
กกต.-อสส.เห็นตรงเสนอศาลรธน.ยุบประชาธิปัตย์
คณะทำงานร่ววมกกต.-อสส.เห็นตรงกันให้เสนอศาลรธน.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ชทพ.ห่วงคดียุบพรรคถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง แนะทุกฝ่ายอดทนรอคดีถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายวานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ค.คณะทำงานร่วม กกต. และ อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมเพื่อสรุปผลการพิจารณาก่อนที่จะนำเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยภายหลังการประชุม นายวิจิตร วิชัยสาร ประธานคณะทำงานร่วมฯได้แถลงว่าที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์
โดยต่อจากนี้จะเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนที่จะนำเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองก่อนวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้ ต่อเรื่องที่คณะทำงานร่วมได้เชิญพยานปากสำคัญมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมอาทิ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายประจวบ สังข์ขาว แต่ก็ไม่ได้เข้ามาให้ปากคำแต่อย่างใด
นายวิจิตรกล่าวว่า อัยการไม่ได้รู้สึกหนักใจเพราะที่ผ่านมาก็ได้พยานหลักฐานรอบข้างมาพอสมควรแล้ว และน่าจะเพียงพอต่อการวินิจฉัยได้ส่วนที่ขาดก็ขาดไป แต่ก็คิดว่าน่าจะวินิจฉัยได้ ส่วนความเห็นที่ตรงกันนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องโหวตแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้อัยการเหมือนกับมาเป็นการถามความเห็นหรือพูดคุยกันมากกว่า ไม่ได้มีความเห็นที่ต่างกันแต่อย่างใดเพราะส่วนใหญ่มีข้อเท็จจริงที่จะอธิบายในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อสส.มีความมั่นใจในการเสนอยุบพรรคหรือไม่ นายวิจิตรกล่าวว่า ถือเป็นความคืบหน้าที่ดีและมีความชัดเจนขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มข้อเท็จจริงเพื่อสะดวกต่อการวินิจฉัยต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขั้นตอนหลังจากนี้คณะทำงานจะนำเสนอผลการหารือต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อแจ้งต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการยื่นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ซึ่งในการประชุมของคณะทำงานร่วมนั้นทางอัยการไม่ได้มีท่าทีที่ไม่เห็นด้วยต่อการเสนอยุบพรรค แต่ที่ต้องตั้งคณะทำงานร่วมก็เนื่องมาจากอัยการต้องการความมั่นใจและต้องการที่จะเข้ามาหารือกับ กกต. ถึงประเด็นต่างๆและแนวทางในการทำงานร่วม ซึ่งก็เหมือนกับการยุบพรรคในหลายครั้งที่ผ่านมาที่ต้องคณะทำงานร่วมเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่ามีการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ชทพ.ห่วงคดียุบพรรคถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชิไทยพัฒนา แถลงว่า กระบวนการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น กังวลว่าคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จะกลายเป็นสายล่อฟ้าตัวหนึ่งของสถานการณ์ทางการเมืองไทย ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใดก็จะมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะมีการนำประเด็นดังกล่าวขยายผลทางการเมือง ดังนั้นพรรคขอเรียกร้องทุกฝ่ายให้อดทน และอดใจดูกระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุดก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหว



