ข่าว

เปิดตัวคอป.คณิตตั้งธงรื้อใหญ่กระบวนการยธ.

เปิดตัวคอป.คณิตตั้งธงรื้อใหญ่กระบวนการยธ.

07 ก.ค. 2553

เปิดตัวคอป.วันแรก “คณิต” ตั้งธงรื้อใหญ่ “กระบวนการยธ.” ชี้เป็นสาเหตุความขัดแย้ง ยกประเทศปชต. กลไกยธ.ต้องเข้มแข็ง เตรียมเปิดเวทีรับฟัง “เหยื่อ” ทั่วประเทศ ยันไม่เน้น “หาคนผิด” แต่จะขุดรากเหง้าความขัดแย้ง ปักหมุดตั้งแต่ “ปฏิรูปการเมือง 40” ข้องใจรธน.ดีแล้วท

ที่โรงแรมสยามซิตี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.ค.คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังจากที่คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบจำนวน 8 คน โดยมีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน แต่มีกรรมการที่มาร่วมการแถลงข่าวครั้งนี้เพียง 6 คน นำโดยนายคณิต นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานสถาบันพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย น.พ.รณชัย คงสกนธ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี นายเดชา สังขวรรณ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางจุฑารัตน์ เอื้ออำนวย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่วนที่ไม่มาร่วมประกอบด้วย นายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชน นายสมชาย หอมลออ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน และนายสุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนายคณิตชี้แจงว่ากรรมการที่ไม่ได้มาร่วมติดธุระแต่ทุกคนพร้อมที่จะทำงานในฐานะกรรมการคอป.ไม่มีใครถอนตัว

 นายคณิต กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดของกรรมการชุดนี้คือความศรัทธาจากประชาชน ส่วนหลักการที่คอป.ยึดถือในการทำงานคือ ความเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา เป็นกลางโปร่งใส และซื่อสัตย์ และความหลากหลายทางสาขาวิชาการ ภายใต้ภารกิจ 3 ประการคือ 1.การตรวจสอบและค้นหาความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การสูญเสียชีวิต บาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ความเสียหายทางทรัพย์สิน และความเสียหายที่เกิดขึ้นในห้วงเดือนเม.ย. - พ.ค. 53 ตลอดถึงประเด็นที่เป็นรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งและเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์และสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมกันนี้ยืนยันว่าจะไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปฎิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน และน.พ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน

 นายคณิต กล่าวว่า ตนจะนำปัญหาที่เกิดจากการที่ได้เป็นกรรมการอิสระตรวจสอบ 2 เหตุการณ์มาเป็นบทเรียนคือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 35 ซึ่งทำเสร็จเรียบร้อยแต่น่าเสียดายที่รายงานไม่ได้เปิดเผยรายงาน และกรณีการฆ่าตัดตอนในสงครามปราบยาเสพติดยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันชีวิต มีการเผยแพร่ภายหลังแต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล

 “จากการเป็นกรรมการอิสระมาแล้ว 2 คณะครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต เพราะทั้งสองคณะกรรมการเหตุการณ์ได้ยุติไปแล้ว แต่ครั้งนี้เหตุการณ์ยังไม่สงบความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ แต่จะนำบทเรียนที่ผ่านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ คอป.จะไม่ปล่อยให้สังคมรอรายงานชิ้นสุดท้าย แต่เมื่อเราพบข้อเท็จจริงเมื่อไหร่จะเปิดเผยต่อสังคมทันทีเป็นระยะ ระเบียบการตั้งคอป.ชุดนี้ได้ระบุชัดเจนว่าคอป.มีหน้าที่รายงานผลต่อรัฐบาลและสาธารณชน ดังนั้นรัฐบาลจะไม่มีสิทธิปกปิดได้” นายคณิต กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่คอป.ระบุว่าจะไม่หาคนผิดมาลงโทษจะทำให้เป็นบรรทัดฐานว่าการก่อความรุนแรงจะไม่มีความผิดหรือไม่ นายคณิต กล่าวว่า อาจจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกระบวนการยุติธรรม แต่เราจะไม่เน้นเรื่องการหาคนผิด สังคมไทยยึดติดกับกระบวนการยุติธรรมเชิงลงโทษ ซึ่งเป็นมิติด้านลบ เช่นลงโทษข้าราชการที่ทำผิดวินัย ซึ่งนั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา เราต้องยึดมั่นในมิติทางบวก เป็นกระบวนการยุติธรรมเชิงเยียวยา มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงต่อเนื่อง โดยจะจะเน้นการค้นหาสาเหตุของความขัดแย้ง ไม่ใช่ตรวจสอบทีละเหตุการณ์ เบื้องต้นจะปักหมุดในการตรวจสอบตั้งแต่ปี 2540 โดยจะวิเคราะห์สาเหตุว่าเพราะเหตุใดเหตุใดในเมื่อเรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและมีการปฏิรูปการเมืองแล้ว แล้วการรัฐประหารยังเกิดขึ้น

 “สาเหตุความขัดแย้งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมไทยอ่อนแอและแยกส่วนกันทำงาน ตัวอย่างเช่น ตำรวจ ดีเอสไอ ป.ป.ช. อัยการ ต่างคนต่างมีอำนาจทำงานต่างกัน ทั้งที่มีเป้าหมายการทำงานเหมือนกัน มีลักษณะอำนาจนิยมสูง จึงไม่สามารถดูแลสิทธิของประชาชนได้อย่างแท้จริง ถ้าผนึกกำลังกันได้ก็จะเป็นเรื่องดี ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็ง กระบวนการยุติธรรมที่ดีจะต้องเป็นไปในลักษณะเสรีนิยม ยกตัวอย่างเช่น กรณีเกาหลีใต้ อดีตประธานาธิบดีฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดเนื่องจากกลัวว่าหากมีชีวิตอยู่จะต้องถูกลงโทษ" นายคณิต กล่าว

 นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาการทำงานจะวางไว้ไม่เกิน 2 ปีและทุก 6 เดือนจะรายงานผลต่อครม. อย่างไรก็ตามเมื่อกรรมการคอป.มีข้อสรุปในเรื่องใดก็จะรายงานต่อสาธารณะในทันที คาดว่าการค้นคว้าสาเหตุของความขัดแย้งจะทำเสร็จไม่เกิน 1 ปีเศษเพื่อไม่ให้ขอต่ออายุกรรมการออกไป นอกจากนี้อาจจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ องค์การสหประชาชาติเข้ามาร่วมดำเนินการด้วย ส่วนงบประมาณรัฐบาลแจ้งว่าพร้อมให้การสนับสนุน โดยเป็นไปโดยอิสระของคณะกรรมการ ซึ่งคอป.จะใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นและสามารถชี้แจงได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการแถลงข่าวกรรมการคนอื่นๆได้ระบุถึงเหตุผลในการมาทำหน้าที่นี้ส่วนใหญ่เชื่อมั่นในความเป็นคนตรงไปตรงมาของนายคณิต นพ.รณชัย กล่าวว่า ขณะนี้ความขัดแย้งร้าวลึกไปถึงในครอบครัว ดังนั้นเป้าหมายของคอป.คือสร้างความปรองดอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมมีความจริงชุดเดียว ส่วนนายมานิจ ได้ขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนส่งข้อมูล ภาพถ่ายให้คณะกรรมการเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

 หลังการแถลงข่าว นายคณิตให้สัมภาษณ์ โดยยืนยันว่ากรรมการที่ไม่มาร่วมแถลงข่าวโดยเฉพาะนายไพโรจน์ นั้นไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ตนได้ทำความเข้าใจแล้วทุกคนพร้อมช่วยงานคอป. หลังจากนี้คณะกรรมการจะหารือภายในเพื่อกำหนดแผนงาน และจะมีการเปิดเวทีรับฟังประสบการณ์ของผู้ที่สูญเสียเป็นการเยียวยาจิตใจภายในมากกว่าการเยียวยาภายนอก