
ททท.ลั่นรุกตลาดท่องเที่ยวอเมริกาดันเงินเข้าไทย
รองผู้ว่าททท.ด้านตลาดยุโรป-อเมริกาฯ เผยไตรมาสแรกปีนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มอเมริกาโตกว่า 20% ตั้งเป้าภาพรวมโตขึ้น 6% โกยเงินเข้าประเทศกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท วางแผนระดมความเห็นผู้เอกชนรุกตลาดอเมริกา-ละตินอเมริกาพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างเชื่อมั่นนานาประเทศหลั
นางจุฑาพร เริงรณอาสา รองผู้ว่าการททท.ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานจัดการประชุมเพื่อหาแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดอเมริกา วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่โรงแรมระติานนาริเวอร์ไซด์สปารีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอเมริกาเป็นอย่างมากแต่ไม่ค่อยมีการทำตลาดมากนักเนื่องจากเป็นตลาดไกล ระยะเวลาการเดินทางค่อนข้างนาน จึงอาจไม่คุ้มค่า ก็ตามแต่ก็พบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยจุดขายหลักทั้งเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม ยังคงดึงดูดใจนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอเมริกาได้เป็นอย่างดี
โดยไตรมาสแรกปี 2553 มีนักท่องเที่ยวโตกว่า 20% ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 จำนวนนักท่องเที่ยวตกไปกว่า 6% แต่ช่วงไตรมาสสอง ยอดนักท่องเที่ยวตกลงไปจำนวนหนึ่งเช่นกัน เนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจภายในของประเทศอเมริกา รวมถึงความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทยทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มอเมริกามีความอ่อนไหวเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก ทั้งนี้ คาดว่าปลายปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจะกลับมาเหมือนเดิม
สำหรับปีนี้ตั้งเป้าว่านักท่องเที่ยวทั้งภูมิภาคอเมริกาจะโตขึ้น 5-6% มูลค่าการท่องเที่ยวกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทจากปี 2552 ที่เดินทางมาทั้งหมด 7.9 แสนคน คิดเป็นมูลค่าการท่องเที่ยว 4 หมื่นล้านบาท และในปี 2554 ตั้งเป้าว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 8.2 แสนคน แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาในประเทศไทยโดยภาพรวมทั่วประเทศกลุ่มอเมริกาจะมีสัดส่วนเพียง 5% จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด 14.19 ล้านคนในปี 2552
แต่ก็พบกลุ่มอเมริกาว่ามีการใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง โดยปีที่ผ่านมากลุ่มอเมริกาสร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งหมด 5 แสนล้านบาท โดยกลุ่มนี้เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวจะใช้เวลาค่อนข้างนานครั้งละไม่ต่ำกว่า 14-15 วัน จึงทำให้มีการใช้จ่ายค่อนข้างสูง สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอื่นๆ นั้นพบว่ากลุ่มเอเชียมีมากที่สุดกว่า 50% ตามด้วยยุโรป 27% ที่เหลือจะเป็นกลุ่มตะวันออกกลาง
"ตอนนี้เราได้มีการวางแผนรุกกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอเมริกามากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ กลุ่มละตินอเมริกาทั้งบราซิล อาเจนตินา ฯลฯ ซึ่งจะได้มีการหารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงจะได้มีการเชิญผู้จัดการการตลาดททท.สำนักงานต่างประเทศทั้งสำนักงานลอสแองเจลิส นิวยอร์ค และแคนาดา ร่วมหารือเผื่อวางแผนในการทำการตลาด" นางจุฑาพร
นางจุฑาพร กล่าวต่ออีกว่า การต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 90 วันต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ททท.จะเป็นจะต้องเร่งทำความเข้าใจและชี้แจงให้ต่างประเทศได้รับทราบถึงความปลอดภัย โดยในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ จะมีการเชิญสื่อมวลชนทั่วโลกกว่า 500 คน เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยกระจายในทุกภูมิภาค เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทย ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง แล้วนำไปเผยแพร่ในประเทศต่อ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับปี 2553 นี้ ททท.ตั้งเป้าด้านการท่องเที่ยวภาพรวมจะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 6 แสนล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 15.5 ล้านคน และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 4.3 แสนล้านบาท



