
สาทิตย์เตรียมหารือเคลียร์คิวอภิสิทธิ์ลงพื้นที่
รมต.น้องเดียว เตรียมหารือ ที่ปรึกษานายกฯ เคลียร์คิว มาร์คลงพื้นที่พบ ปชช. เมิน ทีวีแดง เย้ยติดดูหนังดูละคร นายกฯเตรียมเยือนพม่าต้นเดือนหน้า ปลายปีเดินสายร่วมประชุมเวทีนานาชาติโอกาสชี้แจงสถานการณ์การเมือง ชี้คลังจ้างล็อบบี้ยิสต์ไม่ใช้โต้ทนายต่
(9ก.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีแนวความคิดที่จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชานเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ว่า เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการจะลงไปรับฟังความคิดเห็น และเสียงสะท้อนจากประชาชนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติความขัดแย้ง แต่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง และะความไม่ปลอดภัยบ้าง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาคณะทำงานการปฏิรูปประเทศไทยชุดที่ตนเป็นประธาน ได้หารือวางแผนกำหนดพื้นที่ที่จะให้นายกฯลงไปในพื้นที่ใดบ้าง จะต้องประสานกับคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯ แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าจะเป็นพื้นที่จังหวัดใด ในสัปดาห์หน้าคณะทำงานจะเสนอกำหนดการคร่าวๆ ให้นายกฯพิจารณาก่อนว่าจะสะดวกช่วงเวลาใด โดยในเบื้องต้นจะพิจารณาว่านายกฯมีกำหนดการอย่างไรและจะไปพบปะกับใคร โดยมีเป้าหมายจะไปพบกับทุกกลุ่ม
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องความปลอดภัยของนายกฯจะถือเป็นปัจจัยหลักมากว่าเป้าหมายว่านายกฯจะไปพบใครใช่หรือไม่ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า เรื่องความปลอดภัยต้องไปคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ส่วนกรณีที่สถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดทของคนเสื้อแดงเริ่มทดลองออกอากาศแล้ว ทางรัฐบาลจะมีการติดตามดูแลอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้อัพเดทเลย อยู่บ้านก็จะดูละครบ้าง ดูฟุตบอลบ้าง หรือดูหนังทางช่องเอชบีโอบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่สนใจสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วหรือ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวติดตลกว่า “กินกระทิงแดงแทน”
“นายกฯ”เตรียมเยือนพม่าต้นเดือนหน้า
นายอภิสิทธิ์ กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเตรียมเดินทางไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ว่า ยังไม่มีแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศในช่วง 2 - 3 เดือนนี้ เนื่องจากในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญนิติบัญญัติ แต่ในช่วงปลายปี ตนจำเป็นต้องไปร่วมการประชุมระหว่างประเทศหลายเวที อาทิ การประชุมเอเชีย-ยุโรป หรือ อาเซม( Asia-Europe Meeting - ASEM) การ ประชุมกลุ่มประเทศกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เพราะฉะนั้นใน 4 โอกาสนี้จะเป็นโอกาสที่ตนจะได้พบปะกับผู้นำของหลายประเทศอยู่แล้ว และถ้าเวลาอำนวย ก็อาจจะสามารถเยือนบางประเทศอย่างเป็นทางการได้ นอกจากนี้ยังมีกรณีของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตนรับปากว่าจะไปร่วมงานเวิลด์ เอ็กซ์โป และการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์
ส่วนที่มีข่าวว่าจะเดินทางเยือนประเทศสหภาพพม่านั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พม่าเป็นประเทศเดียวในกลุ่มอาเซียนที่ตนยังไม่ได้เดินทางไปแนะนำตัว อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังมีการประสานอยู่ ซึ่งอาจเป็นการไปเยือนในช่วงต้นเดือนหน้า (ส.ค.) แต่เป็นการไปเยือนเพียงช่วงเวลาสั้นๆ 1 - 2 วัน
“ ขณะนี้หลายประเทศสนใจว่าสถานการณ์ในบ้านเมืองของเราจะคลี่คลายไปในทางใด ซึ่งด้านเศรษฐกิจ ในแง่ของเนื้อหาที่เป็นปัจจัยพื้นฐานนั้น ไม่น่ากังวล ซึ่งหลายคนคงได้เห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจของเรา ที่ค่อนข้างมั่นใจและเห็นความแข็งแกร่งในการฟื้นตัวพอสมควร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ปีซ้อนเป็นสิ่งที่ทำให้ต่างชาติมีเครื่องหมายคำถามอยู่ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของบางฝ่ายในต่างประเทศด้วยที่ทำให้เกิดความสับสนได้ ก็จะเป็นจุดที่อาจต้องไปทำความเข้าใจเพิ่มเติม ” นาย อภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการที่กระทรวงการคลังว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ (บริษัทประชาสัมพันธ์ของสหรัฐฯ) จะมีส่วนช่วยเหลือในการสร้างความเข้าใจของต่างชาติในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการคลังคงหวังว่าภาพความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ และโอกาสสำหรับการค้า การลงทุน จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือคนที่สนใจจะลงทุนและคู่ค้าของเรามากขึ้น
เมื่อถามว่าการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ครั้งนี้เพื่อ ใช้ตอบโต้นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจ้าง ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคงไม่ไปตอบโต้ใคร แต่เรามีหน้าที่ที่จะให้ความจริงซึ่งเป็นที่รับทราบของประชาคมโลกให้มากที่ สุด
“รบ.”เยียวยาเพิ่ม"รายย่อย 961ราย"รวม48ล้าน
นายสาทิตย์ กล่าวภายหลังเป็นการประธานการประชุม คณะกรรมการเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประการรารายย่อย ที่ได้รับผลกระทบถูกเพลิงไหม้เพิ่มเติมอีก 961 รายๆ ละ 50,000บาท เป็นวงเงินจำนวน 48 ล้านบาทเศษ ตามที่กทม.เสนอโดยจะจ่ายเงินให้กับผู้ประกอบการได้ในวันอังคารที่ 13 ก.ค. นี้ และที่ประชุมรับทราบว่ายังมีผู้ประกอบการรายย่อย ที่ยังไม่มารับเช็คอีกประมาณ 100 กว่าราย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้รอตามระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณ คือ 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันศุกร์ที่ 20 ส.ค. เป็นวันสุดท้าย ทั้งนี้ได้มีการใช้งบประมาณในการเยียวยารวมทั้งหมด 148 ล้านบาท เมื่อครบกำหนดในวันศุกร์ที่ 20 ส.ค.แล้ว มีเงินเหลือเท่าไหร่ก็จะส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง
รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า เนื่องจากผู้ที่ยื่นความจำนงมีความซ้ำซ้อนทั้งในเรื่องปัญหาและเอกสาร เพราะมีผู้ยื่นความจำนงขอรับความช่วยเหลือกว่า 60,000 ราย และที่ประชุมได้อนุมัติให้ความช่วเยหลือไปแล้วกว่า 3,000 ราย จึงจำเป็นต้องมีการแยกแยะรายละเอียดของผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้นให้ชัดเจน และจะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมครม.ว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากมีคนยื่นแบบฟอร์มขอความช่วยเหลือเข้ามาในช่วงแรกจำนวน 60,000 ราย แต่กทม.ก็รายงานมาว่ามีความซ้ำซ้อนของเอกสารเกิดขึ้น ตรวจสอบแล้วจะเหลือเพียง 50,000 รายเท่านั้น แต่เราช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 3,000 ราย ส่วนที่เหลืออีก 47,000 รายนั้นเป็นกรณีขอเงินทุนไปประกอบอาชีพ ไม่ได้ถูกไฟไหม้ทรัพย์สินเสียหาย ที่เขาขอมาไม่เข้าหลักเกณฑ์ไฟไหม้หรือทรัพย์สินเสียหายแต่เป็นลักษณะขายไม่ได้ ซึ่งตนขอให้กทม.แยกแยะกรณีนี้ออกมาให้ชัดแจน
“ในวันที่ 13 ก.ค. ผมจะรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ และกรณีที่ขอความช่วยเหลือมาแล้วไม่เข้าหลักเกณฑ์ให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ รวมถึงส่งรายงานไปยังคณะของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ชุมนุมด้วย” นายสาทิตย์ กล่าว



