
ฤดูล่าฝันหน้าฝน
คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คนไทยทั้งประเทศต่างใจจดจ่ออยู่กับมหกรรมลูกหนังโลก เนื่องจากมีคู่นัดหยุดโลกระหว่างอาร์เจนตินากับเยอรมนี ตอนหัวค่ำ และปารากวัยกับสเปน ช่วงดึกแก่ๆ
บรรยากาศบอลโลกฟีเวอร์ ทำเอาคอนเสิร์ต ''ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 7'' ในค่ำคืนเดียวกัน ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เงียบงันในแง่คนวงนอก
แต่คนวงในอย่างเหล่าพ่อยกแม่ยกวัยทีน ต่างแห่แหนกันไปส่งเสียงกรี๊ด...กันแน่นฮอลล์เหมือนเดิม
ฤดูกาลนักล่าฝันปีนี้ ค่ายทรูวิชั่นส์ ขนเด็กร้อยคนเข้าไปนอนในบ้านแมกโนเลีย เห็นลูกๆ หลานๆ นอนอยู่ในบ้านราวกับเด็กหอ
แล้วทรูก็พาเด็กมาร้องเล่นเต้นรำบนเวทีคอนเสิร์ต ก่อนที่จะให้คนโหวต เพื่อคัดให้เหลือ 12 คน
คืนนั้นผมดูทั้งบอลและคอนเสิร์ตล่าฝันหน้าฝน เพราะอยากเห็นพวกเอเอฟรุ่นแรกๆ ที่ทยอยขึ้นเวทีร้องเพลง
แม้ไม่ใช่สาวกเอเอฟทุกฤดูกาล แต่ก็ติดตามข่าวเป็นระยะ และมองว่าเอเอฟยุคหลังขาดเสน่ห์แบบเรียลิตี้โชว์ ไม่เหมือนเอเอฟรุ่น 1-3
เรื่องราวของคอนเสิร์ตล่าฝันโชว์แรก จึงมีการเล่าถึงนักล่าฝันที่มีต้นทุนการร้องเพลงต่ำ แต่ได้ฝึกฝนพัฒนาในบ้าน โดย จุ้มจิ้ม เอเอฟ 1, ตูน เอเอฟ 3 และปั๊ม เอเอฟ 5 มาร่วมร้องเพลง "คนไม่สำคัญ"
กล่าวสำหรับ "จุ้มจิ้ม" กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร นักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีทั้งเสียงเรียกร้องให้เธอออกจากบ้านนักล่าฝัน และเห็นใจในความพยายามของเธอ
ประเด็น "โหวตจัดตั้ง" ถูกกล่าวขานกันในครั้งแรก แต่ "จุ้มจิ้ม" ก็ฝ่าด่านไปจนถึงรอบสุดท้าย ได้รองชนะเลิศอันดับ 6
อีกมุมหนึ่ง นักวิจารณ์บันเทิงต่างพุ่งเป้าไปที่ทรูวิชั่นส์ ผู้จัดการแข่งขันที่พยายาม "ปั่นกระแส" เพื่อทำตัวเลขรายได้จากการโหวตผ่านระบบมือถือ
หลังจากกรณี "จุ้มจิ้ม" ในฤดูกาลต่อมา ก็มักมีเรื่องทำนองนี้ จนคนจับทางได้ว่าเป็นแผนการตลาดของทรู
เปิดฉากฤดูกาลนี้วันแรก ก็มีข่าวฉาวขึ้นมาทันที เมื่อเฟซบุ๊กของเด็กในบ้านคนหนึ่ง ถูกเปิดเผยว่า เคยด่านายกฯ มาร์คในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง
พลันที่มีข่าวออกไป ยอดโหวตของเด็กหนุ่มคนนี้ก็พุ่งทะยานนำโด่ง แถมในโซเชียลมีเดีย คนเสื้อแดงต่างระดมพลังโหวตให้เด็กกันอึกทึก เพราะอีกฝ่ายได้สร้างกระแส "โหวตออก" จากบ้านเหมือนกัน
แต่กระแสแบบนี้ เด็กในบ้านมิได้รับรู้ เช่นเดียวกับ "จุ้มจิ้ม" ในฤดูกาลแรก เพราะบ้านล่าฝันเป็น "บ้านปิด"
เวลาผมนั่งดูเด็กๆ อยู่ในบ้าน มักจะมองไปที่ตู้แช่อาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งเป็นของสปอนเซอร์ที่รู้จักกันดี เด็กกินอิ่มหมีพีมันจริง แต่อาหารนั้น ใครก็รู้ว่าเป็นอาหารสำเร็จรูป?
อีกประเด็นหนึ่ง ผมสังเกตเห็นว่า เด็กที่สมัครเข้าร่วมเกมล่าฝัน มักจะเป็นเด็กเรียนเก่ง และมาจากครอบครัวฐานะดี อันสะท้อนให้เห็นว่า พ่อแม่ผู้มั่งคั่งได้ก้าวข้ามคำติฉินนินทา "พวกเต้นกินรำกิน" ไปแล้ว
ยิ่งโลกออนไลน์พัฒนาไปรวดเร็วและล้ำยุค ยิ่งทำให้ "ธุรกิจล่าฝัน" ประสบความสำเร็จมากขึ้น
ที่สำคัญ ฤดูล่าฝันหน้าฝนได้ตอกย้ำ "วัฒนธรรมแม่ยกพ่อยก" ให้เติบโตเคียงคู่ธุรกิจบันเทิงยุคนิวมีเดียอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง
แคน สาริกา



