
ศาลรธน.ให้ส.ส.-ส.ว.ถือหุ้นส่งเอกสารถึง14ก.ค.
ศาลรธน.ย้ำให้ส.ส.-สว.ถือหุ้นต้องห้ามส่งเอกสารวันสุดท้าย 14 ก.ค.นี้ ก่อนเริ่มกระบวนการไต่สวนในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ให้กกต.นำสืบพยานทั้งสิ้น 19 ปาก
เมื่อเวลา 11.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดตรวจพยานกรณีคำร้องที่ประธานวุฒิ และประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 กรณีสมาชิกภาพของ 16 ส.ว. 13 ส.ส. และ 16 ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119 ( 5 ) และ 106 ( 6 ) เนื่องจากการะทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 ( 2 ) ( 4 ) ถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐหรือไม่
โดยนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการฯ ซึ่งได้มอบหมายจากองค์คณะได้ชี้แจงต่อคู่กรณีถึงขั้นตอนการตรวจพยานหลักฐานและแจ้งว่ายังมีเรื่องที่ติดขัดอยู่กรณีเอกสารหมายเรียกที่ขอจากหน่วยงานบางส่วนที่ยังไม่นำส่งมาก็ขอให้ไปติดตามส่งมาให้ศาลได้ในวันที่ 14 ก.ค.นี้เป็นวันสุดท้าย ในวันดังกล่าวหากคู่กรณีไม่สามารถนำส่งพยานเอกสารได้ ศาลก็ขอตัดออกจากบัญชีพยาน และหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ศาลก็จะจัดทำหมายเอกสาร ซึ่งคู่กรณีสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการทำหมายเอกสารได้ในวันที่ 21 ก.ค.
นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า ส่วนพยานบุคคลจากการประชุมขององค์คณะตุลาการฯพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลกำหนดนัดไต่สวนพยานปากแรกในวันศุกร์ 23 ก.ค.จะเป็นการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องให้เสร็จสิ้นก่อน โดยกกต.ผู้ร้องที่ 1 ที่ได้ยื่นบัญชีพยานรวม 24 ปาก แต่ศาลเห็นควรให้นำสืบ 19 ปากเมื่อไต่สวนผู้ร้องเสร็จสิ้นแล้ว ต่อจากนั้นคณะตุลาการฯก็จะพิจารณาพยานฝ่ายผู้ถูกร้องว่าจะนำสืบจำนวนกี่ปากและกี่นัดส่วนที่เหลือก็จะเป็นพยานของศาลที่องค์คณะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาวินิจฉัยคดี เมื่อเสร็จสินแล้วก็จะเป็นการแถลงปิดคดี หากศาลเห็นว่าถ้าจำเป็นก็จะให้คู่กรณีได้แถลงหรือยื่นบันทึกปิดคดี และศาลก็จะกำหนดวันอ่านคำวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในส่วนของผู้ถูกร้องที่เป็นส.ส.และส.ว.ก็ได้มีการซักถามในประเด็นติดใจสงสัย ในประเด็นการต่อสู้ โดยศาลบอกว่าหากส่วนใครที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้ก็ขอให้หยิบยกสามารถนำสืบต่อสู้ให้เต็มที และควรที่จะนำมาสืบมาให้เด่นชัด



