเรื่องการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายเป็นหลัก

 จริงอยู่การมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับยุคปัจจุบัน แต่การให้ความรู้แก่ชาวบ้านจะต้องมีความชัดเจนและเหมาะสมกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาหรือเทคนิคการให้ความรู้ ถ้าจะว่าไปแล้วคนในกระบวนการยุติธรรมจะต้องเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวบ้าน รวมทั้งความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจทั่วๆ ไปของท้องถิ่น ถ้าเป็นอย่างที่ว่าได้จะทำให้การค้นหาคำตอบที่ว่าชาวบ้านได้อะไรจากการทำงานของกระบวนการยุติธรรมมีความชัดเจนมากขึ้น

 ปัญหาที่น่าหนักใจอยู่ที่คนในแวดวงวิถียุติธรรมมักจะมุ่งไปที่เนื้อหาของกฎหมายและระเบียบ รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ตนเองเห็นว่ามีประโยชน์ แต่มักจะให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชาวบ้านที่มีความหลากหลายน้อยมาก การอบรมหรือสัมมนารวมทั้งการตัดสินใจในการใช้ดุลพินิจต่างๆ จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้อำนวยความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านได้อย่างที่ควรจะเป็น และส่งผลกระทบให้ความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐถูกลดทอนลง

 เราต้องยอมรับว่าการสร้างวิถียุติธรรมขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นประเด็นที่พูดกันมานานแล้ว แต่จะทำเช่นนั้นได้มันไม่ง่ายนักสำหรับยุคนี้ที่มักจะพูดกันเสมอว่าประชาชนต้องเป็นศูนย์กลาง ประชาชนจึงจะมีความเชื่อมั่นในวิถียุติธรรม แต่การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการทำงานให้เป็นเช่นนั้นเรายังทำไม่สำเร็จเพราะคนในกระบวนการยุติธรรมยังมองตนเองเป็นศูนย์กลางแล้วมองประชาชนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่คอยรับความช่วยเหลือเพราะมีวิธีคิดว่าเรื่องของกฎหมาย ระเบียบและกฎเกณฑ์เป็นเรื่องทางเทคนิคซึ่งคนที่ได้ร่ำเรียนหรือทำงานในเรื่องนั้นๆ เท่านั้นที่จะเรียนรู้ได้ ซึ่งความจริงแล้วการอำนวยความยุติธรรมไม่ใช่เพียงเรื่องแค่นี้

 ฟังประชาชนแล้วจะได้ยินเสียงประชาชน จะได้รู้ว่าทำงานอย่างไรเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์ที่เขาต้องการ ไม่ใช่ทำเพราะเราอยากทำเท่านั้น

ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ