
ก.ตร.ยังไม่ตั้งที่ปรึกษาสบ.10เสรีพิศุทธ์โผล่ค้านอัศวิน
"เทพเทือก" หน้าแตก บอร์ดกลั่นกรองไม่รับมุก ดัน "อัศวิน ขวัญเมือง" เป็นที่ปรึกษา (สบ 10) โฆษกตร.เผยบอร์ดยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ด้าน "เสรีพิศุทธ์" อดีต ผบ.ตร. โผล่แจมส่งจดหมายถึงก.ตร.ค้าน "อัศวิน ขวัญเมือง" ไม่เหมาะเลื่อนตำแหน่ง เหตุไม่ไปทำหน้าที่สำคัญในการ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง ตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านการสืบสวน ที่ห้องประชุม 1 ชั้นที่ 2 อาคาร 1 พร้อมด้วยรอง ผบ.ตร.ทุกนาย ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ดกลั่นกรองโดยตำแหน่ง ได้แก่ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อนายตำรวจเพื่อดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.อ.ปทีปมอบหมายให้ พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.สนง.กตร. ในฐานะเลขานุการ ก.ตร. เป็นผู้เสนอชื่อแทน
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวได้สอบถามคณะกรรมการผู้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีการจับตามองว่า ในที่ประชุมจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 7 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยมีกระแสข่าวว่า พล.ต.ท.อัศวินได้รับการสนับสนุนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป หลังจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ แต่ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมคนใดตอบข้อซักถาม ต่างรีบเดินเข้าห้องประชุม มีเพียง พล.ต.อ.วัชรพล ที่กล่าวยอมรับว่าได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาหานายตำรวจมาดำรงแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ที่เพิ่งเปิดขึ้น แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าในที่ประชุมจะมีการเสนอใครเพื่อรับตำแหน่ง ต้องรอเข้าร่วมประชุมก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าห้องประชุมบอร์ดกลั่นกรองว่า พบว่ามีตำรวจจากสำนักงานผู้ที่มีสิทธิเสนอชื่อพิจารณามาคอยติดตามข่าวโดยตลอด รวมทั้งตำรวจจากสำนักงานของ พล.ต.ท.อัศวิน ที่เป็นผู้คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งด้วย
พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผช.ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 3 กล่าวว่า หาก พล.ต.ท.อัศวินได้รับการแต่งตั้งก็ต้องยอมรับ เพราะผ่านการพิจารณาของ ก.ตร.มาแล้ว คงไม่ไปฟ้องร้องใดๆ เพราะตำแหน่งนี้นายกรัฐมนตรีก็สนับสนุน จะโกรธ ก.ตร.ไหม ก็คงไม่ได้ เราก็ปฏิบัติหน้าที่ของเราไป เพราะเราก็ทำงาน แต่ไม่ได้ไปบอกใครๆ ว่าทำอะไรบ้าง อย่างตนดูแลพื้นที่ 19 จังหวัดภาคใต้ก็ลงพื้นที่ดูตลอด ผช.ผบ.ตร.ทุกคนก็ผ่านงานด้านสืบสวนมาทุกคน
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กต.ร. ได้เดินทางมาถึงยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนเวลาการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง และก่อนประชุมบอร์ดกลั่นกรองเสร็จสิ้น จากนั้นเวลาประมาณ 12.30 น. การประชุมบอร์ดกลั่นกรองเสร็จสิ้นลง โดยมีรายงานว่า ในที่ประชุมยังไม่มีการเสนอรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากคณะกรรมการต่างเห็นว่าควรให้พิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งพร้อมกับวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี โดยเลขานุการ ก.ตร.รายงานให้นายสุเทพทราบพร้อมกับมีการพิจารณามติที่ประชุมครั้งก่อน ที่มี พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้เสนอความเห็นว่า ควรจะแต่งตั้งพร้อมกันกับวาระประจำปี ทั้งนี้ นายสุเทพเห็นว่า ไม่ได้เป็นมติของที่ประชุม เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น จึงให้บอร์ดกลั่นกรองกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้ง
มีรายงานว่า ตามกฎ ก.ตร.วาระพิจารณาแต่งตั้งพิเศษสามารถทำได้ปีละครั้งเท่านั้น หากพ้นวาระนี้ไปจะต้องรอพิจารณาในวาระแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ซึ่งเบื้องต้นคาดว่านายสุเทพจะให้มีการพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในการประชุมครั้งนี้ แต่เมื่อมีผู้คัดค้าน จึงทำให้ต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าก่อนมีการประชุม ก.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ได้นำจดหมายปิดผนึกส่งถึง ก.ตร.ทุกคน โดยในเอกสารระบุว่า พล.ต.ท.อัศวิน ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) เนื่องจากไม่ไปทำหน้าที่สำคัญในการถวายความจงรักภักดี ทั้งที่ตามกฎหมายระบุเป็นหน้าที่ของ ผบช.น.แต่กลับไปปรากฎตัวอยู่ในงานเดียวกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตามที่มีรูปถ่ายบันทึกไว้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกลับทำให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสม ดังนั้น พล.ต.ท.อัศวินก็ไม่เหมาะสมจะเลื่อนตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) เช่นเดียวกัน และหากไม่มีการตั้งกรรมการสอบในเรื่องนี้ ทางพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ จะดำเนินการฟ้องร้องพล.ต.อ.ปทีป ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ต่อไป
จากนั้นเวลา 16.30 น. พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะ โฆษก ตร. กล่าวสรุปผลการประชุมว่า วาระแรกที่ประชุมได้รับทราบเรื่อง พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ลาออก โดย ก.ตร.เห็นชอบให้มีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.ไพศาล ตั้งใจตรง อดีต ผช.ผบ.ตร.ทดแทน เนื่องจากอยู่ในบัญชีผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอยู่ในลำดับถัดไป ซึ่งเจ้าตัวยอมรับแล้ว และเลขาฯ ก.ตร.กำลังตรวจสอบคุณสมบัติ และเสนอโปรดเกล้าฯ อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ทาง ก.ตร.ยังทราบเรื่องการแบ่งงาน ตร.เป็น 5 หน้างาน โดยเพิ่มงานสืบสวน และเรื่องสุดท้ายที่ใช้เวลาในการพิจารณานานคือ เรื่องการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10)
“เมื่อเช้ามีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก แต่ว่าคณะกรรมการคัดเลือกไม่สามารถมีมติได้ ก็กลับมารายงาน ก.ตร.ว่า ในช่วงการพิจารณาคัดเลือกมีข้อสงสัยว่า ในมติ ก.ตร.ครั้งที่ผ่านมา ที่มีการให้เปิดตำแหน่ง สบ 10นั้น คณะกรรมการมีมติให้มีการแต่งตั้งพร้อมกับการแต่งตั้งนายพล วาระประจำปี ตามความเห็นของ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทยหรือไม่ ซึ่ง ก.ตร.ก็ยืนยันว่าการเปิดตำแหน่งในครั้งนั้นไม่ได้มีมติ ให้แต่งตั้งพร้อมกับวาระประจำปี ความเห็นของ พล.ต.ท.เหมราชจึงเป็นความเห็นเฉพาะตัวและมีการบันทึกลงไปในรายงานการประชุมด้วย“ โฆษกตร.กล่าว
พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวอีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ก.ตร.จึงมีมติให้คณะกรรมการคัดเลือกไปคัดเลือกผู้เหมาะสมใหม่และพักการประชุมประมาณ 40 นาที เนื่องจากไม่มีมติให้ไปแต่งตั้งพร้อมกับวาระประจำปีและ รรท. ผบ.ตร.ได้เข้าประชุมด้วย เพราะต้องเป็นผู้เสนอชื่อตัวบุคคล จากนั้น รรท.ผบ.ตร.ก็กลับมารายงานให้ ก.ตร.ใหญ่ทราบว่า ในการประชุมคัดเลือกครั้งที่ 2 ที่ประชุมไม่สามารถที่จะพิจารณาตัวบุคคลได้ ก.ตร.จึงมีมติว่า เมื่อไม่สามารถพิจารณาได้ก็ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ว่า จะมีเหตุผลความจำเป็นใดหรือไม่ ที่จะมีการเสนอตำรวจเข้าสู่ตำแหน่งที่เปิดใหม่โดยเฉพาะ หรือควรแต่งตั้งในวาระประจำปี ซึ่งจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะมีการแต่งตั้งนายพลวาระประจำปี จากนั้น ก.ตร.จึงเลิกประชุม
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกมีการเสนอตัวบุคคลหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ได้สอบถาม รรท.ผบ.ตร.เช่นกัน ซึ่งระบุว่ายังไม่ได้มีการเสนอ และจะเสนอตัวบุคคลตามกฎ ก.ตร.ที่ให้ไว้ คือ เรียงลำดับอาวุโส
ถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการเลือกตัวบุคคล พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ยังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษหรือวาระประจำปี และจะมีการประชุม ก.ตร.เมื่อใดและจะมีการแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่หรือไม่ หรือจะแต่งตั้งพร้อมกับวาระประจำปี ซึ่งมีกำหนดภายในเดือนสิงหาคม เหลือแค่เดือนเดียว ดังนั้นก็ขึ้นกับประธาน ก.ตร.พิจารณา
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็น ผช.ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 2 และจะมีการแต่งตั้งข้ามอาวุโส มีความเห็นอย่างไร พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้ เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้
ถามอีกว่า ครั้งก่อนนั้น พล.ต.ท.อัศวินให้สัมภาษณ์ว่าเหมาะสม เพราะได้ทำประโยชน์ให้สังคมไว้มาก รู้สึกว่าเหมือนโดนตบหน้าหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่รู้สึกนะ ไม่เห็นเจ็บเลย ก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
อภิสิทธิ์เตรียมมอบนโยบายปฏิบัติงานกต.ตร.ที่สโมสรตำรวจ
พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท./รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 17 ก.ค. เวลา 0.9.00 น. ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จะมีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. (ภาคประชาชน) โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเป็นประธานและมอบนโยบายในการปฏิบัติงานของ กต.ตร.
คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยงานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น และให้มีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งการประชุมเสวนาในครั้งนี้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมเสนอแนวทางการปฏิบัติในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานของตำรวจ ทำให้การปฏิบัติงานของ กต.ตร. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



