
ให้ออก6นายตร.อำนาจฯชั้นประทวนพันคดียาบ้า
ผู้การอำนาจเจริญลงดาบ 6 นายตำรวจชั้นประทวนพัวพันคดียาเสพติดให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบคว้าน้ำเหลว จับยาบ้าหลายแสนเม็ด แต่วืดตัวผู้ต้องหาหลายครั้งติดต่อกัน รวบสาวใหญ่ขบวนการค้ายาบ้าฝั่งพม่า28,000เม็ดที่ตาก คุมเข้มสกัดแก๊งผิดกฎหมายทั่วพัทยา
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 กรกฎาคม พล.ต.ต.ดำรงศักด์ กิตติประภัสสร์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้เสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งให้ตำรวจออกจากราชการไว้ก่อนรวม 6 นาย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาแต่ละโรงพัก เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน หลังตำรวจคว้าน้ำเหลวจับยาบ้าหลายแสนเม็ด แต่ไม่ได้ผู้ต้องหาหลายครั้งติดต่อกัน
พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า จ.อำนาจเจริญ มีชายแดนติดกับ สปป.ลาว โดยมีลำน้ำโขงกั้นเป็นพรมแดน ยาว 38 กม.พื้นที่ที่มีการค้ายาบ้ามากในเขต อ.ชานุมาน ซึ่งพื้นที่เชื่อมทอดยาวไปตามลำน้ำโขงเข้าถึงเขต อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี โดยตำรวจได้ตรวจเข้มและทำการจับกุมยาบ้ามาอย่างต่อเนื่อง ได้ของกลางครั้งละกว่า 1 แสนเม็ดมากที่สุดคือ 2 แสนเม็ด แต่ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาไหวตัวทันทุกครั้ง แม้จะระมัดระวังเรื่องชั้นความลับ แต่ก็หลุดบ่อยๆ คล้ายกับมีคนขายความลับของทางราชการ
"ล่าสุดได้ำการล่อซื้อจากเหยื่อที่เป็นตำรวจรายดังกล่าว ทำให้เรามีหลักฐาน และผู้ต้องหาก็รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จึงมีมติเสนอไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 พิจารณาคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ขณะนี้ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ รวมทั้งสถานีตำรวจภูธรที่สังกัดได้ เพราะไม่ประสงค์ที่จะให้ใครเดือดร้อนเป็นข่าว จึงขอปิดชื่อผู้กระทำผิดไว้ก่อนจนกว่าจะมีการลงนามในคำสั่ง" ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ กล่าว
ด้าน นายบุญสนอง บุญมี ผู้ว่าราชการ จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นอดีตผู้ว่าราชการ จ.นครพนม ซึ่งอยู่ในภาคอีสานตอนบนทำงานคลุกคลีกับพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอดและรู้ขบวนการค้ายาเป็นอย่างดีทั้งจากสายและผู้เกี่ยวข้อง และได้ประกาศเตือนผู้ที่หลงผิดขอให้เลิกหลายครั้งผ่านสื่อวิทยุในรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ส่วนที่เตือนเป็นทางการก็ได้ทำเป็นหนังสือราชการเวียนถึงแต่ละส่วนราชการให้ไปแจ้งเตือนคนทำผิดขอร้องให้เลิก เมื่อใช้มาตรการอ่อนแล้วไม่ได้ผลก็ต้องลงดาบเด็ดขาด
"ปัจจุบันทางจังหวัดอำนาจเจริญ จะเข้มงวดมากขึ้นยิ่ง ถ้าพบข้าราชการมีเบาะแสเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะใช้วิธีเตือนก่อนต่อจากนั้นก็หาหลักฐานรวบรวมพยานก็จะเข้าดำเนินการจับกุมและส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าเป็นตำรวจก็สั่งพักราชการทันที
รวบสาวใหญ่ขบวนการค้ายาบ้าฝั่งพม่า28,000เม็ด
พ.ต.อ.เดชชาติ วัฒนพนม ผกก.สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ควบคุมตัวนางขิ่นทวย วิน อายุ 48 ปี พร้อมยาบ้าของกลาง จำนวน 28,000 เม็ด มาสอบสวนที่สภ.แม่สอด หลังจากเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมนางขิ่นทวย วิน ได้ที่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ท่าขนส่งสินค้าบ้านห้วยม่วง หมู่ที่ 2 ต.ท่าสายลวด ขณะกำลังนำยาบ้าบรรจุใส่กล่องขนม และกล่องนมข้ามมายังเขตไทย เพื่อเข้าไปยังตัวเมืองแม่สอดหลังจากนัดลูกค้าส่งยาบ้า ณ บริเวณสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง
ระหว่างจับกุม ทางตำรวจต้องร่วมกับทหารในพื้นที่ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ต.ท่าสายลวด เข้าจับกุม เพื่อป้องกันกองกำลังที่อาจจะอยู่ฝั่งประเทศเพื่อบ้านคุ้มครอง โดยตรวจค้นถุงขนม และกล่องนมอย่างละเอียดจนพบยาบ้าซุกซ่อนข้างใน จึงควบคุมตัวไปเพื่อขยายผลต่อไป ซึ่งนางขิ่นทวย วิน อ้างว่า รับจ้างนำยาบ้ามาส่งแล้ว จะได้เงินค่าจ้าง 10,000 บาท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาบ้าที่นำมา
พ.ต.อ.เดชชาติ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เป็นไปตามที่สายลับแจ้งมาว่า จะมีการนำยาบ้าเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าไปจับกุม พบยาบ้าบรรจุในถุงปุ๋ย และถุงขนม ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังขยายผลต่อไปยังลูกค้าปลายทาง
พ.อ.ประสาน แสงศิริรักษ์ เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด กล่าว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งรายใหญ่ และรายย่อย ส่วนรายย่อยจะมุ่งเน้นขายให้กลุ่มวัยรุ่น และนักท่องเที่ยว บริเวณสะพานมิตรภาพไทย- พม่า ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้าได้ประมาณ ร่วม 180 คน และยาบ้าจำนวนมาก
คุมเข้มสกัดแก๊งผิดกฎหมายทั่วพัทยา
เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 53 พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา นำโดย พ.ต.ท.กฤศกร ทองอินทร์ รอง ผกก.ปปฯ. ร.ต.อ.ณรงค์เดช ตนะพูนสิน รอง สวป. ร่วมกับ ตำรวจอาสา แบ่งกำลังกันเพื่อ ตั้งจุดตรวจสกัดตรวจค้นจับกุมสิ่งของผิดกฎหมาย จำนวน 3 จุดหลัก (เน้นขาเข้าเมืองพัทยา) คือ ถนนสุขุมวิทพัทยาเหนือ , ถนนสุขุมวิทพัทยากลาง ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้
เพื่อป้องกันแก๊งวัยรุ่นพกอาวุธปืนและยาเสพติดเข้ามาเที่ยวในเมืองพัทยา เนื่องจาก ในช่วงวันหยุด ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะมีกลุ่มวัยรุ่นนักเที่ยวจากในพื้นที่และนอกพิ้นที่เข้ามาเที่ยวตามผับในเมืองพัทยาจำนวนมาก และก่อเหตุทั้งใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงกันและไล่ตีกันเป็นประจำ รวมทั้งป้องกันยาเสพติดและของผิดกฎหมายที่จะระบาดเข้ามาในช่วงเวลาค่ำคืนอีกทางหนึ่งด้วย
โดยเริ่มตั้งจุดตรวจทั้งแต่เวลา 02.30-06.00 น. ผลการตั้งด่านตรวจสหัดจับกุมสิ่งของผิดกฎหมายครั้งนี้ สามารถจับกุมตัว นายธามาธิป มะปรางค์อ่อน หรือเก๋า อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.9 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ นายบุญชู บุญจิต อายุ 28 ปี ขณะที่ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีโก้ สีบรอน์ทอง หมายเลขทะเบียน ผค 6039 ชลบุรี สภาพไม่ติดป้ายทะเบียนหน้ารถ มายังจุดตรวจถนนสุขุมวิทพัทยาใต้
และตรวจค้นภายในรถก็พบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทธ์ฯ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 6 นัด ซึ่งมีการใช้ยิงไปแล้วจำนวน 3 นัด ซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนเถื่อนซุกซ่อนไว้ที่คันเกียร์ของรถ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
โดยนายธามาธิป ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของปืน โดยปืนดังกล่าวเพื่อนขายต่อให้ในราคา 20,000 บาท ซึ่งพกมาเพื่อป้องกันตัว เพราะพากันออกมาจากบ้านเพื่อเที่ยวผับร้านซีบาร์ ย่านพัทยาใต้ กลัวถูกแก๊งวัยรุ่นเจ้าถิ่นทำร้ายจึงพกปืนติดตัวมา และขากลับก็มาถูกจับที่ด่านตรวจดังกล่าว
ตำรวจจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี โดยภายหลังจากที่เลิกการตั้งด่านตรวจสกัดจับกุมสิ่งของผิดกฎหมายผลการตรวจจับ สามารจับกุมตัว ผู้กระทำความผิดทั้ง ขับรถจยย.แต่ซิ่ง และ วัยรุ่นที่ถูกตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพยาเสพติดในร่างกาย ได้จำนวนกว่า 20 ราย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



