ข่าว

ศาลสั่งปล่อย”วินัย”แพะคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ

ศาลสั่งปล่อย”วินัย”แพะคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ

23 มี.ค. 2552

ศาลสั่งปล่อยตัว”วินัย นวลจีน” ผู้ต้องหารายแรกที่ตร.เมืองพิษณุโลกตั้งข้อหาฆ่าภรรยาอธิบดีอัยการเมื่อ 3 มี.ค. พ่อแม่ไปรับตัวที่เรือนจำจังหวัด พากลับไปให้พระรดน้ำมนต์ เพื่อนบ้านร่วมร้อยมารอผูกขวัญต้อนรับ พ่อแม่สุดปลื้มดีใจลูกชายถูกปล่อยตัวหลังยืนยันมาตลอดว่าต

 เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 มีนาคม 2552 นายเชน และนางสมจิตร นวลจีน พร้อมกับญาติพี่น้องจาก ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เดินทางไปรับตัวนายวินัย นวลจีน อายุ 23 ปี บุตรชาย ที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก หลังจากศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายวินัยออกมา ทันทีที่รับนายวินัยออกมาครอบครัวได้พานายวินัยกลับบ้านเกิดที่ ต.บ้านกร่างทันที และพาไปที่วัดพระขาวไชยสิทธิ์ ให้พระทำพิธีรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ หลังจากถูกกักตัวและคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลกมาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2552 ในคดีฆ่านางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยาอธิบดีอัยการ เหตุเกิดเมื่อ 3 มีนาคม 2552 ที่บ้านยิ้มสมบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

 หลังจากให้พระอาบน้ำมนต์แล้ว พ่อแม่ได้พานายวินัยกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 160/2 ม.11  ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านร่วมร้อยคนมาให้การต้อนรับนายวินัย มีการทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญ จนนายวินัยกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และสวมกอดกับนางเชนและนางสมจิตร ผู้เป็นพ่อแม่ตลอดเวลา เพราะดีใจที่ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัว หลังตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ต้องพลาดการเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ที่นายวินัย มีกำหนดรับในวันที่ 24 มีนาคมนี้

 นางสมจิตร นวลจีน ผู้เป็นมารดานายวินัย เปิดเผยว่า เชื่อมั่นตั้งแต่ต้นแล้วว่าลูกบริสุทธิ์ และยืนยันกับตำรวจและสังคมมาตลอดว่าตำรวจจับผู้ต้องหาผิดคนแน่ ส่วนที่ลูกชายรับสารภาพในชั้นสอบสวนนั้น เป็นเพราะถูกกดดันอย่างมาก และครอบครัวตนก็สู้กันมาตลอด ทั้งยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม จัดหาทนายความว่าความ รวมทั้งบนบานศาลกล่าวทุกสิ่งทุกอย่างที่นึกถึงได้ จนถึงวันนี้ ได้รับแจ้งจากศาลว่า ให้ไปรับตัวนายวินัยออกจากเรือนจำจังหวัด

 "รู้สึกดีใจมาก จากนี้ไป จะไม่ให้ลูกไปที่ไหนแล้ว จะให้อยู่ที่บ้าน และจะไปเดินสายแก้บน ที่ประมาณว่า 200,000 บาทก็เอาไม่อยู่ เพราะทั้งส่วนของตนและเพื่อนบ้าน ญาติ ต่างช่วยกันบนทั้งหมด ขณะที่เรื่องคดีความนั้น ตนยังไม่มั่นใจว่าคดีความสิ้นสุดแล้วหรือไม่ แต่ถ้าสิ้นสุดลงแล้ว จะให้ลูกชายตนบวช"นางสมจิตรกล่าว

 ส่วนนายเชน ผู้เป็นบิดา กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ลูกชายได้รับการปล่อยตัวออกมา ตั้งแต่ที่ลูกชายถูกจับฐานฆ่าชิงทรัพย์ภรรยาอธิบดีอัยการ ตนก็มีความเชื่อมั่นว่าตำรวจจับผิดตัวแน่นอน เพราะช่วงวันเวลาที่เกิดเหตุ ลูกชายตนอยู่กับตนเกือบจะตลอดเวลา พวกตนเป็นเพียงชาวนา แต่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์จึงยืนยันสู้มาตลอดจนมีวันนี้ รู้สุกดีใจมาก

 ขณะที่นายวินัย กล่าวกับผู้สื่อว่าถึงเหตุผลทำที่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่า  ช่วงนั้นรู้สึกกดดัน วันนั้นไปทำงานวันแรก ไปต่อเติมโครงหลังคากับอาชื่อนายประกอบ อยู่มี่บ้านเกิดเหตุ 09.00-13.30 น . ในวันที่ 3 มีนาคม จากนั้นก็ไปทำงานที่บ้านดร.สุเมธ ก่อนเดินทางกลับมาที่บ้านและไปบ้านนายนเรศกับพ่อ และกลับมาบ้านลุงที่ ต .จอมทอง และได้รับโทรศัพท์ก็ไปอยู่โรงพักตั้งแต่วันนั้น ถูกตำรวจนำไปสอบในห้องสีดำ มีม่านปิด

 “ตำรวจถามวนไปวนมา คิดว่าไม่มีอะไรเหลือแล้ว รู้สึกกดดันมากกับคำพูดต่างๆ เช่น ถ้าไม่รับจะรู้มั้ยว่าชีวิตจะไม่มีความสุขเพราะผู้ตายเป็นคนตั้งระดับนั้น เขาพยายามหาคนมานั่นอย่างเดียว หลังจากถูกกดดันอยู่คนเดียวมาตลอด จำต้องรับสารภาพ ห้องที่สอบก็เป็นห้องประชุมที่เป็นม่านสีดำ ไม่เห็นอะไร ตำรวจไม่ได้เสนอเงื่อนไขอะไรให้ถ้ารับสารภาพ  ตำรวจจะให้พาไปชี้ที่เกิดเหตุ แต่ผมไม่ใช่คนทำ จะไปทำได้อย่างไร ช่วงนั้นจะไปขอพบญาติอะไรตำรวจก็ไม่ให้ มีแต่อยู่กับตำรวจ ได้รับการปล่อยตัวมาก็ดีใจแล้ว แต่รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปรับปริญญาพร้อมกับเพื่อน ๆ แต่ไม่เป็นไร ปีหน้ารับพร้อมกับรุ่นน้องก็ได้ ส่วนอนาคต ยังไม่ได้วางแผนอะไร ขออยู่ที่บ้านไปก่อน” นายวินัยกล่าว

 ด้าน พ.ต.อ.ประเสริฐ์ กาฬรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า จากการที่เจ้าหน้าที่วิทยาการเก็บคราบเลือดในซอกเล็บของนายวินัยผู้ต้องหา ส่งไปที่นิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ผลได้ออกมาเมื่อวันที่ศุกร์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าดีเอ็นเอไม่ตรงกับผู้ตาย ทางพนักงานสอบสวน จึงขออำนาจศาลปล่อยตัวนายวินัยเป็นการชั่วคราว

 ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้กลั่นแกล้ง โดยทำตามขั้นตอนของกฎหมาย จากการสอบปากคำนายวินัย เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ขณะนี้ผลออกมา ทางพนักงานสอบสวน จึงได้ขอให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว

 สำรับคดีฆ่านางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ที่บ้านพักเลขที่ 228 / 8 ถ.แสนพลพ่าย ต.ในเมือง  อ.เมือง จ.พิษณุโลก นั้น ตำรวจสภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเวลาประมาณ 18.30 น . วันที่ 3 มีนาคม นางอุนิตาถูกคนร้ายฆ่าอย่างทารุณ ทุบหัว ใช้ถุงพลาสติกครอบและใช้ไฟฟ้าช็อต ตำรวจได้เรียกคนงานก่อสร้างทั้งหมด มาสอบสวนและเก็บลายนิ้วมือ วันที่ 4 มีนาคม 2552 จึงจับกุมนายวินัย นวลจีน อายุ 23 ปี ชาวต . บ้านกร่าง อ . เมือง ช่างไฟ ที่เพิ่งเข้าไปทำงานในบ้านหลังดังกล่าวเป็นวันแรก

  โดยเจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือแฝง และพบคราบเลือดในซอกเล็บนายวินัย ซึ่งภายหลังสารภาพด้วยว่าลงมือกระทำเพียงคนเดียว แต่ยังปฏิเสธไม่รับรู้เรื่องเงินที่สูญหาย ตำรวจจึงขอหมายศาลจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะนี้กำลังรอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอจากเลือด และฝากขังนายวินัยที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 6 มีนาคม นางสมจิตรและนายเชน นวลจีน แม่และพ่อของนายวินัยพร้อมญาติประมาณ 100 คน มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้สอบสวนอย่างเป็นธรรม

 ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม ตำรวจก็จับกุมนายธนพงษ์ ทิศแสง คนงานช่างปูน ที่ทำงานในบ้านดังกล่าวมาได้ร่วมเดือน มีหลักฐานเป็นลายนิ้วมือแฝงในบริเวณเกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิด ในชั้นสอบสวนนายธนพงษ์ให้การรับสารภาพว่าลงมือกระทำเพียงคนเดียวเช่นกัน ตำรวจจึงขอหมายศาลจับกุมนายธนพงษ์ และตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือ โดยกระทำทารุณโหดร้าย เพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ( 5 )( 6 )