ข่าว

"วัชระ"ยัน"ม็อบ-พ.ร.ก."ไม่ฉุดเชื่อมั่นไทยชี้32ปท.ทั่วโลกติดบ่วงการเมืองวุ่น

"วัชระ"ยัน"ม็อบ-พ.ร.ก."ไม่ฉุดเชื่อมั่นไทยชี้32ปท.ทั่วโลกติดบ่วงการเมืองวุ่น

10 ก.ค. 2553

การชุมนุมกว่า 2 เดือนของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามด้วยปฏิบัติการ "ขอคืนพื้นที่" ของฝ่ายรัฐบาล และล่าสุดยังต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ออกไปอีก 3 เดือนใน 19 จังหวัด ทำให้หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าประเทศไทยในสา

บางรายวิเคราะห์ไปถึง Failed State หรือ "รัฐล้มเหลว" ไปโน่นเลย

 แต่หากลองถาม "ตัวจริง" ที่ต้องทำงานติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ และได้ "สัมผัส" บุคคลสำคัญในระดับนานาชาติอย่าง ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) อาจได้ยินคำตอบที่ต่างออกไป

 "เราเดินทางไปหลายประเทศ แม้มีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองแต่การค้ายังต้องเดินต่อ ช่วงที่มีเหตุการณ์ผมไปรัสเซีย ได้พบกับรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ ปรากฏว่ารัสเซียเข้าใจไทย บอกว่าอย่ากังวลหรือต้องมาอธิบาย เพราะจริงๆ รัสเซียก็มีปัญหาเดียวกันกับไทย เช่น กรณีของกบฏเชเชน" ดร.วัชระ กล่าว

 จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ดร.วัชระ ขยายความว่า ปัจจุบันมีถึง 32 ประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาขัดแย้งและมีเหตุการณ์วุ่นๆ ทางการเมือง ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าอยากให้ประเทศไทยมีปัญหาหรืออยากให้ปัญหาดำรงอยู่ต่อไป แต่อยากบอกว่าไทยไม่ใช่เป็นประเทศเดียวในโลกที่เจอสถานการณ์แบบนี้

 "เท่าที่ผมได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง บอกได้เลยว่าทั่วโลกมองเราธรรมดา ฉะนั้นเราก็อย่าไปตื่นตระหนกมากเกินเหตุ บางทีการที่เราไปตีโพยตีพายมากจะทำให้ต่างประเทศสนใจว่าเราเป็นอะไร เพราะจริงๆ เขาไม่ได้คิดอะไรเลย"

 "อย่างที่เล่าให้ฟังเรื่องไปรัสเซีย เขาพูดกับเราก่อนเลยว่าไม่ต้องมาพูดเรื่องความมั่นคงนะ เพราะเขาไม่สน เขาถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรมากมาย ผมได้ไปเจออดีตรัฐมนตรีของญี่ปุ่นท่านก็ไม่ได้ถาม ท่านได้แต่บอกว่า wish well (หวังหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น) แต่ก็ไม่ได้ขอให้เราเล่ารายละเอียดอะไรเลย"

 ส่วนการที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าแผนปรองดองอย่างเต็มสูบ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น ดร.วัชระ มองว่า ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้ว

 "มีอะไรเราต้องจับเข่าคุยกัน การพูดคุยไกล่เกลี่ยปัญหาถือเป็นจุดเด่นของสังคมไทยอยู่แล้ว แต่ทุกฝ่ายต้องพร้อมที่จะคุยกันด้วย เรื่องแผนปรองดองแน่นอนว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องไปยังสังคมโลก การที่สภาคองเกรสของสหรัฐยอมรับแผนปรองดองของไทย ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และน่ายินดีมาก แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกยอมรับแผนปรองดองของเรา"

 อย่างไรก็ดี เมื่อมีสถานการณ์วุ่นวาย ผลสะเทือนที่มีต่อภาคธุรกิจย่อมเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้ โดย ดร.วัชระ ประเมินแยกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

 1.กลุ่มธุรกิจจากนอกประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยอยู่แล้ว กลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก เพราะโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายไม่ได้ตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ แต่อยู่ชานเมืองหรือจังหวัดปริมณฑล พูดง่ายๆ คือไม่ได้อยู่ที่ราชประสงค์ โรงงานจึงไม่กระทบ และไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเรื่องความเสียหาย

 2.ภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างชัดเจน ต้องจัดงบประมาณไปประชาสัมพันธ์ว่าไทยเป็นปกติแล้ว และจัดแคมเปญให้นักท่องเที่ยวกลับมา

 3.กลุ่มธุรกิจไทยที่ออกไปลงทุนข้างนอก กลุ่มนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้แทนการค้า แต่ก็ค่อนข้างง่าย เพราะไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยมากเท่าไหร่

 "แนวทางของผมเน้นเรื่องการลงทุน อย่างที่ลอสแองเจลิส กำลังจะสร้างไทยทาวน์ คล้ายๆ ไชน่าทาวน์ คือสนับสนุนให้คนไทยที่โน่นลงทุนซื้อที่ดินแล้วสร้างตึกที่เป็นของคนไทย ซึ่งจะทำให้ไทยมีธุรกิจที่นั่นได้ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนในธนาคารท้องถิ่น อาจจะเป็นคนไทยอเมริกันที่มีคอนเนกชั่นอยู่แล้ว หากเรามีแบงก์ของคนไทย ธุรกิจที่จะเปิดก็สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น แนวทางคือใช้แบงก์นำ เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีปล่อยกู้ยาก ก็จะทำให้ปล่อยง่ายขึ้น เศรษฐกิจก็เดินหน้า"

 "เช่นเดียวกับที่รัสเซีย จังหวัดหนึ่งของเขากำลังจะสร้างนิคมอุตสาหกรรมเหมือนแหลมฉบังของไทย เขาขอให้เราไปสร้างที่พักคนงานให้ 2 หมื่นยูนิต เราก็ใช้วิธีลงทุนร่วมกัน เพราะถ้าเราหวังจะให้เขาซื้อของจากเราอย่างเดียวมันไม่ได้ประโยชน์ และยังยากด้วย แต่ถ้าเราทำและเราลงทุนร่วมไปเลย วัตถุดิบทั้งหมดก็ต้องซื้อจากไทย ไม่ว่าจะอิฐ หิน ปูน ทราย เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ"

 หลักการของ ดร.วัชระ คือการร่วมลงทุน พร้อมๆ กับการเปิดตลาดใหม่ ไม่ใช่หวังแค่ขายของอย่างเดียวแบบเดิมๆ เพราะการลงทุนจะทำให้ไทยได้ประโยชน์แบบครบวงจร โดยเป้าหมายที่ชายตามองมากเป็นพิเศษคือกลุ่มประเทศ "ละตินอเมริกา" เพราะมีประชากรรวมกันมากถึง 640 ล้านคน

 และงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นปลายปีนี้คือการจัด "บิสซิเนส ฟอรั่ม" โดยเชิญรัฐมนตรีและผู้แทนการค้าของประเทศในแถบละตินอเมริกามาพบปะกับทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ซึ่ง ดร.วัชระ คาดหมายว่าจะสามารถปลุกความคึกคักให้ภาคธุรกิจได้ระดับหนึ่ง

 หลังจากที่ต้อง "เงียบ" และ "เครียด" จากความวุ่นวายทางการเมืองมานาน!

 ปกรณ์ พึ่งเนตร