
ขยายผลบ้านตร.ไม้เถื่อนซุกดินค้นบ้านพ.ต.อ.พบอื้อ
เจ้าหน้าที่ป่าไม้สนธิกำลังทหาร บุกค้นบ้านจ่าตำรวจชาติตระการ พบไม้แปรรูปผิดกฎหมายซุกใต้ดินอื้อ ก่อนขยายผลค้นบ้าน พ.ต.อ. หลังข้างเคียง พิรุธสร้างอำพรางนำไม้แผ่นใหญ่จำนวนมากตอกแปะเป็นฝาและพื้น นอภ.ชง "ดีเอสไอ" ทำคดีเหตุเกี่ยวพันตัดไม้สองอำเภอ แถมมีข้าราชการเ
จากกรณีชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ จ.พิษณุโลก ที่สนธิกำลังระหว่างทหาร อำเภอ และป่าไม้ ได้นำหมายศาลจังหวัดพิษณุโลก เลขที่ ค.157/2553 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 261 หมู่ 4 บ้านไทรงาม ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ น้ำสา หรือ โด่ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ชาติตระการ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวซุกซ่อนไม้ผิดกฎหมายไว้ภายในบริเวณบ้านพัก
ทั้งนี้จากการตรวจค้นพบไม้เถื่อนจำนวนมากถูกฝังไว้ใต้ดิน ได้แก่ ไม้สักท่อน 168 ท่อน ปริมาตร 5.71 ลบ.ม. กระยาเลยท่อน 5 ท่อน ปริมาตร 1.52 ลบ.ม. กระยาเลยแปรรูป 122 แผ่น ปริมาตร 1.67 ลบ.ม . กระยาเลยแปรรูป 23 แผ่น ปริมาตร 0.66 ลบ.ม . และกระยาเลยแปรรูปที่ฝังไว้ในดินเป็นไม้แผ่นใหญ่ 39 แผ่น ปริมาตร 4.52 ลบ.ม. โดยพนักงานป่าไม้ได้รวบรวมคดีส่งพนักงานสอบสวน สั่งฟ้อง จ.ส.ต.พลวัฒน์ ในข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้สักท่อนหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้กระยาเลยท่อนหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และซ่อนเร้นนำพาไม้ (ฝังดิน)
นอกจากนี้ยังพบว่า มีบ้านหลังที่อยู่ติดกับบ้านของ จ.ส.ต.พลวัฒน์ ซึ่งล้อมรั้วสังกะสีมิดชิด เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ สภาพสร้างเป็นบ้านไม้ยกสูง 2 ชั้น ภายในบ้านพบรถยนต์บรรทุกจอดอยู่ 1 คัน ตัวบ้านสร้างด้วยไม้แผ่นขนาดใหญ่ความหนาประมาณ 4-5 นิ้ว ส่วนเจ้าของผู้ครอบครองมีรายงานระบุตรงกันว่า เป็นของนายตำรวจยศ พ.ต.อ.
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม นายสุรศักดิ์ เหล็กคำ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ทำหน้าที่หัวหน้าฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 1 (น้ำรี) นางวรรษมน กรีพรต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.ป่าแดง นายมาย ยศปัญญา กำนันตำบลป่าแดง นายสุธี ชำนาญจิตร ปลัดอำเภอชาติตระการ นายบุญเลิศ แก้วสระแสน ปลัดอำเภอชาติตระการ พ.อ.สมใจ รอดสุดเจริญ ชุดปฏิบัติเฉพาะกิจป้องกันและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ จ.พิษณุโลก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำหมายค้นศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 161/2553 ค้นบ้านหลังดังกล่าว
จากการตรวจค้นพบว่าไม้ในบ้านเป็นไม้ที่ไม่มีรอยดวงตราพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับแต่อย่างใด จึงถือว่าเป็นไม้ผิดกฎหมาย ต้องตรวจยึดและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชาติตระการ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นการปลูกเพื่ออำพราง ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีห้องครัว ห้องน้ำ ไม่เหมือนบ้านทั่วไป ไม้ที่นำมาประกอบก็นำไม้แผ่นใหญ่มาตีแปะไว้ เรียงซ้อนกัน ผิดแปลกจากบ้านทั่วไป ส่วนตัวผู้กระทำความผิดนั้นไม่ทราบแน่ชัด เพราะบ้านยังไม่มีเลขที่บ้าน ได้สอบถามผู้ใหญ่บ้านเจ้าของพื้นที่ได้ข้อมูลว่า เคยมายื่นขอบ้านเลขที่แต่ไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์บ้านพักอาศัย ผู้ครอบครองเบื้องต้นทราบเพียงว่าเป็นข้าราชการ คนมีสี เราไม่มีหลักฐานชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจค้นหาไม้เถื่อนบ้านสองหลังที่อยู่ติดกันนั้น มีชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเดินทางมาดูจำนวนมาก พร้อมชมเชยชุดจับกุมที่กล้าบุกจับกุมบ้านสองหลังนี้ เนื่องจากชาวบ้านเห็นปลูกสร้างมานานแล้ว แต่ไม่สามารถเข้ามาดูภายในบริเวณบ้านได้ เพราะมีรั้วสูง และต่างรู้ข้อมูลว่า ผู้ครอบครองเป็นคนมีสี ยศ พ.ต.อ. ขณะนี้ก็ยังรับราชการในเขตภาคเหนือตอนล่าง แต่ก็ไม่เคยมีใครมาทำอะไร
นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอชาติตระการ ระบุว่า การตรวจค้นพบไม้เถื่อนในบ้านสองหลังที่อยู่ติดกันครั้งนี้ เป็นคดีที่น่าสนใจ เป็นการจับกุมไม้ที่มีปริมาณมาก และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง วันแรกที่มาตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ไปพบ ผกก.สภ.ชาติตระการแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะเห็นว่าผู้ครอบครองบ้านพักเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
อย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดไม้ทำลายป่าในเขต อ.ชาติตระการ มีมานานอย่างต่อเนื่อง มีการนำไม้ออกจาก อ.ชาติตระการไปจังหวัดอื่น และเกี่ยวพันกัน เป็นคดีสำคัญที่ได้พูดคุยกับอธิบดีกรมอุทยานฯ และอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ส่งคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ให้ดีเอสไอมารับทำคดีในเรื่องนี้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับการตัดไม้ในสองอำเภอ คือ นครไทย และชาติตระการ และมีความสัมพันธ์กัน
“การจับกุมในครั้งนี้ ได้รับการแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ชาวบ้านเริ่มหวงแหนทรัพยากรที่สูญเสียไป ทำให้เกิดปัญหาฝนแล้ง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นโอกาสดีที่ชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสให้แก่ทางราชการ“ นายอำเภอชาติตระการกล่าว
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เข้ามาตรวจสอบโดยกล่าวว่า ได้รับคำสั่งการจาก รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมป่าไม้ ให้มาตรวจสอบการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เบื้องต้นให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องพนักงานสอบสวน ขณะที่ชุดปฏิบัติงานกำลังรวบรวมว่าจะขอนำส่งให้ดีเอสไอเข้ามาดูแลคดีนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ มีของกลางมาก
“กรมป่าไม้ได้ปรับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปทั้งจังหวัดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การติดตามการกระทำผิดมีมาตลอด แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับการรายงานหลายครั้งว่ามีอิทธิพลในท้องถิ่น มีการเปลี่ยนกำลังหน่วยรักษาป่าใน จ.พิษณุโลก 10 หน่วย จะดำเนินคดีที่เกิดขึ้นทั้ง อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ” นายธีรภัทรกล่าว
ทั้งนี้หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน รองอธิบดีกรมป่าไม้ และนายอำเภอชาติตระการ ได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองบ้านไม่มีเลขที่ดังกล่าว พบว่ามีผู้มาขอครอบครองเป็นบ้านเลขที่ 285 หมู่ 4 ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก มียศ พ.ต.อ. แต่แจ้งขอทะเบียนบ้านเท่านั้น ยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่



