ข่าว

กทม.เอาจริงร้านไม่สะอาดพบฟอร์มาลินในเครื่องในวัว

กทม.เอาจริงร้านไม่สะอาดพบฟอร์มาลินในเครื่องในวัว

11 ก.ค. 2553

กทม.เข้ม หลังตรวจพบฟอร์มาลินในเครื่องในวัว เอาจริงผู้ค้าไม่สะอาด เตรียมยึดสิทธิ์ร้านอาหารบนทางเท้าที่ไม่มีใบอนุญาต-ไม่ผ่านอบรมประเมินสุขลักษณะ ก่อนบังคับใช้กฎหมายจริงจัง

 นายไพโรจน์ สันตนิรันดร์ ผู้อำนวยการกองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย เปิดเผยถึงผลตรวจสอบการปนเปื้อนของสารที่เป็นอันตรายกับสุขภาพว่า ได้ตรวจพบสารเคมีจำพวกฟอร์มาลิน ร้อยละ 0.5 ในเครื่องในสัตว์ประเภทวัว เช่น ผ้าขี้ริ้ว สำนักงานเขตที่ตรวจสอบพบอยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงแหล่งที่มาว่าสารเคมีดังกล่าวปนเปื้อนได้อย่างไร

 ส่วนสารพวกแบคทีเรียที่เป็นดัชนีชี้วัดความมีอยู่ของเชื้อโรคพบร้อยละ 20 ซึ่งหากผู้ที่มีภูมิต้านทานเชื้อโรคประเภทเดียวกับที่ปนเปื้อนในอาหารระดับต่ำ ก็สามารถเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เช่น ท้องร่วง เป็นต้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่า กทม.เตรียมนำกติกาห้ามผู้ค้าอาหารบริเวณทางเท้าที่ไม่มีใบอนุญาตมาบังคับใช้ขั้นเด็ดขาด คือ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะห้ามค้าขายอาหารทันที

 ด้าน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า ล่าสุด กรุงเทพมหานคร เตรียมนำข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2545 และมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการที่ค้าอาหารบริเวณทางเท้า โดยจะงดสิทธิ์การค้าสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาต และไม่ผ่านการอบรม รวมถึงทดสอบตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันพบว่า พื้นที่ทางเท้ามีผู้ค้าอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ไม่มีวัสดุป้องกัน ปกปิดอาหารให้พ้นจากแมลงและสัตว์นำโรค รวมถึงฝุ่นละอองและสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตลอดจนรักษาอุปกรณ์ประกอบอาหารให้สะอาด

 ผู้สื่อข่าวรายงานการบังคับใช้ข้อบัญญัติดังกล่าว กทม.จะเริ่มดำเนินการจริงจังตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 นี้ เป็นต้นไป

 อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขต ฐานะพนักงานปฏิบัติหน้าที่ได้ดำเนินจัดอบรมและออกใบอนุญาตการค้า หรือบัตรประจำตัวผู้สัมผัสอาหารไปแล้วประมาณ 30,000 ราย จากผู้ค้าอาหารที่มีอยู่ทั่วกทม. ประมาณ 400,000 ราย นับตั้งแต่ข้อบัญญัติดังกล่าว มีผลบังคับใช้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าสำนักอนามัยได้มอบหมายให้หน่วยสาธารณสุข ประจำเขตเป็นผู้ดำเนินการ และให้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งสามารถจัดอบรมผู้ค้าได้ครั้งละ 1 ครั้งใน 1 ปี ปีละ 100 คนเท่านั้น

 โดยสำนักอนามัยเตรียมประชุมกับผู้อำนวยการทั้ง 50 เขตเพื่อแจ้งนโยบายดังกล่าวและให้นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามที่นายสิทธิสัตย์ เจียมวงศ์แพทย์ อดีตรองสำนักอนามัยได้ให้นโยบายไว้ว่า หากผู้ค้ารายใดไม่มีใบอนุญาตเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งห้ามขายทันที เว้นแต่ผู้ประกอบการจะเข้ารับการอบรม ทดสอบ และได้ใบอนุญาต