
ทีมศก.ไตรรงค์"ร่งวางแผนยุทธศาสตร์ฟื้นท่องเที่ยวเหนือ
ททท.เผย หลังการเมืองคลี่คลายท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ระบุ ภาคใต้ฟื้นตัวเร็วสุด ส่วนภาคเหนือยังมีปัญหา ทีมเศรษฐกิจ "ไตรรงค์" เร่งวางแผนยุทธศาสตร์ฟื้นท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบน ชง 5 โครงการ เสนอของบพันล้านดำเนินการ
นายอักกพล พฤกษวัน ที่ปรึกษา ระดับ 11 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังวิกฤตการเมืองภายในประเทศคลี่คลายสถานการณ์ท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวดีขึ้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทะยอยกลับเข้ามาแม้บางส่วนยังวิตกกังวลเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน แต่โดยภาพรวมบรรยากาศการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้มีการฟื้นตัวค่อนข้างเร็วกว่าภูมิภาคอื่น นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่วนยอดจองจากนักท่องเที่ยวยุโรปในช่วงปลายปีนี้ก็มีแนวโน้มที่ดี คาดว่าปลายปี 2553 นี้ การท่องเที่ยวโดยรวมจะฟื้นตัว
ส่วนภาคเหนือยอมรับว่ายังมีปัญหาฟื้นตัวช้า เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานต้องช่วยกันฟื้นฟูให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของภาคเหนือกลับมาคึกคักอีกครั้ง ททท.กำลังเร่งสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าใจสถานการณ์ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังอยู่ในความรู้สึกของนักท่องเที่ยวบางส่วน รวมทั้งเร่งสร้างตลาดใหม่ๆควบคู่กันไปด้วย เร็วๆนี้ ททท.จะจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเชิญบริษัทนำเที่ยวทั่วโลกกว่า 500 บริษัทมาร่วมงาน
นอกจากนี้ในส่วนของภาคเหนือ ทีมงานเศรษฐกิจของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน เบื้องต้นได้กำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานรวม 5 โครงการเร่งด่วน คือ การประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ การทำตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เน้นตลาดในภูมิภาคใกล้เคียง และตลาดยุโรป การสร้างและนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการนำระบบไอที โครงการทั้งใช้งบประมาณ 1 พันล้านบาท
นายอักกพล กล่าวว่า ทีมงานเศรษฐกิจจะนำแผนยุทธศาสตร์ทั้งหมดให้รองนายกรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนนำเสนอให้ ครม. ตามขั้นตอนต่อไป ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนที่อยู่ในภาวะซบเซา เพราะจากข้อมูลปี 2551 ภาคเหนือตอนบนมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 6.8 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งประเทศที่สูงกว่า 8 แสนล้านบาท
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลและศอฉ.ไม่ยกเลิกและคง พรก.ฉุกเฉินไว้ในหลายจังหวัด ยอมรับว่ามีผลกระทบบ้างในแง่การประกันการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในตลาดยุโรปเป็นเรื่องสำคัญถ้ายังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ถือว่ายังมีปัญหา แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเท่านั้นที่กังวลกับสถานการณ์ ส่วนใหญ่ที่หาข้อมูลจากอินเตอร์เนตเมื่อทราบว่าเหตุการณ์คลี่คลายแล้ว มีความมั่นใจและเชื่อมั่นก็พร้อมเดินทางกลับมา



