ข่าว

 “ผู้ว่าแบงก์ชาติกับหัวหน้าครอบครัว”

“ผู้ว่าแบงก์ชาติกับหัวหน้าครอบครัว”

11 ก.ค. 2553

นับจากนี้ไปก็อีกไม่นานเกินรอที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่ หลังจากที่คุณธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. หญิงเหล็กคนแรกจะหมดวาระลง

 ในแวดวงการเงิน เรื่องนี้จึงเริ่มเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ มีการพูดคุยกันอย่างออกรส ถกกันไปมาว่าใครจะได้ตำแหน่งไปครอง เพราะแคนดิเดตครั้งนี้มีถึงสี่คน และแต่ละคนก็ล้วนเก่งกล้าสามารถ ประสบการณ์ในแวดวงเพียบ หาตัวจับยาก

 ผมได้มีโอกาสอ่านประวัติของท่านทั้งสี่แล้ว ต้องบอกว่าคนบ้านๆ อย่างเราที่ไม่ประสีประสาหรือมีภูมิรู้อะไรมากก็ยังพอใจในคุณวุฒิที่ทุกท่านมี และคิดว่าตัวเลือกทั้งหมดไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เลย ความสุ่มเสี่ยงที่จะได้คนไม่เก่ง สำหรับผมตัดออกไปได้

 แม้ตำแหน่งนี้ จะไม่ใหญ่โตเทียบเท่าขุนคลัง อย่างคุณกรณ์ที่ดูระดับมหภาค แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใครจะมาก็ต้องมีค่าความศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้กัน เพราะเป็นอีกคนที่มีส่วนสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำหน้าที่ควบคุมนโยบายการเงิน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

 กับทั้งยังมีหน้าที่ ดูแลสถาบันการเงินให้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี มีธรรมาภิบาล ไม่เอาเปรียบลูกค้าในทุกระดับชนชั้น

 คนที่จะมาจึงไม่เพียงแค่ความเก่งรอบด้าน ยังต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดี สามารถทำงานสอดคล้องกับเจ้านายทางการเมืองได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีจริยธรรม อิสรเสรี ปลอดจากอิทธิพลหรือความกดดันทั้งหลาย ไม่ให้ตกเป็นขี้ปากได้ว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริต และไม่เป็นกลาง

 ส่วนตัว ผมอยากได้คนที่ไม่เป็นนักวิชาการมากนักด้วย ผู้ว่าการคนใหม่ควรมีลูกเล่นทางการบริหาร เพราะเศรษฐกิจโลกผันแปร เคลื่อนไหว และซับซ้อนขึ้น เขาต้องหูตากว้างไกล เก่งพอที่จะก้าวตามโลกให้ทัน และไม่ทำให้ไทยพลาดท่าเสียที

 พูดถึงเรื่องนี้ ชาวบ้านร้านตลาด อาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป ผมจึงขออนุญาตขยับมาคุยให้เล็กลงหน่อย โดยเทียบเคียงตำแหน่ง “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” เข้ากับ “หัวหน้าครอบครัว”

 ถ้าผู้ว่าการ มีหน้าที่อย่างที่ผมพูดมา หัวหน้าครอบครัวก็คงไม่แตกต่างมากนัก เพราะถือเป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในชุมชนขนาดเล็ก ที่ต้องนำพาบรรดาลูก ญาติ พี่น้องให้ดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

 แต่จะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง ผมไม่เกี่ยง เพราะสิทธิเสรีภาพไม่ได้จำกัดเพศและวัย อยู่ที่ความสามารถในการบริหาร และการวางแผนการเงินของครอบครัวให้ดี

 เขาหรือเธอต้องไม่ใช่คิดแต่จะจัดการรายรับรายจ่ายประจำเดือนเท่านั้น ต้องรู้ทางหนีทีไล่  รู้จักสับหว่าง รู้ว่าถ้าช็อตตรงนี้ จะแก้ปัญหาอย่างไร จะเอาอะไรมาโปะมาช่วย พร้อมๆ กับต้องมีเบสิกพอที่จะวางแผนการออม เพื่อชีวิตบั้นปลาย เผื่อเหลือ เผื่อขาด ความฉุกเฉินของคนในครอบครัวในอนาคตได้ด้วย

 ที่สำคัญ ต้องไม่ใช่แค่รู้จักจัดการให้ตัวเองเพียงลำพัง หากแต่ต้องสามารถให้คำแนะนำคนอื่นๆ ได้ และต้องเห็นภาพการเงินของทั้งครอบครัว เป็นระบบให้ครบทุกมุม ทุกองศา

 คนคนนี้ จะแตกต่างจากผู้ว่าการแบงก์ชาติ ตรงที่ไม่มีวาระหรือครบเทอมต้องเปลี่ยนตำแหน่ง ผมเห็นส่วนใหญ่ ถ้าใครทำหน้าที่นี้ในครอบครัว ก็มักจะเป็นกันระยะยาว

 สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นตำแหน่งนี้ อ่านจบแล้ว เห็นด้วยกับผมมั้ยครับว่า น่าจะขอบคุณในความเสียสละที่ “หัวหน้าครอบครัว” มีให้

 ขอแทนคำขอบคุณด้วยการปรบมือดังๆ กับภารกิจที่ได้ทำมาตลอดนะครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]