
เสียครวญของเมียคนคุก
บ้านเมืองเรานั้น คนเสแสร้ง ตีสองหน้า ไม่รู้จักตัวเองและไร้จิตสำนึกมักจะฉวยโอกาสตีกินจากผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์เสมอ ยิ่งในการต่อสู้ทางการเมืองด้วยแล้ว การแหล แถ และหลั่งน้ำตา โกหกซึ่งหน้า ถือว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัว
วันก่อนเห็นพวกบรรดาเมียพวกเดนคุกออกไปช่วยผัว และเพื่อนผัวเรียกร้องหาความยุติธรรม และหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 6 หน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่เห็นอาลัยหาผัวตัวเอง นับว่าเป็นปรากฏการณ์พิสดารไม่น้อย
หญิงบางคนผัวอยู่ในคุก ในคดีก่อการร้าย ปลุกระดมมวลชนแดงให้เผาบ้าน เผาเมือง ซ่องสุมกำลังผู้คน อาวุธสงครามให้กองกำลังฆ่าทหารและชาวบ้าน ต้องยอมรับว่าเป็นการแสดงละครบนเวทีเลือกตั้งได้เต็มบทจริงๆ
ผัวบางคนหนีคดีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน มีความสุขในบ่อนกาสิโน และนางบำเรอ ตามที่เงินของนายทาสจัดสรรไว้ให้ เตรียมก่อการร้ายชิงเมืองอีกรอบ ใจจริงจะเป็นห่วงเมียหรือไม่ ใครก็บอกไม่ได้
เมียบางรายอาลัยผัว เพราะไม่รู้ว่าเอาเงินไปซุกไว้ที่ไหนบ้าง นอกจากที่ถูก ศอฉ.และรัฐบาลสั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน
แต่ดูแล้วไม่มีใครอดอยากปากแห้ง หน้าตาสดใดด้วยเครื่องสำอางทั้งนั้น ต่างทักทายกันเหมือนเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของผัวสู้แล้วรวย
เมียบางรายฟูมฟาย อ้างว่าผัวไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ทำอะไรผิด ได้เห็นภาพผัวถูกตีตรวน เสียงโซ่ดังกังวานบาดเข้าไปถึงจิตใจ
เมียบางรายอ้างว่าลูกยังเล็ก แต่ต้องอยู่ในสภาพไร้พ่อใกล้ชิด!
น่าจะรู้ว่าผัวบางคนกลับมาเมืองไทย ต่อสู้คดีก็ย่อมได้ แต่เลือกจะไม่มาเอง ไปเสวยสุขอยู่ในเรือนต้อนรับ และบ่อนกาสิโนในกัมพูชา
ดีกว่าอยู่ในคุกลาดยาวเหมือนเพื่อนร่วมเวทีปราศรัยแน่นอน!
บรรดาเมียพวกก่อการร้ายน่าจะคิดสักนิดว่าเงินทอง บ้านช่อง รถหรูหราที่ใช้อยู่ทุกวันนี้นั้นได้มาอย่างไร ผัวมีอาชีพ ทำมาหากินอะไร จึงได้ร่ำรวย บางรายมีบ้านราคาเกิน 10 ล้าน 2-3 หลัง
บางรายเป็นดีเจวิทยุ มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 14 ล้าน ใส่ทองมากกว่า 5 บาท บางคนใส่นาฬิการาคาเป็นล้านบาท น่าจะตอบว่าได้มาอย่างไร
ไหนประกาศว่าเป็น ”ไพร่” ไง! ทำไมกลายเป็น “ไพร่เงินล้าน” ต่างจากชาวบ้านที่พวกตัวเองปลุกระดมมาให้นั่งตากแดด สะสมแต้ม เอาไว้ไปเบิกเงินจากนายทาสหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ซึ่งทุ่มเงินหมื่นๆ ล้านเพื่อยึดประเทศ
นักก่อการร้ายเหล่านี้ไม่ใช่กระทำความผิดครั้งแรก บรรดาเมียพวกนี้ที่เสแสร้งคร่ำครวญรับรู้ตลอดมาว่าพวกนี้พาคนไปด่าป๋าเปรมนานกว่า 6 ชั่วโมง
เผาบ้าน เผาเมือง ในเทศกาลสงกรานต์ 2 ปีติดต่อกัน และส่อแววว่าจะทำอีกครั้งถ้าหลุดจากคุก เพราะพรรคพวกกำลังฝึกอาวุธ หัดทำระเบิดกันอยู่
เมียนักก่อการร้ายไม่ห้ามปรามผัว เมื่อเห็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่คงยุยงส่งเสริม ได้ประโยชน์จากเงินทอง ทรัพย์สินที่ผัวไปปอกลอกมาจากเศรษฐีกังฉิน หนีโทษอาญาแผ่นดินต้องทิ้งสัญชาติไทยไปพึ่งต่างชาติ
เมียนักก่อการร้ายต้องไปดูความหายนะย่านสี่แยกราชประสงค์ สยามสแควร์ เซ็นเตอร์วัน ตึกการไฟฟ้าคลองเตย ธนาคารกรุงเทพ
พวกเมียนักก่อการร้ายน่าจะไปฟังเสียงสวดบังสุกุล สำหรับศพทหาร และเหยื่อของการสังหารโดยคนชุดดำ ซึ่งทำงานให้ขบวนการแดงก่อการร้าย
ไปฟังเสียงคร่ำครวญของญาติพี่น้อง ลูกเมียของทหาร ซึ่งเสียชีวิตเพราะความเหี้ยมโหด หลังจากพวกผัวตัวเองปลุกระดมให้อันธพาลการเมืองฆ่าฟัน
การไปหาเสียงให้ผัว นักก่อการร้ายนั้น อย่านึกว่าจะมีคนโง่หลงคารมและน้ำตาจระเข้ ต้องรู้ว่าพฤติกรรมเลวทรามต่ำช้า เนรคุณแผ่นดินเกิดนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นในระดับนี้ในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่าพม่ากลับชาติมาเกิดด้วยซ้ำ
เพียงคดีตั้งรัฐไทยใหม่ ล้มสถาบันหลัก สะสมอาวุธสงคราม ฆ่าทหาร เผาบ้าน เผาเมือง กบฏภายในและภายนอกราชอาณาจักร ฯลฯ ก็มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตแล้ว ยามว่างคิดถึงผัวน่าจะจะฉุกคิดอย่างจริงจังเรื่องอนาคต
ถ้ากระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนของแผ่นดินไม่มีลดเลี้ยว บิดเบี้ยว โทษทัณฑ์สำหรับผัวของตัวเองนั้น ต้องประหารชีวิตทั้งนั้น
ไม่คิดวางแผนจะหาผัวใหม่ เผื่อว่าผัวต้องโทษประหาร หรือติดคุกหลายปีหรือบางรายมีลูกยังเล็ก ชาตินี้จะได้เห็นหน้าพ่อ และตั้งคำถามได้หรือไม่ ว่าพ่อตัวเองทำอะไรจึงต้องถูกขังคุก และจะตอบว่าเนรคุณแผ่นดินได้หรือ!!!
การออกมาคร่ำครวญช่วยเหลือผัว เท่ากับไม่ยอมรับความผิดของผัว เห็นดีเห็นงาม และเท่ากับไม่ละความพยายามให้มวลชนก่อการร้ายรอบใหม่
ผัวของหญิงพวกนี้ไม่ต้องการความยุติธรรม แต่ต้องการหลุดคดี!!
คนไทยที่สำนึกบุญคุณแผ่นดิน ยังจะยอมให้เครือข่ายเดนคนเหล่านี้มีที่ยืนบนแผ่นดิน สร้างความวิบัติทุกข์เข็ญ ให้ผู้อื่นอีกครั้งหรือนิ! อิอิอิ!!!



