
'กระทิง'ขวิดชนะ1-0เข้าชิง'ฮอลแลนด์'
คาร์เลส ปูโยล ขึ้นโขกช่วย"กระทิงดุ"ขวิดชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 1-0 เข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 กับ"ฟลายอิงดัตช์แมน" ฮอลแลนด์ ส่งผลให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 19 จะได้แชมป์โลกชาติใหม่ ที่ไม่เคยได้มาก่อนเลย
ศึกฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศวันที่ 7 กรกฎาคม "กระทิงดุ" สเปน ลงสนามพบ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ที่เดอร์บัน โดยเกมนี้ บิเซนเต เดลบอสเก ตัดสินใจไม่ส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ฟอร์มไม่ดีลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่เยอรนี ใช้ ปีเตอร์ โทรชอฟสกี ลงมาเป็นปีกขวาแทน โธมัส มุลเลอร์ ที่ติดโทษแบน
เริ่มเกมขึ้นมา สเปน เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า นาทีที่ 13 สเปน กดดัน เยอรมนี ได้เป็นครั้งแรกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส เติมเกมขึ้นมาทางขวาก่อนจะเปิดให้ คาร์เลส ปู โยล โขกเหน่งๆ ที่หน้าประตูแต่บอลลอยข้ามคานอย่างน่าเสียดาย
จากนั้น เยอรมนี ก็เล่นเกมตั้งรับตามถนัด และมีลุ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อ มิโรสลาฟ โคลเซ จ่ายทะลุให้ เมซุท โอซิล หลุดเข้าเขตโทษแต่ถูก รามอส เบียดล้มในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่า ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง สเปน เป็นฝ่ายครองบอลได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่จังหวะยิงส่วนใหญ่จะยิงจากแถวสองที่ ซาบี อลอนโซ ยิงหลุดกรอบไปเองหมด จนนาทีที่ 69 เยอรมนี ได้เล่นเกมโต้กลับเกือบได้ประตูนำเมื่อต่อบอลขึ้นมาทางซ้าย ลูคัส โพโดลกสกี เปิดบอลมาหน้าประตู โทนี ครูส ตัวสำรองยิงเข้าที่กลางประตูแต่ อิเคร์กาซิยาส ปัดออกไปทัน
ถึงนาทีที่ 73 สเปน ได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมทางซ้าย ซาบี เอร์นันเดซ เปิดไปหน้าประตู คาร์เลส ปูโยล โขกเต็มๆ เป็น 1-0 จากนั้น เยอรมนี ยังทำอะไรไม่ได้ จบเกม สเปน ชนะไปหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ ในวันที่ 11 กรกฎาคม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เยอรมนี - มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อาร์เน ฟรัดิช, เฌอโรม บัวเต็ง (มาร์เซล ยานเซน น.52), ซามี เคดิรา (มาริโอ โกเมซ น.80), บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ปีเตอร์ โทรซอฟสกี (โทนี โครส น.62), เมซุท โอซิล, ลูคัส โพโดลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ,
สเปน - อิเคร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, คาร์เลส ปูโยล, เคราร์ ปีเก, โจน คัปเดบิลา, เซร์คิโอ บุสเกสต์ฅ, ซาลี อลอนโซ (คาร์ลอส มาเชนา น.90), อันเดรส อิเนาตา, ซาบี เอร์นันเดซ, เปโดร โรดริเกซ (ดาวิด ซิลบา น.86), ดาวิด บีญา (เฟอร์นันโด ตอร์เรส น.81)
"ฟาน มาร์วิค"ชมลูกทีม
เบิร์ท ฟานมาร์วิค โค้ชทีมฮอลแลนด์ ออกมาชมลูกทีมหลังเกมชนะ อุรุกวัย 3-2 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกว่ายังทำผลงานได้ดี แม้ว่าจะเอาชนะได้เพียงแค่ประตูเดียว และมีช่วงเครียดกับการถูกตีเสมอ 1-1
"เราเริ่มต้นได้ดี และจากระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมทำให้เราได้ความมั่นใจ มีอิสระในการเล่นมากขึ้น และมีความกล้ามาขึ้น แต่เราเสียพื้นที่ในแดนกลางไปทำให้ถูกตีเสมอ ก่อนที่ช่วงพักครึ่งเราปรับมันให้ถูกต้อง หลายสิ่งหลายอย่างที่ผิดพลาดดีขึ้นมา และเมื่อเรายิงนำ 2-1 ผมก็มั่นใจเต็มที่ แต่คู่ต่อสู้ก็ยังมายิงตามได้อีกและมันก็กลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เราไม่ได้ยิงนำ 4-1 หรือ 5-1 แต่เราก็รอดมาได้ และเราก็ยังมีชีวิตชีวาเมื่อเข้าห้องแต่งตัว"
ลั่นเขียนประวัติศาสตร์ใหม่
นอกจากนี้ ฟานมาร์วิค ยังพูดถึงการเข้าชิงชนะเลิศในครั้งนี้ว่า ลูกทีมจะต้องมองไปถึงการคว้าแชมป์โลกให้ได้ เพราะจะเป็นการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับฟุตบอลฮอลแลนด์
"มันเป็นเรื่องสุดยอดที่เราเข้าชิงชนะเลิศได้หลังจาก 32 ปี แต่เรายังไม่บรรลุเป้าหมาย และยังเหลืออีก 1 นัดที่เรากำลังรออยู่ ผมได้ทำหลายอย่างในแนวทางของผม เราเล่นฟุตบอลที่ดี เป็นฟุตบอลที่สวยงาม แต่จากทางที่ผ่านมา เราเริ่มต้นด้วยชัยชนะมาตลอด และทำให้มีความมั่นใจมาก ผมพยายามบอกกับนักเตะว่าจะต้องมีเกมนัดต่อไปอยู่ตลอด ผมพยายามทำให้พวกเขามีความมั่นคงด้วยการสอนวิธีในการตั้งรับ ผมรักฟุตบอลเกมรุก แต่เราก็ต้องครองบอลให้ได้ด้วย แน่นอนว่าผมมีความสุขมากๆ และภูมิใจที่ชาติเล็กๆ ได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก มันเป็นเรื่องยากจะเชื่อ มันเป็นสิ่งที่ผมเริ่มงานมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และมันเป็นการทำงานกันในระยะยาว แล้วตอนนี้ คุณได้บรรยากาศของทีม และผมบอกพวกเขาว่าอย่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป" ฟานมาร์วิค กล่าว
แฟนดัตช์ฉลองสุดเหวี่ยง
จากการผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกของ ฮอลแลนด์ ในครั้งนี้ทำให้แฟนบอลในกรุงอัมสเตอร์ดัม ออกมาร่วมฉลองชัยกันทันทีหลังจากเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันนัดชนะ อุรุกวัย 3-2 ดังขึ้น โดยตำรวจของกรุงอัมสเตอร์ดัมเชื่อว่า แฟนบอลที่ออกมาแต่งกายสีส้มทั้งชุดที่ออกมาฉลองกันที่จตุรัส มิวเซียม ในกรุงอัมสเตอร์ดัมมีจำนวนถึง 4-5 หมื่นคน อักทั้งยังมีการโห่ร้องโบกธงรวมทั้งมีการเป่าวูวูเซลากันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ไอนด์โฮเฟน แฟนบอลดัตช์ได้ออกมาร่วมชมเกมทางทีวีจอยักษ์ราว 2.5 หมื่นคน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานหลังจากจบเกม และทางตำรวจก็ยืนยันว่าการออกมาฉลองกันในครั้งนี้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด และล่าสุดทางสายการบิน เคแอลเอ็ม ประกาศเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 3 เที่ยว เดินทางไปกรุงโยฮันเนสเบิร์กในวันเสาร์เพื่อชมเกมนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์
ตาบาเรซรับแพ้ทีมที่เก่งกว่า
ขณะที่ ออสการ์ ตาบาเรซ โค้ชทีมชาติอุรุกวัย เชื่อว่าเกมที่แพ้ต่อ ฮอลแลนด์ 2-3 ทำให้ได้เพียงแค่ชิงที่ 3 ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่ไม่เสียหายอะไรนัก และถือว่าเป็นเกมที่คู่ควรกับรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่ก็ยอมรับว่า ฮอลแลนด์ เป็นทีมที่ดีกว่าจริงๆ
"เกมนี้คู่ควรกับการเป็นฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ ผมภูมิใจในตัวนักเตะของผม ผมยอมรับกับความพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ที่ดีกว่าพวกเรา เราเสียใจกับความพ่ายแพ้ก็เพราะว่าเราเล่นได้ไม่ห่างจากพวกเขานั่นเอง"
ฟอร์ลันเผยไม่ฟิต
ด้าน ดิเอโก ฟอร์ลัน ดาวยิงอุรุกวัย ออกมายอมรับว่า ฝืนลงสนาม แม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บต้นขา ที่มีอาการมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว ทำให้ไม่พร้อมมากนัก ตอนแรกคิดว่าช่วงอบอุ่นร่างกายก่อนเกม จะทำให้ดีขึ้น แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เกมนี้เป็นสำคัญที่สุดในชีวิต แต่กลับไม่ฟิต 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เล่นอย่างดีที่สุด รู้สึกเหนื่อย ร่างกายย่ำแย่มาก เพราะฤดูกาลนี้ต้องเล่นถึง 67 แมทช์ มันมากเกินไป



