
เศรษฐกิจเมืองสกลนครกระเตื้องขายส่ง-ปลีกพุ่ง
ผู้จัดการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทยชี้เศรษฐกิจจังหวัดเติบโตดีขึ้นเป็นลำลับ โดยเฉพาะสาขาขายส่งและปลีก ปี 52 โตขึ้นกว่า 11 %
หลังจากที่นางวิตยา ประสงค์วัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐ เข้าร่วมประชุมพบปะพุดคุยกับ น.ส.นพวรรณ มหามุสิก ผู้จัดการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์จังหวัด และภาคเศรษฐกิจ นางวิตยา ได้เปิดเผยว่า เรื่องที่สำคัญก็คือภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดสกลนคร โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดที่สร้างรายได้อันดับหนึ่งก็คือในส่วนของสาขาขายส่งและขายปลีก คิดเป็น 25 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด รองลงมาเป็นสาขาเกษตรกรรม
ในส่วนของรายได้ต่อหัวคนในจังหวัด คิดเป็น 39,000 เศษ ต่อปี/คน ซึ่งในปี พ ศ 2552 มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างมากโดยเฉพาะ สาขาขายส่งขายปลีก ซึ่งสูงขึ้นเกือบ 11 % โดยการประชุมคณะทำงานได้ลงมาติดตามในเรื่องหนี้นอกระบบอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งปกครองจังหวัดสกลนครร่วมกับอำเภอก็ได้ออกไปแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ในระดับหนึ่งแล้ว
สำหรับในธนาคาร ธกส. สามารถแก้ไขปัญหาไปแล้วกว่า 70 % แต่ที่สำคัญที่จังหวัดจะต้องดำเนินการก็คือการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยไม่ให้ปัญหานี้กลับเข้ามาสู่สังคมอีก โดยการส่งเสริมการมีวินัยในการใช้เงิน การออมเงิน การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย ซึ่งปัจจัยนี้จะมีส่วนส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ปัญหาหนี้นอกระบบกลับมาอีก
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่จังหวัดห่วงใยก็คือสาขาเกษตรกรรม เพราะพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสกลนครก็คือข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปศุสัตว์ก็อยู่ในส่วนโคขุน การเลี้ยงโคขุน รวมถึงเรื่องการประมง ซึ่งในที่ประชุมก็เป็นห่วงเหตุฝนทิ้งช่วงอาจส่งผลต่อพี่น้องเกษตรกร รวมถึงเหตุภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งทางจังหวัดเองโดยหน่วยงานหลายฝ่ายก็ได้เตรียมความพร้อมช่วยเหลือในส่วนนี้แล้ว และอีกประเด็นก็คือการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา ตามที่ปัจจุบันชาวนาได้ร้องเรียนในปัญหาต้นทุนการผลิตสูง แต่ผลตอบรับราคาพืชผลเกษตรกรกับต่ำลงสวนทางกัน



