
"ขอไปดูหนังนะแม่นะ"คำขอสุดท้ายของ'น้องคอร์ส'
เพียงแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว กลายเป็นชนวนเหตุให้มัจจุราชคร่าชีวิตเด็กหนุ่มวัย 13 ปี ไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยฝีมือทุรชนโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ค้ำคอเหยื่อติดกำแพงแล้วจ้วงแทง 5 แผล !?!
"กิตติภพ พวงสมบัติ" หรือน้องคอร์ส วัย 13 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.สมรรถภาพวิทยา ซอยสุขสวัสดิ์ 1 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เป็นเหยื่ออาชญากรรมในสังคมทุนนิยม บูชาวัตถุ ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน และแค่ให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินมูลค่าไม่เท่าไร แต่กลับต้องเอาชีวิตเด็กหนุ่มอนาคตไกลเป็นเครื่องสังเวยอย่างทารุณ
..."คอร์สขอไปแค่ครั้งเดียวนะแม่ คอร์สขอ"...
"จันทรา ทั่งทอง" แม่น้องคอร์ส วัย 36 ปี จำได้ว่านั่นเป็นคำขอของลูกชาย เมื่อเย็นวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา รบเร้าขอไปดูหนังกับเพื่อนๆ และครูสาว กลายเป็นคำขอครั้งสุดท้ายในชีวิตของเด็กหนุ่ม
ก่อนหน้านี้จันทรา สามี และพี่สาวน้องคอร์ส ได้ห้ามปรามน้องคอร์สไม่ให้ไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากสมัยนี้มีภัยสังคมมากมาย ทั้งลักวิ่งชิงปล้น สังคมตอนนี้จะไว้วางใจใครไม่ได้ ยิ่งมีโทรศัพท์มือถือราคาแพงคนร้ายอาจจะชิงทรัพย์เอาได้ น้องคอร์สตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"น้องคอร์สไม่กลัวหรอกแม่ ถ้ามีจริงคอร์สจะสู้กับมัน แม่ไม่ต้องห่วง"
แรกๆ น้องคอร์สยอมรับฟังเหตุผลและยินยอมทำตาม แต่ไม่นาน มิสชื่อที่ใช้เรียกครูสาวส่งเอสเอ็มเอสมาทำนอง "ถ้าไม่ไปแกจะเสียใจ" พี่สาวเห็นก็งงกับข้อความลักษณะนี้ สักพักคอร์สก็โทรกลับไปพูดคุยด้วย แต่จันทราไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน พอวางสายน้องคอร์สก็มารบเร้ายื่นคำขอที่นำมาสู่ความเศร้าสลดใจในเวลาต่อมา
น้องคอร์สได้โทรศัพท์มือถือโนเกีย 6500 สไลด์ มาจากแม่ ก่อนหน้านี้เขามีมือถืออยู่แล้วเครื่องหนึ่ง แต่จันทราซื้อเครื่องนี้มาใช้ได้เพียง 2 วัน แล้วเกิดไม่ชอบเลยเอาไปขาย แต่คนขายให้ราคาแค่ 1,000 บาท ทั้งที่เพิ่งซื้อมาใหม่ในราคาเกือบ 1 หมื่นบาท พอน้องคอร์สรู้เลยขอโทรศัพท์เครื่องนี้ไปใช้เอง โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไว้โหลดเอ็มพี 3 ฟัง เพราะเขาชอบฟังเพลง
ถึงแม้จะอายุแค่ 13 ปี แต่น้องคอร์สเป็นเด็กรูปร่างสูงใหญ่ สูงเกือบ 170 เซนติเมตร เป็นเด็กเรียบร้อย เรียนดี สอบได้เลขตัวเดียวตลอด ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนตามลำพัง ทุกครั้งจะมีพ่อแม่ และพี่สาวตามไปด้วยเสมอ ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านตามลำพังกับเพื่อนๆ อีก 6-7 คนและครูสาวอีก 1 คน แม่จึงกำชับให้เปิดโทรศัพท์มือถือไว้ตลอดเวลา จะได้โทรสอบถามว่าถึงไหนและจะกลับบ้านเมื่อไร
"วันนั้นฉันจำได้ว่าน้องคอร์สใส่กางเกงยีน เสื้อยืด รองเท้าคัทชู ดูเป็นผู้ใหญ่มาก ประมาณ 4 โมงเย็นโทรมาบอกว่าดูหนังเสร็จแล้ว แต่มิสจะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น ฉันก็ให้รีบกลับนะ พอใกล้ 2 ทุ่มกะจะโทรไปหา แต่พอคิดอีกทีอาจจะรอคิวอาหารอยู่ก็เลยไม่โทรไป ตอน 3 ทุ่มโทรไปหาน้องคอร์สก็บอกว่า แม่ไม่ต้องห่วงคอร์สกำลังจะถึงบ้านแล้ว ฉันก็สบายใจกระทั่งมาทราบเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับลูก ไม่คิดว่าลูกจะจากไปไวขนาดนี้" นี่คือความทรงจำครั้งสุดท้ายของจันทราที่มีต่อลูกชาย
กลางดึกวันที่ 4 กรกฎาคม 2553 ระหว่างเดินทางกลับบ้าน น้องคอร์สถูกคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สนูปปี้ไอ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ จี้ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ พยานเห็นเหตุการณ์ระบุว่าคนร้ายดันเหยื่อติดกำแพง เกิดการต่อสู้กันขึ้น คนร้ายใช้มือข้างหนึ่งค้ำคอเหยื่อแล้วจ้วงแทงหลายครั้ง ก่อนที่น้องคอร์สจะล้มลงแล้วจึงขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป
เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายตามที่น้องคอร์สเคยบอกเอาไว้กับแม่ "คอร์สไม่กลัวหรอกแม่ ถ้ามีจริงคอร์สจะสู้กับมัน แม่ไม่ต้องห่วง" !?!
ผ่านมาแล้ว 3 วัน ตำรวจ สน.บุคคโล และ กก.สส.น.8 กำลังเร่งหาเบาะแสคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.และ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ได้เรียกฝ่ายสืบสวนและผู้เกี่ยวข้องมากำชับให้รีบคลี่คลายคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ และสามารถเกิดกับใครก็ได้ทั้งนั้น พร้อมกับตั้งรางวัลนำจับผู้ที่ชี้เบาะแสคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุมเป็นเงิน 5 หมื่นบาท สามารถโทรแจ้งเบาะแสได้ที่ พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี ผกก.สน.บุคคโล 08-1649-5073 หรือ พ.ต.ท.อิทธิพล พงษ์ธร รอง ผกก.สส.สน.บุคคโลก 08-9881-8585 ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับศพน้องคอร์สตั้งสวดอภิธรรมที่วัดมงคลวนาราม หรือวัดมะเกลือ ย่านดาวคะนอง กรุงเทพฯ



