
จะผิดคาดอีกแล้วมั้ง
รัฐบาลตัดสินใจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 5 จังหวัด ให้เอาอาวุธสงครามมาคืน นายกฯ มาร์คเชื่อว่าจะ เอาอยู่ และถ้าเอาไม่อยู่ ก็ประกาศใหม่อีกก็ได้
ได้ยินแบบนี้ย่อมมีคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย พวกที่เห็นว่าควรยกเลิก ก็อ้างว่าถ้าใช้นานไปอาจเสพติด และการยกเลิกบางส่วน แสดงให้เห็นความมั่นใจ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงก็คือ ขบวนการแดงก่อการร้ายนั้น ไม่เลือกพื้นที่
ทุกวันนี้ใครเดือดร้อน? มีแต่พวกเสื้อแดงเท่านั้น ที่มองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น จำกัดความเคลื่อนไหว อ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีลูกคู่กู่ร้องจากพวกฝรั่งนักสิทธิมนุษยชน แต่เป็นอีแอบเอาใจช่วยพวกเสื้อแดงทั้งนั้น
วันอังคารที่ผ่านมา มีข้อเขียนใน “เดอะเนชั่น” ยกย่อง “บก.ลายจุด” หรือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าเป็นบุคคลที่น่าเคารพ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่กลับโดน ศอฉ. เอาตัวไปขังไว้ อ่านแล้วอยากอาเจียนจริงๆ
คนติดตามพฤติกรรมนาย “บก.ลายจุด” นี้มานาน ย่อมรู้ว่าไอ้หมอนี่มีพฤติกรรมอย่างไร หากินกับชนกลุ่มน้อยในภาคเหนือมาโดยตลอด เป็นแดงจ๋า
ที่ผ่านมานักวิชาการแดงในทีวีไทยมักให้ผู้สัมภาษณ์เอาตัวไอ้หมอนี่ไปเจื้อยแจ้ว เอาอกเอาใจพวกแดงมาโดยตลอด ในช่วงการชุมนุมก่อนที่จะก่อการร้าย เผาบ้าน เผาเมือง ดังนั้น เราไว้ใจนักสิทธิมนุษยชนกำมะลอไม่ได้
ต้องเข้าใจว่านักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน นักเอ็นจีโอส่วนหนึ่งเป็นพวกกำมะลอ หางานทำในภาคเอกชนไม่ได้ เพราะขาดความมั่นใจ ไม่กล้าถูกพิสูจน์ว่าตัวเองไร้ความสามารถ ต้องอาศัยอาชีพอาจารย์ เอาตำราฝรั่งมาสอน
ข่มนักศึกษาห้ามซักถามมาก เอาความเป็นอาจารย์ไปตีกิน เขียนตำราวิชาการหลอกเอาเงินฝรั่ง แล้วส่งเสียงผ่านสื่อต่างๆ ทำเป็นผู้ทรงภูมิ
เราจึงเห็นนักวิชาการกำมะลอ ทำตัวเป็นอีแอบเสื้อแดง รับเงินและผลประโยชน์จากเครือข่ายทักษิณมาโดยตลอด ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้ไส้เน่า
พวกนี้ไม่เคยประณามความรุนแรง การก่อการร้าย การสร้างความเดือดร้อน การเผาบ้าน เผาเมือง การละเมิดสิทธิของผู้อื่น นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชนกำมะลอไม่เคยเห็นใจคนตกงาน แม่ค้า ที่โดนเผาแผงหมดทางหากิน
พวกนักตีกิน เป็นนักวิชาการกำมะลอ แสดงตัวสูงส่ง บ้างก็อ้างว่าเป็นกลาง บ้างก็เป็นนักสันติวิธี รักสันติภาพ แต่เผลอเมื่อไหร่ก็เอาใจช่วยพวกแดง
มีนักวิชาการสักกี่คนที่ประสบความสำเร็จการประกอบอาชีพในภาคเอกชน ได้รับการจ้างงานโดยสถาบันต่างๆ ทุกวันนี้แทบนับหัวได้
มีอาจารย์ นักวิชาการสักกี่คนที่ไปคลุกคลีใกล้ชิดกับชาวบ้าน รู้จักกลิ่นดิน กลิ่นโคลนสาบควาย รู้จักต้นไม้ใบหญ้า ก่อนมาวางแผนในห้องแอร์
พวกนี้ถ้าถอดเสื้อนอก เนกไท เดินห่างจากกองตำราฝรั่งในห้องทำงานเกิน 5 ก้าวก็ขาสั่นแล้ว ไปนั่งแสดงความรู้ในงานสัมมนาต่างๆ ก็เอาของเก่ามาเล่าให้ชาวบ้านฟัง ไปเป็นนักการเมืองก็ไม่ได้เรื่อง จริงอย่างว่าอ๊ะป่าวนิ! อิอิอิ!!!



