ข่าว

สารพันตำรวจ : ศูนย์สมอง "ปราบยาเสพติด" ภาค 5

สารพันตำรวจ : ศูนย์สมอง "ปราบยาเสพติด" ภาค 5

09 ก.ค. 2553

ภายในห้องทำงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารมากมาย ผนังด้านหนึ่งเป็นแผนที่ประเทศไทยด้านจังหวัดภาคเหนือแผ่นใหญ่กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของผนัง เส้นสีแดงคดโค้งไปตามแนวชายแดนบ่งบอกถึงเส้นทางลำเลียงและช่องทางลักลอบขนยาเสพติดของชนกลุ่มน้อย

 วันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ใครหลายคนพักผ่อนอยู่กับครอบครัว แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ในชุดลำรองสบายๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมความพร้อมในงานสถาปนาครบรอบ 111 ปี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5)

 กิจกรรมที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผ่านพ้นไปด้วยดี พวกเขาพุ่งเป้าไปที่เยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษา แม้ว่าทุกคนจะตระหนักรู้เกี่ยวกับโทษภัยของยาเสพติดดี แต่หลายคนก็เลือกที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมหันตภัยนี้ ทั้งในฐานะผู้เสพและจำหน่าย ดังนั้น การปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ถึงแม้บรรดาเด็กและเยาวชนจะมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อก็ตามที นั่นคือภารกิจของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาค 5 (ศตส.ภ.5)

 "อยากให้เยาวชนรู้ว่ายาเสพติดคืออะไร" พ.ต.ท.เดชา ไวยสุนีย์ สว.หน.ฝ่ายธุรการ ศตส.ภ.5 กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม

 ถึงแม้สถานที่ทำงานจะไม่โอ่งโถงและมีเจ้าหน้าที่อยู่เพียงจำกัด แต่กลับเป็นหัวใจหลักของงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่ถือว่ามีปัญหาเรื่องยาเสพติดหนักหน่วงที่สุด ทุกๆ เดือนจะมีการประชุมร่วมกัน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ป.ป.ส.ภาค 5) ตำรวจท้องที่ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 32-33 ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจรถไฟ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ฝ่ายปกครอง และทหาร

 โดยหน่วยงานข้างต้นจะส่งตัวแทนเข้ามาร่วมประชุม มี รอง ผบช.ภ.5 ที่ดูแลงานยาเสพติดเป็นประธาน ใช้เวทีการประชุมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงาน หากหน่วยไหนไม่มีผลงานในขณะที่หน่วยอื่นๆ มีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่องก็อาจจะถูกจับตามองและถูกกดดันไปในตัว

 นอกจากการประชุมประจำเดือนแล้ว สถิติและข้อมูลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการจับกุม จำนวนของกลาง พฤติกรรมแห่งคดี ตลอดจนการสืบสวนขยายผลไปถึงขบวนการที่เหลือจะถูกส่งมาจัดเก็บเป็นข้อมูลสำหรับการทำงานในครั้งต่อๆ ไป

 "ข้อมูลนี้จะช่วยให้เราทราบถึงขบวนการยาเสพติดว่าประกอบด้วยใครบ้าง มีใครอยู่เบื้องหลัง และมีวิธีการอย่างไร เช่น ส่งไปทางพัสดุมีต้นทางมาจากที่ไหน วิธีอำพรางตบตาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการจับกุม สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้เรียนรู้เพื่อนำไปวางแผนปฏิบัติการในครั้งต่อๆ ไป" พ.ต.ท.ชูชัย มงคล สว.หน.ฝ่ายข่าว ศตส.ภ.5 กล่าว 

 ถึงแม้ว่าปฏิบัติการล่อซื้อยาเสพติดจะเป็นที่ถกเถียงกันมานานว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะค่อนข้างเสี่ยงและหลายครั้งนำมาสู่ความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน รวมถึงการได้มาซึ่งพยานหลักฐานเกี่ยวเนื่องกับจริยธรรม ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่ค่อยสนับสนุนปฏิบัติการล่อซื้อ แต่จะใช้วิธีวางสายข่าวแล้วสกัดกั้นยาเสพติด กระนั้นหลายครั้งเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดก็จำเป็นต้องเสี่ยง เพื่อจะได้ทราบขบวนการที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเป็นมาตรการเชิงรุกที่ดีก็จำเป็นต้องเลือกทำ และหลายครั้งประสบความสำเร็จด้วยดี 

 ว่ากันว่ามาตรการจัดการกับอาชญากรรมและปัญหายาเสพติดที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ใช่มุ่งเน้นให้เกิดปัญหาขึ้นก่อนแล้วค่อยปราบปราม และงานของ ศตส.ภาค 5 ก็ครอบคลุมในส่วนนี้ด้วย ซึ่งการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบสถาปนา 111 ปี บช.ภ.5 ก็เป็นหนึ่งในภารกิจด้านนี้

 "ผมอยากให้ชาวบ้านและเด็กๆ ได้รู้ว่า ตำรวจไม่ได้น่ากลัวอะไร ไม่ต้องกลัวตำรวจ คนทั่วไปถ้าไม่มีเรื่องก็ไม่มาหาตำรวจ ไม่ขึ้นโรงพัก ทั้งๆ ที่มีนโยบายติดประกาศเอาไว้ว่า 'โรงพักเพื่อประชาชน' แต่กลับเป็นว่ามีแต่ตำรวจเท่านั้น กลายเป็นโรงพักเพื่อตำรวจแทน" พ.ต.ท.เดชา กล่าว

 วันนี้และวันต่อๆ ไปเจ้าหน้าที่ชุดนี้และอีกหลายๆ ชุดหลายๆ หน่วยงานจะยังคงทำงานปราบปรามยาเสพติดต่อไป เพราะประเทศไทยมีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และขณะนี้ก็กำลังเร่งผลิตยาเสพติดออกป้อนตลาดมืด เพื่อนำเงินไว้เป็นทุนสำรองต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่า พวกเขาจะยังต้องเหนื่อยกันต่อไป จนกว่าคนไทยทุกคนจะเล็งเห็นพิษภัยยาเสพติด และร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้เอาชนะให้ได้ แม้ว่าวันนั้นจะยังไม่มาถึง แต่เชื่อว่าถ้าทุกคนปฏิเสธไม่ยุ่งเกี่ยวไม่ค้าไม่เสพก็จะเอาได้ไม่ยาก

 "งานยาเสพติดมันหยุดไม่ได้" ทั้ง พ.ต.ท.ชูชัย และ พ.ต.ท.เดชา เอ่ยขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะกลับไปทำงานที่ยังคั่งค้างอยู่