
อภิสิทธิ์เชื่อคณิตแก้ปัญหาได้ไพโรจน์ถอนตัว
"นายกฯ" เชื่อ "คณิต" แก้ปัญหาได้หลัง"ไพโรจน์"ถอนตัว ย้ำชุด "อานันท์" ไร้ดาบเจอปัญหาให้บอกรัฐ รับ 258 ล้านยากกว่าคดียุบปชป.เมื่อปี 49 ยันไม่จดชื่อพรรคสำรอง "ชวนนำทีมส.ส.ช่วยพนิชหาเสียงรับหนักใจคดี258ล้าน
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 10 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชน ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ว่า ฟังจากนายคณิต ณ นคร ประธานคอป. ให้สัมภาษณ์เห็นว่าอยู่ในช่วงการทาบทาม ยังไม่มีการออกคำสั่งออกมา และฟังจากที่นายไพโรจน์ให้สัมภาษณ์ก็มีเหตุผล แต่เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการทาบทามแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่านายไพโรจน์ให้เหตุผลว่าการทำงานอาจไม่เปิดกว้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เข้าใจว่านายไพโรจน์ก็มีงานในอีกสถานะหนึ่ง และเกรงว่าอาจจะมีความซ้ำซ้อนหรือมีปัญหาในการทำงานที่จะสะดุด ซึ่งเข้าใจและคงไม่เป็นปัญหา ตนคิดว่านายคณิตคงจะแก้ไขปัญหาได้ และการทำงานของกรรมการก็คงจะเดินหน้าได้ ส่วนการทำงานขององค์กรอื่นๆคู่ขนาน ก็จะมีหลายองค์กรอยู่แล้ว เมื่อถามว่าต้องมีการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แล้วแต่นายคณิต เพราะทั้งหมดเราให้เป็นอำนาจประธานในการที่จะดำเนินการเพราะมีความอิสระ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูประบุว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะทำเท่าที่ทำได้เพราะไม่มีอำนาจเข้าไปล้วงลูกหน่วยงานต่างๆได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงเข้าใจกันตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินก็คงต้องอยู่กับฝ่ายบริหาร เพียงแต่ว่าสิ่งที่คณะกรรมการไปดำเนินการจะเป็นการไปดูปัญหาและหาข้อยุติ ซึ่งจะสามารถส่งมาให้ทางรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ที่ผ่านมาจะมีวิธีการทำงานคล้ายกับที่เราเคยทำกับกรรมการสี่ฝ่าย ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านไปเรียบร้อยเหลือเพียงแต่รายชื่อกิจการเท่านั้นซึ่งมีรายละเอียดมาก ก็จะต้องมีการประชุมเป็นกรณีพิเศษ
เมื่อถามว่าหากคณะกรรมการมีปัญหาก็สามารถแจ้งมาที่นายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครับ เมื่อแจ้งมาเราก็จะดำเนินการแก้ไขให้ ส่วนเรื่องระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการนั้น จากที่เคยคุยไว้ทุกคณะก่อนสิ้นปีน่าจะต้องมีความชัดเจนในหลายๆเรื่อง เมื่อถามว่าไม่นานเกินไปหรือ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ใช้คำว่าก่อน ไม่จำเป็นต้องรอถึงสิ้นปี
รับ258ล้านยากกว่าคดียุบปชป.เมื่อปี49
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่คณะทำงานร่วมคณะกรรมการการเลือกตั้งและอัยการระบุเตรียมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนนำเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองก่อนวันที่ 13 ก.ค.นี้ว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอนที่หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการร่วมฯแต่ตนยังไม่เห็นรายละเอียด ถ้าเห็นรายละเอียดแล้วก็คงจะต้องรบกวนคณะทำงานทางกฎหมายดูอีกครั้ง แต่ส่วนคดี 29 ล้านขณะนี้ก็มีความพร้อมในการที่จะชี้แจง และได้ดูประเด็นที่ศาลกำหนด 5 ประเด็นก็คิดว่ามีความพร้อมในการที่จะชี้แจงทุกประเด็น
เมื่อถามว่าคดี 258 ล้าน ห่วงจุดไหน นายกฯ กล่าวย้ำว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งตนเรียนตรงๆว่าทั้งสองเรื่องตนจะไม่ทราบรายละเอียดมาก่อนเลยเนื่องจากว่ามันอยู่คนละช่วงกัน ตนไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบงานในขณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกรณี 29 ล้านนั้นเมื่อตนเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเข้ามาเซ็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งตนก็เซ็นไปตามเอกสารที่มีอยู่ทั้งหมดในพรรค และกกต.ก็รับรอง และเราก็นำงบอันนั้นไปเซ็นรับรองงบประจำอีกทีในตอนปลายปี แต่ช่วงเหตุการณ์ที่พูดถึงว่ามีการบริจาคเงินหรือไม่อย่างไรในการใช้จ่ายเงิน 29 ล้านบาท ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการตรงนี้ ฉะนั้นจะไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ว่าเมื่อสำนวนมาแล้วเห็นแล้วว่ามีการบรรยายข้อกล่าวหาเป็นอย่างไร และได้ให้คณะทำงานทางกฎหมายไปรววบรวมข้อกฎหมายข้อเท็จจริงต่อสู้ตอนนี้ก็เห็นภาพชัด แต่กรณี 258 ล้านยังไม่ได้เห็นเลย
เมื่อถามว่านายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าหนักใจในเรื่องคดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือรายละเอียดมันเยอะ เมื่อถามว่ามันจะหนักกว่าคดียุบพรรคที่พรรคเคยโดนเมื่อปี 2549 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันก็คนละแบบ เพราะตนคิดว่าคราวที่แล้วมันมีข้อหาที่เยอะกว่านี้ มี 4 ข้อหา แต่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ซึ่งตนคิดว่าคนในพรรคจะทราบเรื่องเกือบทั้งหมดทุกคนว่าอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในการทำงานต่อสู้คดีก็ค่อนข้างจะง่าย
“แต่ครั้งนี้แม้กระทั่งคณะทำงานที่เป็นคณะกฎหมายจริงๆ ก็จะเหมือนกับผมคือไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็ต้องการดูตามเอกสารและดูคำชี้แจงของพยานหลักฐานต่างๆ ความยากเมื่อเทียบกับครั้งก่อนมันก็จะยากกว่าคือตรงนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะสามารถนำพรรคฝ่าฟันไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเราว่าตามความเป็นจริง อย่างกรณี 29 ล้านบาทก็รวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วขณะนี้ก็มีความชัดเจนว่าเราจะชี้แจงอย่างไร เมื่อถามว่ามีการจดชื่อพรรคสำรองไว้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่มีครับ”
"ชวน”นำทีมส.ส.ช่วย“พนิช”หาเสียงรับหนักใจคดี258ล้าน
เมื่อเวลา 7.30 น. ที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านเคซี เขตคลองสามวา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม ส.ส.ของพรรค อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะ ส.ส.นครศรีธรรมราช ,นายสมัย เจริญช่าง ,นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. และน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ลงพื้นที่พร้อมนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 25 ก.ค. นี้ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดดังกล่าวเป็นอย่างดี มีการนำดอกไม้มอบให้แก่นายชวน และคณะ รวมถึงขอลายเซ็นและขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดจากตำรวจนอกเครื่องแบบ อย่างไรก็ตามหลังลงพื้นที่ตลาด นายชวน และคณะได้ขึ้นรถแห่ไปตามหมู่บ้านละแวกดังกล่าวเพื่อแนะนำตัวผู้สมัครส.ส. ของพรรค
“การลงพื้นที่ช่วยนายพนิช ครั้งแรก พบว่าประชาชนตอบรับนายพนิชอย่างดี ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วนายพนิชเป็นคนดี มีความสามารถ มีความมั่นคง ส่วนกรณีที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์นั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่พฤติกรรมของผู้สมัครแต่ละบุคคล ว่าจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกาการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งถ้าทำตามก็ไม่มีปัญหา เพราะ กกต.ได้เพียงแต่ขอความร่วมมือ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่น่าเชื่อถือศรัทธาของประชาชน ส่วนจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเอง” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวถึงกรณีที่ประชุมร่วมระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง มีข้อยุติเห็นพ้องต้องกันว่า ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจได้รับเงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ว่า ยังไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะต้องรอดูคำฟ้องก่อน จากนั้นเมื่อรับทราบคำฟ้อง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้คณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำคดีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ดำเนินการคดีเงินบริจาค 258 ล้านต่อเนื่องหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องพิจารณาที่ความพร้อมของบุคคล เนื่องจากขณะนี้นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ของพรรค ที่ทำหน้าที่หลักในคดี 29 ล้านบาท ได้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแล้วอาจไม่มีเวลา ซึ่งเรื่องนี้กรรมการบริหารพรรคก็จะพิจารณาเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมมาดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามพรรคจะนำข้อเท็จจริงมาต่อสู้คดี พร้อมยอมรับว่าเป็นใครก็ต้องหนักใจ ในเรื่องนี้ แต่ก็ต้องยึดมั่นในความถูกต้องไม่ผิดกฎกติกา
ต่อข้อถาม ว่า เรื่องดังกล่าวจะบั่นทอนพรรคหรือไม่โดยเฉพาะในช่วงต่อไปที่อาจมีการเลือกตั้งทั่วไป นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้อย่าเพิ่งคิดว่าจะแพ้หรือชนะ เพราะต้องดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
“ที่ผ่านมา ผมยุ่งกั การทำคดีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ว่าศาลได้สรุปประเด็นที่จะพิจารณาวินิจฉัยใน 5 ประเด็นและกำหนดนัดไต่สวนพยานทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ คาดว่าประมาณปลายปีนี้ จะสามารถสอบสวนแล้วเสร็จ และอาจจะทราบคำวินิจฉัยได้ในต้นปีหน้า” นายชวน กล่าว



