
พ.ร.ก.กับความปรองดอง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติประกาศต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 19 จังหวัดออกไปอีก 3 เดือน เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ ยกเลิกไปแค่ 5 จังหวัด คือ น่าน นครสวรรค์ นครปฐม ศรีสะเกษ และกาฬสินธุ์
ขณะเดียวกันก็เดินหน้าตามแผนปรองดองแห่งชาติ โดย "คณิต ณ นคร" ประธาน คอป.ได้เสนอรายชื่อ 8 กรรมการให้ ครม.รับทราบในวันเดียวกัน
ทั้งสองมาตรการดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้
ด้านหนึ่งรัฐบาลพยายามแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนผ่านแผนปรองดองแห่งชาติ แต่อีกด้านก็ไล่ล่ากดดันให้อีกฝ่ายจนตรอก
บางทีความหมายของคำว่า "ปรองดอง" กับ "การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง" ของฝ่ายรัฐบาลกับเสื้อแดงรากหญ้าจะไม่เหมือนกัน
รัฐเรียกร้องให้แดงรากหญ้าเปิดใจกว้างยอมรับแผนปรองดอง แต่ขณะเดียวกันก็กดดันให้ตำรวจออกกวาดล้างคนเสื้อแดง
ตำรวจเองก็หนักใจ แม้ไม่ใช่มะเขือเทศก็ถูกตราหน้าว่าเป็น ?!!
ตำรวจบ้านนอกมองไปทางไหนก็คนกันเอง รู้จักมักคุ้นกันทั้งนั้น บางคนเป็นลูกเป็นหลาน เป็นพ่อเป็นผัว รู้เช่นเห็นชาติกันดี บางคนต้องหลบลี้หนีกาย แม้ไม่ได้ทำอะไรผิดแค่มีแนวคิดตรงข้าม
ถึงแม้รัฐบาลจะแยกคนทำความผิดออกจากผู้มีอุดมการณ์ร่วมทางการเมือง แต่ในความรู้สึกนึกคิดของชาวบ้านมันไม่ใช่
พวกเขาคือเพื่อนบ้าน เป็นญาติพี่น้อง เป็นคนในชุมชนที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน และมีแบบแผนปฏิบัติร่วมกันมานาน มีความสัมพันธ์เชิงสังคมมากกว่าชาวบ้านกับรัฐบาลมากนัก
การตีความหาคนผิดในบริบทของรัฐกับชาวรากหญ้าจึงแตกต่างกัน
ตอนนี้ในจังหวัดเป้าหมายพื้นที่ขยายต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แทบจะไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องการเมือง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือได้รับการปฏิบัติสองมาตรฐานจะหมดไป
ตรงกันข้ามพวกเขากลับรู้สึกว่าถูกรัฐบีบ ไม่ให้เชื่อ ไม่ให้แสดงออก ไม่ให้มีความรู้สึกต่างไปจากรัฐบาล
ดูไปอาจจะเหมือนกับจุดเริ่มต้นปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยือเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อรัฐบาลต้องการความจริงใจก็ต้องหยิบยื่นความจริงใจให้แก่ชาวบ้านก่อน ไม่ใช่มือหนึ่งตบหัวอีกมือลูบหลัง
ผมเองก็อยากเห็นบ้านเมืองกลับมาเป็นปกติสุข ไม่มีความขัดแย้งเรื่องการเมืองหลากสี
แต่จะให้ดีมันต้องเปลี่ยนกันตั้งแต่จิตสำนึก ไม่ใช่แค่ฉากหน้า เพราะมันยืนยงมั่นคงกว่าหลายเท่า !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



