ข่าว

LH Bankเปิดสาขา2ภูเก็ตมั่นใจเศรษฐกิจในพื้นที่ยังดี

LH Bankเปิดสาขา2ภูเก็ตมั่นใจเศรษฐกิจในพื้นที่ยังดี

09 ก.ค. 2553

LH Bank เปิดสาขา 2 ที่ภูเก็ต คาดสิ้นปีปล่อยสินเชื่อได้ 2,000 ล้านบาท เตรียมเปิดสาขา 3 ในปีหน้าไตรมาส 2

นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ด้วยธนาคารมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างสูงในทุกๆ ด้าน จึงได้เปิดสาขาในเทสโก้โลตัส เป็นสาขาที่ 2 เพื่อรองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตหลังจากเปิดสาขาแรกบริเวณถนนเทพกระษัตรี เมื่อปี 2551 และได้รับการตอบเป็นอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการตอบโจทย์และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้

 “ การอำนวยสินเชื่อของธนาคารในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งดำเนินการไปแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นภาคบริการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แม้ดูเหมือนจะไม่มากนัก สำหรับธนาคารที่ไม่มีพื้นฐานในพื้นที่มาก่อน แต่สามารถได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการท้องถิ่นระดับนี้นับว่าเป็นการให้โอกาส และในปีนี้จะเจาะกลุ่มบริการและการค้าเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายในการอำนวยสินเชื่อไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ”

 นางศศิธร กล่าวด้วยว่า สำหรับสาขาในเทสโก้โลตัสนับเป็นสาขาที่ 26 ของทางธนาคาร และในปีนี้ตั้งเป้าหมายในการขยายสาขาให้ครบ 30 สาขา ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งในแต่ละปีจะมีการขยายสาขา 6-8 สาขา จนครบ 50 สาขา ขณะที่การขยายสาขาเพิ่มใน จ.ภูเก็ตนั้น คาดว่าจะมีเพิ่มอีก 1 สาขาในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ในใจแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม

 แนวโน้มครึ่งปีหลังของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ต มองว่ายังคงมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง มีการเปลี่ยนมือเร็วมากและเร็วกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยเจอมา ขณะที่มูลค่าก็มีการปรับราคาตลอดเวลาเช่นกันเดียวกับ รอบของการขอจัดสรรก็ค่อนข้างเร็ว ทำให้จำนวนรอบของผู้ประกอบการทางด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นไปด้วยความฉับไว จึงต้องมีการดูแลกันอย่างใกล้ชิด เพราะอัตราการเปลี่ยนมือในลักษณะเช่นนี้จะไม่พบในจังหวัดอื่นๆ และจากการพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทำให้พบว่าความแตกต่างของภูเก็ตไม่ใช่มีเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นธุรกิจตั้งต้นและตามมาด้วยธุรกิจอื่นๆ ซึ่งมีความหลากหลาย เช่น ภาคการค้า อุปโภคบริโภค เป็นต้น ซึ่งในส่วนของธนาคารจากที่เริ่มด้วยภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่จริงแล้วยังมีการอำนวยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องอื่นๆ ให้กับผู้ประกอบการโดยไม่ต้องมีหลักประกันก็ได้ เช่น ภาคการขนส่ง ภาคการผลิตเพื่อการอุปโภคบริโภค เป็นต้น

 นางศศิธร กล่าว อีกว่า ตัวเลขผลประกอบการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน สามารถทำกำไรได้ 190 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วซึ่งทั้งปีซึ่งทำกำไรได้ 365 ล้านบาท คิดว่าจากนี้จากนี้เหลืออีก 6 เดือนก็น่าที่จะทำกำไรไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน ในส่วนของสินทรัพย์รวมมี 54,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ที่มีสินทรัพย์รวม 49,660 ล้านบาท หรือเติบโต 10 % และคาดว่าสิ้นปี 2553 จะมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 60,000- 65,000 ล้านบาท

 ส่วนเงินฝากก็โตต่อเนื่องเช่นกัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน มียอดเงินฝากรวมเงินกู้ยืมจากประชาชน 43,468 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.4 % จากสิ้นปี 2552 ที่มียอดเงินฝากและเงินกู้ยืมฯ อยู่ที่ 42,038 ล้านบาท โดยธนาคารมีการเพิ่มทุนเท่าตัวตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ทุนชำระแล้วหลังการเพิ่มทุนเท่ากับ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อก็เพิ่มโดยตลอด ณ วันที่ 30 มิถุนายน มียอดสินเชื่อรวม 39,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้วที่มียอดสินเชื่อรวมเท่ากับ 35,600 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 11.2 %