
"งานหิน"-ปฏิรูป ปท.-แต่"ต้องทำ"
เปิดตัว...ออกมาแล้วสำหรับ "คณะกรรมการปฏิรูป" และ "คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป" ที่รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้กรรมการทั้งสองชุดทำพิมพ์เขียวในการปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดสเปกประธานทั้งสองชุดว่าต้องเป็น "อานันท์ ปันยารชุน" และ "ประเวศ วะสี"
รายชื่อกรรมการปฏิรูปชุดของ "อานันท์" ได้แก่ 1.นายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา 2.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
4.นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5.นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน 6.นายบัณฑร อ่อนดำ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
7.นางปราณี ทินกร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย 9.นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 10.พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต
11.นางรัชนี ธงไชย ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก 12.นายวิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ 13.นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
14.นายศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ 15.นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิตและอดีต ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง 16.นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้านปากมูล 17.น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 18.นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 19.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ประธานมูลนิธิชุมชนไทย
หากดูรายชื่อแล้วจะพบ "ปูมหลัง" ของคนที่ "อานันท์" ทาบทามมาเป็นกรรมการนั้น จะเน้นไปที่ "คนระดับบน" นักวิชาการ อดีตข้าราชการ และข้าราชการปัจจุบัน หรือที่เรียกกันว่า "เทคโนแครต"
จะมีเพียง "พระไพศาล" ที่เป็นนักเคลื่อนไหว "รัชนี" ที่เป็นเอ็นจีโอ และ "สมปอง" ที่เป็นแกนนำชาวบ้านปากมูล สามคนเท่านั้น ที่หลุดออกมาจากกรอบนักวิชาการ และอดีตข้าราชการ
ยิ่งไปกว่านั้นรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้อาจจะไม่สวยไปทั้งหมดและอาจถูกตั้งข้อสังเกต เพราะยังมีชื่อของ "ชัยอนันต์" ที่ภาพบางครั้งยังเหลื่อมทับกับคนเสื้อเหลือง หรือ "รัชนี" ที่แม้หมวกหนึ่งเป็นเอ็นจีโอ แต่ก็พ่วงตำแหน่ง ภรรยาของ "พิภพ ธงไชย" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วย แต่ข้อดีของกรรมการชุดนี้ คือ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์รู้ลึกและมีข้อมูลในหลายๆด้าน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่สังคมยอมรับ
ไม่ว่าจะเป็น... "นิธิ" "บัณฑร" "ศรีศักร" หรือ "เสกสรรค์" หรือแม้แต่อดีตข้าราชการ ต่างก็เป็นผู้ผ่านการปฏิบัติงานจริงมาแล้ว
ขณะที่กรรมการสมัชชาปฏิรูปของ "ประเวศ" นั้น ก็ถือว่ามีส่วนผสมที่หลากหลายอย่างน่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็น...กรรมการโดยตำแหน่งที่สามารถรวมคนที่อยู่ในองค์กรนั้นเข้ามาร่วมช่วยงาน อาทิ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ก็มีตัวแทนจากองค์กรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น "ต่อพงศ์ เสลานนท์" อุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ศิลปินแห่งชาติ "สน รูปสูง" ปราชญ์ชาวบ้าน "สารี อ๋องสมหวัง" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค "ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา" รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ฯลฯ
เหล่านี้ คือ ตัวอย่างแห่งความหลากหลายของกรรมการสมัชชาปฏิรูป
แต่หากย้อนกลับไป จะเห็นได้ว่านักเคลื่อนไหวที่หลากหลายเหล่านี้ ต่างไม่ใช่คนหน้าใหม่ ซ้ำยังทำงานกันมาแล้วหลายครั้ง และดูเหมือนจะเป็นฟากฝั่งที่เห็นตรงกัน แต่ฝั่งที่เห็นแย้งแทบไม่ปรากฏในกรรมการชุดนี้เลย
จะเห็นได้ว่า ข้อเสียของกรรมการทั้งสองชุด คือ การยึดแต่ปูมพื้นฐานของกลุ่มที่ตัวเองคุ้นเคยเป็นหลัก
ดังนั้นปัญหาอยู่ว่ากรรมการทั้งสองคณะที่ต้องทำงานร่วมกันจะหลอมรวมความต่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์และผลงานสูงสุดอย่างไร
"การติเรือทั้งโกลน" อาจจะไม่ใช่เรื่องดี แต่การตั้งข้อสังเกตก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่เกินไปนัก หากผู้ที่ถูกตั้งข้อสังเกตนั้นตระหนักและเฝ้าระวังการจับตา คนที่มีภาพสีทางการเมืองทาบทาอยู่ ก็จำเป็นต้องปลด ละ วางอัตตาความเชื่อและตั้งอกตั้งใจทำงาน
เพราะงานครั้งนี้แม้จะเป็น "งานหิน"... แต่หากไม่ทำคงน่าเสียดายไปตลอดกาล และประเทศเราก็จะถูกทิ้งปล่อยให้เป็นอย่างนี้ตราบนานเท่านาน
อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ



