ข่าว

บัญชีดำ"ต่างชาติ"ก่ออิทธิพลในไทย

บัญชีดำ"ต่างชาติ"ก่ออิทธิพลในไทย

09 ก.ค. 2553

ทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมโดยฝีมือชาวต่างชาติ มักมีคำถามตามมาอยู่เสมอว่า ทำไมประเทศไทยปล่อยให้อาชญากรเหล่านี้เข้ามาอาศัยและสร้างปัญหาให้เมืองไทย ?!!

 ปฐมเหตุเริ่มต้นมาตั้งแต่นโยบายเปิดประเทศส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลเมื่อหลายปีก่อน แต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทย หลายประเทศเดินทางมาได้อย่างเสรี และบรรดาอาชญากรข้ามชาติเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เข้ามาลงหลักปักฐานขยายเครือข่ายสร้างอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้

 พื้นที่ที่เหล่าอาชญากรข้ามชาติอาศัยอยู่มักเป็นเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ แต่ที่มีมากสุดคงเป็นเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลายกลุ่มทำธุรกิจถูกกฎหมายบังหน้า แต่เบื้องหลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหลากหลายรูปแบบ ทุกครั้งที่มีคดีอุกฉกรรจ์โดยฝีมือชาวต่างชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะตื่นตัวออกตรวจสอบเก็บข้อมูลกลุ่มคนเหล่านี้สักครั้ง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลุ่มอิทธิพลต่างชาติยังคงเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่คอยสร้างปัญหาให้ประเทศไทย

 ทั้งนี้กลุ่มชาวต่างชาติที่มีประวัติกระทำความผิดและอยู่ในข่ายเฝ้าจับตามองมีด้วยกัน 13 สัญชาติ คือ รัสเซีย เยอรมัน อังกฤษ อเมริกัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ สแกนดิเนเวีย แคเมอรูน ปากีสถาน อิรัก และอิหร่าน หรือแยกได้เป็น 7 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาใต้

 แต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมและความชำนาญแตกต่างกันไป ประกอบธุรกิจแตกต่างกันไปตามความถนัด สร้างอาณาจักรและเครือข่ายอิทธิพลในกลุ่มชาติตัวเอง !?!

 กลุ่มต่างชาติเหล่านี้แม้จะทำมาหากินอยู่พัทยา แต่ก็แบ่งโซนอาศัยกันค่อนข้างชัดเจน เช่น ชาวเอเชียจะอาศัยทำกิจการอยู่ฝั่งพัทยากลางและพัทยาเหนือ ส่วนชาวรัสเซีย เยอรมัน และกลุ่มประเทศยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา จะอยู่แถบพัทยาใต้และหาดจอมเทียน

 "คม ชัด ลึก" ฉบับวันที่ 9 กรกฎาคม 2553 กล่าวถึงกลุ่มรัสเซียไปแล้วว่า มีพฤติกรรมเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร กิจการทัวร์ และธุรกิจนำเข้าส่งออก มีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ สำหรับกลุ่มชาวเยอรมันที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคสมัยของ "อูลริค วูล์ฟกัง" ปัจจุบันไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก แต่ยังคงมีธุรกิจร้านอาหารและบาร์เบียร์ที่ร่วมหุ้นกับคนไทย แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่ ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเป็นที่ปรึกษากฎหมาย

 ส่วนกลุ่มชาวอังกฤษทำธุรกิจบาร์เบียร์ บาร์เกย์ และบาร์อะโกโก้ อยู่แถวถนนพัทยาแลนด์และวอล์กกิ้งสตรีท ข้อมูลเมื่อ 3-4 ปีก่อนพบว่าบางคนเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติดประเภทยาอีและยาเค ที่ลักลอบนำมาจำหน่ายให้ลูกค้าในสถานบริการ และเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลด้วย ขณะที่กลุ่มชาวอเมริกันเปิดบริษัทด้านธุรกิจบันเทิง ร้านอาหาร และบาร์อะโกโก้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจซื้อขายบ้าน ให้เช่าบ้านพัก และรถยนต์ ฯลฯ

 กลุ่มสแกนดิเนเวียส่วนใหญ่พัวพันกับการค้ายาอี โดยยึดสถานบันเทิงย่านถนนพัทยาสาย 2 เป็นแหล่งทำมาหากิน โดยเครือข่ายทั้งชาวเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ ในจำนวนนี้มีอยู่ 3 ราย ที่อยู่อาศัยมานานจนเรียกได้ว่าเป็นผู้กว้างขวาง

 กลุ่มแคเมอรูนส่วนใหญ่พักอยู่ในโรงแรมชั้น 2 ย่านพัทยาใต้ มีการรวมกลุ่มอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน มีพฤติกรรมหลอกลวงโดยการนำธนบัตรดอลลาร์ปลอมมาหลอกลวงเอาเงินจากคนไทย โดยอ้างว่าจะนำเงินไปซื้อน้ำยาชนิดพิเศษมาล้างเงินดอลลาร์ที่มีตำหนิก็จะมาสามารถนำมาใช้การได้ รู้จักในชื่อ "แก๊งเงินดำ"

 กลุ่มเกาหลีใต้เข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร ส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่แถวพัทยากลางและพัทยาเหนือ มักจะก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และหลอกลวงนักท่องเที่ยวจากประเทศเดียวกัน โดยมีร้านอาหารอย่างน้อย 8 แห่ง ที่ตำรวจเฝ้าจับตามาโดยตลอด

 กลุ่มปากีสถานมีพฤติกรรมปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ปลอมบัตรเครดิต ลักทรัพย์ตามโรงแรม และกลุ่มค้ามนุษย์ หรือที่รู้จักในนามแก๊งลูกแพะ

 กลุ่มอิรักมีพฤติกรรมไม่แตกต่างจากกลุ่มปากีสถาน คือตระเวนลักทรัพย์ตามโรงแรมต่างๆ ปลอมแปลงหนังสือเดินทางให้เพื่อนร่วมชาติ

 กลุ่มอิหร่าน พฤติกรรมไม่ต่างจากกลุ่มอิรัก แต่จะมีพฤติกรรมรุนแรงกว่า เนื่องจากกลุ่มนี้เคยมีประวัติปล้นและชิงทรัพย์ด้วย

 กลุ่มฟิลิปปินส์ เข้ามากระทำความผิดใน 2 รูปแบบ คือ ปลอมและใช้บัตรเครดิตปลอม กับหลอกลวงให้เล่นการพนัน หรือที่เรียกกันว่าแบล็กแจ็ก

 กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มจากประเทศสิงคโปร์ มีพฤติกรรม 2 ลักษณะ คือ ติดตามทวงหนี้ เรียกค่าไถ่ ปลอมและใช้บัตรเครดิตปลอม

 ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ที่พอจะสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างอิทธิพลในเมืองไทยในปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มเอเชียตะวันออกได้แก่ ชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และเกาหลี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ปลอมหนังสือเดินทาง ค้าประเวณี เรียกค่าไถ่ และหลอกลวงต้มตุ๋น

 กลุ่มเอเชียใต้ ได้แก่ ชาวอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา เนปาล และบังกลาเทศ มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด ส่งคนไปประเทศที่สาม ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปลอมหนังสือเดินทาง ปลอมธนบัตรและเรียกค่าไถ่

 กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ชาวมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย มีพฤติกรรมลักลอบส่งคนไปประเทศที่สาม ปลอมแปลงบัตรเครดิต และลักทรัพย์

 กลุ่มแอฟริกา ได้แก่ ชาวไนจีเรีย เคนยา แคเมอรูน และอูกันดา มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด ต้มตุ๋น ปลอมธนบัตร ปลอมอัญมณี และปลอมทองคำ  

 กลุ่มตะวันออกกลาง ได้แก่ ชาวอิรัก อิหร่าน จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ฉกเพชรทอง ปลอมหนังสือเดินทาง เรียกค่าไถ่ และค้าดอลลาร์ปลอม 

 กลุ่มประเทศแถบยุโรป ได้แก่ ชาวรัสเซีย เยอรมัน และประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด โสเภณีข้ามชาติ ค้าเด็กชาย ล่วงละเมิดทางเพศ และรับจ้างฆ่าในลักษณะมือปืน โดยบางคนเปิดกิจการร้านอาหารบังหน้า 

 สุดท้ายกลุ่มอเมริกาใต้ ได้แก่ ชาวโคลัมเบีย เม็กซิโก และสเปน มีพฤติกรรมลักทรัพย์ในรถยนต์ โดยใช้เครื่องมือไขประตูรถ ทุบกระจกรถเพื่อโจรกรรมทรัพย์สิน