ข่าว

ชูดูแลเสถียรภาพการเงินภารกิจหลัก"ประสาร"ชี้ปีนี้ดบ.นโยบายแตะ2%-"กรณ์"ห่วงศก.ยังเสี่ยง

ชูดูแลเสถียรภาพการเงินภารกิจหลัก"ประสาร"ชี้ปีนี้ดบ.นโยบายแตะ2%-"กรณ์"ห่วงศก.ยังเสี่ยง

07 ก.ค. 2553

"ประสาร" เปิดใจภารกิจหลักผู้ว่าการ ธปท. ดูแลเสถียรภาพทางการเงิน ตั้งใจเข้ามาดูแลให้ความเป็นธรรมประชาชนอยู่แล้ว ชี้ปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นแตะ 2% คาดเริ่มตั้งแต่ ส.ค.นี้ ด้าน "กรณ์" ห่วงเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เตือน กนง.ดูให้รอบคอบก่อนขึ้

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะว่าที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภารกิจหลักในการรับตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.คือ จะต้องดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อให้เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมทั้งดูแลเรื่องความมั่นคงเสถียรภาพทางการเงิน ได้ลาออกจากธนาคารกสิกรไทยแล้ว จะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสำคัญในกรณีที่ต้องการทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงบริการในระบบธนาคารพาณิชย์ด้วยราคาและคุณภาพที่เหมาะสมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ตั้งใจเข้ามาดูแลอยู่แล้ว

 ในประเด็นส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ที่สูงถึง 3.3% ซึ่งเป็นตัวเลขเฉลี่ยของปี 2552 นั้น หากดูในรายละเอียดจะพบว่าลูกค้ารายใหญ่ได้ส่วนต่างดอกเบี้ยต่ำ เพราะมีข้อมูลเครดิตที่ดีกว่า และมีทางเลือกมากกว่า ขณะที่ลูกค้ารายเล็กและรายกลางมีส่วนต่างดอกเบี้ยสูงหรือค่อนข้างกว้าง ดังนั้น หากทำให้ข้อมูลเครดิตของกลุ่มหลังมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะระบบบัญชี ก็เชื่อว่าจะทำให้ได้รับส่วนต่างดอกเบี้ยแคบลงไปได้

 สำหรับทิศทางดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังนั้น คาดว่าจะค่อยๆ ทยอยปรับขึ้นไปจนถึง 2% ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25% โดยน่าจะเริ่มขยับขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงจะดูแลเพื่อไม่ให้กระทบกับตลาดเงิน ซึ่งมองว่าขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันต้องระวังปัจจัยความเสี่ยงทั้งนอกประเทศและในประเทศด้วย ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธปท.ได้ดูแลค่าเงินบาทได้ค่อนข้างดี แม้จะเกิดวิกฤติด้านต่างๆ มามากมาย

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นหน้าที่ของ กนง.ที่ต้องพิจารณาความเหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจรวม ซึ่งมองว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในระยะต่อไป จากการที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในส่วนของประเทศยุโรป

 “กนง.มีข้อมูลเหล่านี้และเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด จึงน่าจะนำไปประกอบการตัดสินใจในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมว่า ขณะนี้มีแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อมากขนาดไหน ควรปรับอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้อีกหรือไม่ ที่ผ่านมาการตัดสินใจของ กนง.เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และคิดว่าไม่เคยมีอุปสรรคในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล”นายกรณ์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำ หากมีการปรับขึ้นเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำอยู่ดี จะไม่กระทบต้นทุนของผู้ประกอบการแต่อย่างไร