ข่าว

วางบึ้มทหารแถมใช้ปืนยิงซ้ำเจ็บ3นายที่บาเจาะ

วางบึ้มทหารแถมใช้ปืนยิงซ้ำเจ็บ3นายที่บาเจาะ

10 ก.ค. 2553

กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดแล้วใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 3 นาย ในพื้นที่อ.บาเจาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ กก.อิสลาม 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมจัดโครงการ “รอมฎอน เดือนอันประเสริฐของเยาวชนญาลันนันบารู ฮ.ศ.1431” ทูตตะวันออ

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 10 ก.ค.53 ร.ต.อ. สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.นราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย บนถนนสายบ้านอัดตอฮีรียะห์-บ้านดูกู ม.3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ. จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ น.ต.อมร ครวญหาเวช รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีสายไฟฟ้าโผล่ออกจากหลุดลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง ประมาณ 100 เมตร รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าริมทาง

 นอกจากนี้ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน บจ-5055 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ริมไหล่ถนนในสภาพที่บริเวณใต้บังโคลนล้อหลังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับความเสียหาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ในกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวอาการไม่สาหัสมากนัก ประกอบด้วย 1. พ.จ.อ.ยุทธ์ดนัย จินดาวงษ์ 2. พ.จ.อ.เลอศักดิ์ ร้าวสกุลและ 3 พลทหารบากรี เงาะดีแม เมื่อแพทย์ปฐมพยาบาลแล้วเสร็จได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่ฐานปฏิบัติการณ์

 สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวได้เดินทางไปจัดงานแสดงลิเกฮูลูที่ภายในโรงเรียนศิริธรรม เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน และหลังจากนั้นได้ชวนกันเดินทางออกจากโรงเรียน เพื่อไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน และในระหว่างที่นั่งรถยนต์กระบะออกจากโรงเรียนไปได้ประมาณ 500 เมตร ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่าน

 ส่งผลให้รถยนต์กระบะเสียหลักตกไหล่ทาง แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหารซ้ำ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันนาน 5 นาที เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมาให้การสนับสนุนกลุ่มคนร้ายจึงอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

ถกเตรียมจัดกิจกรรมรับเดือนรอมฎอน

 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วย นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และผู้แทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา นราธิวาส และสงขลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการ “ รอมฎอน เดือนอันประเสริฐของเยาวชนญาลันนันบารู ฮิจเราะห์ศักราช1431 ” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม 2553 นี้ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

 โดยกิจกรรมดังกล่าวจะมีเยาวชนที่ผ่านโครงการญาลันนันบารู จำนวนไม่น้อยกว่า 2 พันคน เข้าร่วมพิธีต้อนรับเดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม) ซึ่งในวันที่ 10 สิงหาคม 2553 นี้ โดยจะมี นายอาซิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เดินทางมาปาฐกถาในหัวข้อ “ คุณค่าของเดือนรอมฎอน ”  นอกจากนั้นยังจะมี กิจกรรมเอี๊ยะติกาฟ ในช่วง 10 วัน สุดท้ายของเดือนรอมฎอน ที่จะมีการออกดาวะห์ และพักแรมในมัสยิดตลอด 10 วัน 10 คืน

 นายแวดือราแม กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนที่ผ่านโครงการญาลันนันบารู หรือทางสายใหม่ ได้ร่วมกันปฎิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด ในช่วงเดือนรอมฎอน โดยเฉพาะใน 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ที่เรียกว่า เอี๊ยะติกาฟ ที่ต้องการให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างกำลังใจ ขจัดความคิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นโอกาสที่จะได้รำลึกถึงความผิดพลาด เพื่อเริ่มต้นชีวิตในทางสายใหม่อย่างมีความสุขต่อไป กับการปฎิบัติกิจกรรมเอี๊ยะติกาฟอย่างเคร่งครัดตามแบบซุนนะห์ของท่านนบีมูฮัมมัด

ทูตตะวันออกกกลางพบปะเอกชนชายแดนใต้

 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม วิทยาลัยอิสลามยะลาวิทยาเขตปัตตานี ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะทูตพาณิชย์จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับนักธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 ประกอบด้วย ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม และ กลุ่มนักธุรกิจมุสลิม ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหาลู่ทางการลงทุน การค้า การเชื่อมโยงกับประเทศตะวันออกกลาง โดยมี ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา วิทยาเขตปัตตานี ให้การต้อนรับ

 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการนำคณะทูตพาณิชย์จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางลงพื้นที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากความร่วมมือทางการค้าภายใต้ โครงการลิมอดาซา ระหว่าง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับ 5 รัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย

 ทั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงทางด้านการค้า การลงทุน และ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมฮาลาล และธุรกิจลอจิสติก เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า และเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา เป็นสถาบันหลักในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว โดยคาดว่าในเดือนกันยายนนี้ จะจัดการประชุมลิมอ ดาซา ซัมมิด ครั้งแรก ในพื้นที่ โดยจะนำทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม ร่วมกับประเทศพันธมิตรทางการค้า ที่เป็นกลุ่มประเทศมุสลิม

 “สำหรับธุรกิจที่จะดำเนินการในโครงการลิมอ ดาซา นั้น จะเน้นธุรกิจด้านอาหารอาลาลเป็นหลัก และจะส่งเสริมให้นักลงทุนชาวต่างชาติ เข้ามาลงทุนในพื้นที่ให้มากขึ้น และจะเชื่อมโยงสินค้าฮาลาลที่ผลิตได้ ส่งออกไปยังประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุน"นายอลงกรณืกล่าวและว่า

 โดยเฉพาะเรื่องของการส่งเสริมวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าอาลาลนั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้ ศอ.บต. เป็นผู้ขับเคลื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมแนวทางการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะทางด้านปศุสัตว์ ซึ่งรัฐบาลต้องการสร้างรายได้พื้นฐานให้กับประชาชนในพื้นที่ และจะมีการจัดตั้งกลุ่มให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า

 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน เนื่องจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมีความเข้าใจถึงสภาพของปัญหาทีเกิดขึ้น โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด และ มีความเชื่อมั่นว่าหากโครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ก็จะส่งผลดีต่อการพัฒนาพื้นที่