ข่าว

พท.อัดนิรโทษคืนอาวุธสงครามแนะรวมทหาร-ตร.-ม็อบ

พท.อัดนิรโทษคืนอาวุธสงครามแนะรวมทหาร-ตร.-ม็อบ

07 ก.ค. 2553

"นายกฯ"เผยเหตุออกกม.นิรโทษ ต้องการดึงอาวุธมือปชช.คืนให้ราชการ ลั่นทำด่วนที่สุดสภาเปิดดันเข้าที่ประชุมทันที “เทพเทือก” จี้ “ศอฉ.” รีดสอบ ““พร้อมพงศ์" ถ้าพูดเท็จปลุกปั่น “ดำเนินคดี” ทันที "ชวน"กรีดซ้ำโกหกรายวัน

(7ก.ค.)  เมื่อเวลา 12.20น. ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ครอบครองอาวุธสงครามว่า เราเห็นว่าขณะนี้มีการใช้อาวุธสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมมากขึ้น ก็ต้องหาทางที่จะมีกลไกหรือแรงจูงใจให้อาวุธซึ่งอยู่ในเมืองของบุคคลต่างๆ คืนกลับมาอยู่ที่การครอบครองของภาครัฐ จึงมีแนวคิดดังกล่าวออกมา แต่จะมีการทำในช่วงเวลาที่จำกัดความตั้งใจของรัฐบาล คือ ภายใน 60 วัน หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ถ้านำมาคืนก็จะไม่มีความผิดในเรื่องการครอบ ครองอาวุธเหล่านี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากฎหมายดังกล่าวต้องรอการพิจารณาของสภา คิดว่าจะทันต่อการนำมาแก้ไขสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราพยายามที่จะเร่ง ตั้งใจว่าจะให้มีการพิจารณาในสภาให้สั้นที่สุด โดยจะพยายามให้ดำเนินการใน 3 วาระรวด โดยเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมสามัญรัฐบาลก็จะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวทันที เพราะขณะนี้ไม่มีทางเลือกอื่น เรื่องนี้เป็นความพยายามในการที่จะทำให้เราบังคับใช้กฎหมายได้ง่ายขึ้น เมื่อถามว่าถ้าคิดว่ามีความจำเป็นทำไมไม่ประกาศใช้เป็นพรก. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจจะมีปัญหาได้ถ้าเกิดถูกตีความ เพราะถ้า ถูกตีความแล้วกฎหมายก็จะใช้ไม่ได้เลย

 เมื่อถามว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงกรณีทรัพย์สินของสภาความมั่นคงแห่ง ชาติ (สมช.) ที่ถูกขโมยไปสมัยที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ยึดทำเนียบฯด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวก่อนที่จะแหวกวงล้อมผู้สื่อข่าวไปทันที

พท.อัดชงนิรโทษคืนอาวุธสงครามแนะรวมทหาร-ตร.-ม็อบ

 พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากเป็นแนวคิดที่จะปรองดอง ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่แนวคิดในการให้เอาปืนอาวุธสงครามมาคืนโดยไม่เอาความผิดนั้น ยังไม่เพียงพอเพราะคนบางส่วนที่ได้รับคำสั่งไปปฎิบัติการล้อมปราบประชาชนก็รู้สึกเสียใจจนมีข่าวว่าทหารยศนายพันฆ่าตัวตาย อีกทั้งมีนายทหารและตำรวจส่วนหนึ่งที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ แต่อาจจะต้องมีความผิดทางอาญาที่จะถูกประชาชนญาติผู้เสียหายฟ้องร้อง ซึ่งทหารเหล่านี้เป็นทหารอาชีพ มีความรับผิดชอบ ในการปฎิบัติต่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ส่วนใหญ่เกิดสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งทหารรวมถึงตำรวจที่ไปปฎิบัติหน้าที่

 “ดังนั้น หากจะให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็ควรนิรโทษกรรมให้ผู้ปฎิบัติหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และผู้ร่วมชุมนุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความปรองดองอย่างแท้จริง แม้ว่าวันนี้ผู้สั่งการ ยังมีตำแหน่งอยู่ในอำนาจแต่ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ก็จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอย่ามองเพียงแค่การนิรโทษกรรมให้แก่ผู้คืนอาวุธสงครามเท่านั้น เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนมากๆ”พล.ต.ท.วิรุฬ กล่าว

"สุเทพ" จี้ศอฉ.รีดสอบ“พร้อมพงศ์"ปูดขังม็อบแดง

 ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) กล่าวถึงกรณีที่ ศอฉ.เรียกนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยมาให้ปากคำที่ ศอฉ.จะมีการควบคุมตัวไว้หรือไม่ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่านายพร้อมพงศ์พูดจามีเจตนาที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินคดีกับนายพร้อมพงศ์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานเกี่ยวกับการจับกุมคนเสื้อแดงไว้ในค่ายทหารอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า การพูดจาของนายพร้อมพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นการพูดโกหกทั้งสิ้น ตนได้ตรวจสอบและสอบถามเรียบร้อยแล้ว รับทราบว่าไม่มีการจับกุมคุมขังประชาชนคนใด โดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.กาญจนบุรี สระบุรี หรือกรมราชทัณฑ์ อย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน

 ตนประณามคนเหล่านี้ที่ออกมาพูดจาเพื่อให้คนหวั่นวิตก เกิดความระแวงกับเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตนขอบอกว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและพลเรือน เป็นลูกหลานของประชาชนกินเงินเดือนประชาชนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงกับประชาชน ไม่มีใครที่จะไปข่มเหงรังแกประชาชนตามอำเภอใจ ไม่มีใครคิดทำอย่างนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปิดสถานีโทรทัศน์เสื้อแดง “ทีวีเอเชียอัพเดท” ทางศอฉ.จะติดตามการเคลื่อนไหวนี้อย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า การใช้สื่อถ้าเอามาปลุกระดมด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนไทยเกลียดชังระหว่างกัน ทำให้คนไทยบาดหมางกันบ้านเมืองตกอยู่ในอันตรายก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ตนจะติดตามความเคลื่อนไหวนี้

"ชวน"กรีดซ้ำพร้อมพงศ์โกหกรายวัน

 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์  ระบุว่า“ช.”ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ฮั้วเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 กับพรรคการเมืองใหม่ว่า เชื่อว่าเขามีเจตนาพาดพิง แต่ในข้อเท็จจริงทั้งหมดนั้นบอกได้เลยว่าไม่มีมูลความจริง ยอมรับว่าพล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ บุคคลที่พรรคการเมืองใหม่จะส่งลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมนั้นเคยช่วยงานตนจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีการติดต่อกับพล.อ.กิตติศักดิ์ตามที่ถูกกล่าวหา และไม่ได้โทรศัพท์ไปหาพล.อ.กิตติศักดิ์มาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ไม่ว่ากรณีของพล.อ.กิตติศักดิ์หรือใครก็ตามไม่มีการไปขอร้องว่าอย่ามาแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น ดังนั้นประเด็นนี้ถ้าหากจริงก็ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำไม่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่จริงคนพูดก็ต้องรับผิดชอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้ผู้เสียหายฟ้องร้องพรรคเพื่อไทยในฐานะที่มีชื่อย่ออักษรช. จะดำเนินการฟ้องร้องหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ผู้พูดต้องรับผิดชอบด้วยการพิสูจน์ เมื่อกล่าวหาแล้วก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีคนชื่อ“ช.”โทรศัพท์ไปขอให้พล.อ.กิตติศักดิ์ถอนตัวเมื่อไหร่เพื่อเอาโทษกับคนไปทำเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกันหากไม่จริงก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดไปเพราะทำให้เสียหาย ทั้งนี้อยากให้กกต.สอบเรื่องนี้ด้วย และพรรคก็ยินดีให้ข้อมูลไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกล่าวหาโดยไม่รับผิดชอบ

 ส่วนข้อกล่าวหาของนายพร้อมพงศ์นั้นทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย นายชวนกล่าวว่า ตนมีความรู้สึกว่ามันคล้าย ๆ ไม่ใช่โฆษกรายวัน แต่เป็นโกหกรายวัน เพราะจะพูดอะไรต้องพูดความจริงการเมืองไทยถึงจะดี ฝ่ายไหนทำไม่ถูกก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเขาตรวจสอบอะไรแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องหากเป็นเรื่องจริงก็ควรทำเพราะเป็นเรื่องส่วนรวม แต่ถ้าเรื่องไหนไม่จริงไปคิดเอาเองแล้วมาพูดจะเสียหาย ทำให้ภาพการเมืองไม่ดี คนที่ถูกก็มีปัญหา และไม่ควรใช้ชื่อย่อแต่บอกชื่อจริงไปเลย