
มาร์คเมินแดงเคลื่อนไหวช่วงวันคล้ายวันเกิดทรท.
นายกฯเมินข่าวแดงเคลื่อนไหวช่วงวันคล้ายวันเกิด"ทรท." แต่ห่วงเรื่องของรูปแบบ แฉยังมีวิทยุชุมชนบางแห่งเสนอข่าวยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
(9ก.ค.) เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าจะมีความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในวันเกิดของพรรคไทยรักไทย 14 ก.ค. และช่วงวันคล้ายวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค. ว่า ไม่ทราบข้อมูล ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)เป็นผู้ดูแล
เมื่อถามว่ารัฐบาลเป็นห่วงหรือไม่ เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะผูกโยงเชิงสัญลักษณ์ตลอด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันหรือสิ่งที่จะเป็นสัญลักษณ์ไม่สำคัญเท่ากับรูปแบบการเคลื่อนไหว ถ้าการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นปัญหา อย่างขณะนี้มีคนกังวลเรื่องสื่อ เช่น วิทยุชุมชนเราก็เห็นชัดว่าวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกลุ่มคน ซึ่งเคยโยงใยกับกลุ่มคนเสื้อแดงก็มี 2 ลักษณะ บางสถานีก็มีการวิพากวิจารณ์ตำหนิติติงรัฐบาล เสนอมุมมองของคนเสื้อแดงแต่ก็อยู่ในกรอบ แต่บางสถานียังมีลักษณะยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอยู่ ซึ่งเราก็ต้องปฏิบัติต่างกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง บอกว่ายังมีความน่ากังวลในหลายพื้นที่ที่มีการตั้งแกนนำในแต่ละพื้นที่ขึ้น มา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการติดตามอยู่ เรามีหน่วยงานและกลไกที่ทำงานอยู่แล้วในด้านนี้ เพียงแต่การติดตามข่าวในพื้นที่จะต้องลึกมากขึ้น เพราะการดำเนินการในหลายส่วนขณะนี้อาจจะเป็นการทำในวงของพื้นที่นั้นๆ มากกว่าในภาพรวม ส่วนการเชื่อมโยงจนกลายเป็นปัญหาใหญ่นั้นไม่น่ากังวลมาก เพราะทางรัฐบาลและ ศอฉ.ก็พร้อมที่จะรับมืออยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่ทางองค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ออกแถลงการณ์คัดค้านประเทศไทยในการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นายกฯ กล่าวว่า องค์กรเอกชนที่แสดงความคิดเห็นในด้านนี้เราก็เข้าใจ เพราะเขาก็ห่วงใยในเรื่องการจำกัดสิทธิ์ ก็ต้องมีการอธิบายว่าข้อกำหนดที่ออกมาเป็นการจำกัดสิทธิ์ประชาชนทั่วไปมากน้อยแค่ไหน และความจำเป็นต่างๆ อย่างไรก็ตามตนก็พร้อมรับฟังอย่างรายงานของกลุ่มวิกฤตระหว่างประเทศ (ไอซีจี) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความปรองดองแห่งชาติ ตนก็จะมาอ่านดูมุมมองและจะได้เสนอกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าทางฮิวแมนไรท์วอทช์ยังระบุด้วยว่าการที่ไทยประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้มีคนร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ์จำนวนมาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจริงต้องแยกแยะ อย่างบางครั้งตนก็คุยกับชาวต่างประเทศ และก็เข้าใจว่าคนที่ถูกควบคุมตัวในขณะนี้ตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาล เป็นเรื่องของประมวลวิธีพิจารณาความอาญาตามปกติเขาก็ไปเข้าใจว่าเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินซึ่งความจริงมันไม่ใช่ เมื่อเขาทราบข้อมูลก็เข้าใจมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคำสัมภาษณ์ของการ์ดนปช.ต่อสำนักข่าวบีบีซี.ขู่ว่าความรุนแรงอาจเพิ่มทวีคูณ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่าก็มีคนพูดในลักษณะนี้ก็อาจจะมีเจตนาแตกต่างกันไป เราก็ไม่ประมาทและติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆแต่ก็จะพยายามที่จะไม่ให้เกิด ความตื่นตระหนัก อีกทั้งมาตรการต่างๆต้องอยู่บนความพอดี ถ้าทำอะไรที่เกินเลยไปก็อาจไปสร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าหากเกิดเหตุการณ์อีกรอบจะรุนแรงกว่าเก่าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอบยาก แต่บทเรียนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาชัดเจนที่สุดคือปัญหาของความรุนแรงและการ ใช้อาวุธ มันทำให้การบริหารจัดการทุกอย่างยากมาก และตนยืนยันว่าถ้าไม่มีเรื่องของความรุนแรงและการใช้อาวุธของคนบางกลุ่ม เหตุการณ์ทั้งหลายก็จะคลี่คลายได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรามีกฎหมายและถือว่าเพียงพอต่อการบังคับใช้ จะไม่มีมากไปกว่านี้ แต่เราก็อยากจะปรับลดลงมาให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายก็มีข้อจำกัดหลายข้อขณะนี้ก็เร่งแก้ไขอยู่
เมื่อถามถึงฝึกกำลังและการใช้อาวุธในสถานที่ต่างๆ และรัฐไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ทันท่วงที นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัญหาที่ค่อนข้างเรื้อรังในประเทศ แม้กระทั่งปัญหาเรื่องอาวุธสงครามก็เป็นปัญหาซึ่งเรื้อรังมาพอสมควร ขณะนี้ก็พยามเร่งรัดในการหามาตรการที่เหมาะสม เมื่อ ถามว่าส่วนหนึ่งที่จัดการไม่ได้เพราะมีทหารในกองทัพที่ยังอยู่ในราชการเข้า ไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่จึงไม่สามารถจัดการได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องติดตามดู และตรวจสอบเพราะมีกลไกของรัฐที่จะต้องทำงานให้เต็มที่มากกว่านี้



