
บก.น.9 ผุดโครงการแก้ปัญหานักเรียนตีกัน
บก.น.9 "ไอเดียกระฉูด ขานรับนโบบาย" ผบช.น." แก้ปัญหานักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน " ผุดโครงการ " ยุติขัดแย้ง แข่งขันศึกษา ร่วมพัฒนาชาติ " ดึงหัวโจก แกนนำ พวกที่มีพฤติกรรมอันธพาล อบรมละลายพฤติกรรม เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ร่วมเป็นวิทยากร
(7ก.ค.) พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหานักเรียนนักเลงยกพวกตีกันในพื้นที่ว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 รับผิดชอบดูแลพื้นที่ สน.เพชรเกษม สน.เทียนทะเล สน.แสมดำ สน.ท่าข้าม สน.บางขุนเทียน สน.บางบอน สน.ภาษีเจริญ สน.หนองแขม สน.หนองค้างพลู และ สน.หลักสอง มีสถาบันการศึกษาที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา 3 แห่งคือ สถาบันเทคโนโลยีธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีราชสิทธิฯ และเทคโนโลยีบ้านครู แต่เนื่องจากพื้นที่ บก.น.9 เป็นพื้นที่เชื่อมต่อปริมณฑลฝั่งตะวันออกและเป็นทางผ่านไปยัง จ.สมุทรสาคร และ จ. สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นเส้นทางกลับบ้านของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีฯ ต่างๆ จึงมักมีเหตุนักเรียนนักเลงตีกันบ่อยบริเวณป้ายรถประจำทางขณะรอรถกลับ โดยจุดที่มีปัญหาบ่อยคือเส้นทางถนนพระราม 2 ขาออกและถนนเพชรเกษม ช่วงอ้อมน้อย เป็นต้นฯ
พล.ต.ต.กรีรินทร์ กล่าวต่อว่า กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้ดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอย่างเคร่งครัด ตามคำสั่งของ ผบช.น.ในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง การเข้าปิดล้อมตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนอาวุธ แหล่งซ่องสุม และใช้มาตรการกดดันต่างๆทุกรูปแบบ พร้อมการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเฉียบขาดต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมให้แต่ละ สน. จัดกำลังสายตรวจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตรวจเข้ม 24 ชั่วโมงการพกพาอาวุธบริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าห้างสรรพสินค้า อย่างละเอียด เพราะอาวุธจำพวกมีดและปืนอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นได้ หากนำติดตัวไปก็มีโอกาสที่จะก่อเหตุได้ง่าย แต่ถ้าไม่มีอาวุธความรุนแรงก็จะลดลง
พล.ต.ต.กรีรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้ว กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้จัดโครงการ “ ยุติขัดแย้ง แข่งขันศึกษา ร่วมกันพัฒนาชาติ “ ขึ้นโดยนำนักศึกษาจาก 3 สถาบันในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบคือ สถาบันเทคโนโลยีธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีราชสิทธิฯ และเทคโนโลยีบ้านครู มาอบรมละลายพฤติกรรม โดยเน้นเฉพาะพวกสุ่มเสี่ยงในการเกิดเหตุคือ พวกหัวโจก พวกแกนนำ และพวกที่มีพฤติกรรมอันธพาล สถาบันละ 70-80 คนเข้าค่ายอบรมเป็นเวลา 3 วันซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทำโครงการดังกล่าวแล้ว โดยสถาบันแรกที่ส่งเด็กมาอบรมคือเทคโนโลยีธนบุรี เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากคณะครูอาจารย์เป็นอย่างดีในการส่งพวกหัวโจก แกนนำและพวกอันธพาลมาเข้าอบรม ซึ่งเชิญวิทยากรจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม นับเป็นโครงการนำร่องของพื้นที่ บก.น. 9 ในการแก้ไขปัญหานักเรียนนักเลงยกพวกตีกันให้ได้ผลอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ขึ้นบัญชีสถาบันการศึกษาเป้าหมายสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ กทม.ที่ต้องเฝ้าจับตาระมัดระวังเป็นพิเศษพร้อมเข้าดำเนินการตามมาตรการต่างๆของ บช.น.อย่างจริงจังไว้ทั้งหมด 28 แห่งกระจัดกระจายอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 ดังนี้
พื้นที่ บก.น.1 จำนวน 1 แห่ง พื้นที่ บก.น.2 จำนวน 6 แห่ง พื้นที่ บก.น.3 จำนวน 3 แห่ง พื้นที่ บก.น.4 จำนวน 2 แห่ง พื้นที่ บก.น.5 จำนวน 4 แห่ง บก.น.6 จำนวน 2 แห่ง ,บก.น.7 จำนวน 5 แห่ง ,บก.น.8 จำนวน 2 แห่งและบก.น.9 จำนวน 3 แห่ง
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสถิติเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเปรียบเทียบระหว่างปี 2552 และปี 2553 ตามลำดับแบ่งเป็นดังนี้ บก.น.1 จำนวน 102 และ 32 ราย ,บก.น.2 จำนวน 375 และ 128, บก.น.3 จำนวน 130 และ 48 ราย, บก.น.4 จำนวน 251 และ 117 ราย ,บก.น.5 จำนวน 337 และ 103 ราย, บก.น.6 จำนวน 102 และ 48 ราย บก.น.7 จำนวน 246 และ 110 ราย , บก.น.8 จำนวน 301 และ 91 ราย ,บก.น.9 จำนวน 775 และ 204 ราย
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า จากสถิติที่ผ่านมาตำรวจรับแจ้งเหตุนักเรียนตีกันบ่อยในช่วงเดือนเมษายนและตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ใกล้เปิดภาคเรียนและมักจะก่อเหตุตีกัน สำหรับสถานที่กลุ่มนักเรียนนักเลงก่อเหตุมี 2 จุด คือ 1.ตีกันบริเวณสถาบันคู่กรณี 2.ตีกันบริเวณที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า ป้ายรถเมล์ สถานที่แสดงคอนเสริต์ เป็นต้น มีลักษณะการก่อเหตุ 5 ส่วน คือ 1.มีการซ่องสุ่มอาวุธ เช่น ปืน มีด และพกพาไปในที่สาธารณะเพื่อก่อเหตุ 2.จะรวมกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อดักทำร้ายคู่อริต่างสถาบัน 3.ผู้ที่ก่อเหตุไม่รู้จักกันมาก่อนเพียงแค่เห็นต่างสถาบันก็เป็นเหตุให้เกิด การทะเลาะวิวาท 4.เมื่อสถาบันใดถูกคู่อริทำร้ายมักจะมีการเอาคืนกัน และ5.ส่วนใหญ่คนเจ็บหรือตายที่โดนลูกหลงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
โฆษก บช.น.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตำรวจนครบาลกำลังทำโมเดลเจ้าหน้าที่กำหนดจุดป้องกันเหตุน่าเป็นห่วง และกำหนดจุดเป็นพื้นที่รุนแรง โดยจะจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่รุนแรงมากก็จะให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเป็นผู้ดูแล พร้อมเข้าตรวจค้นอาวุธในสถาบันทั้ง 28 แห่งอย่างขเมข้น และดำเนินการตามกฎหมายอย่างจรงิจังกับพวกที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เช่น กฎหมายอั้งยี่ซ่องโจร เป็นต้น รวมถึงยังได้ประสานกับตำรวจภาค 1 เพื่อเฝ้าระวังเหตุลักษณะเดียวกันด้วย โดยที่สำคัญกรณีที่มีการยึดหัวเข็มขัดหรือเสื้อช็อปจะถือว่าเป็นการลัก ทรัพย์และจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเช่นกัน



