
"กังหันลม"เฉือน"อุรุกวัย"3-2เข้าชิง
"กังหันลม"ฮอลแลนด์ ดับซ่า อุรุกวัย 3-2 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 3 โดยเกมมาขาดครึ่งหลังเมื่อ "ฟลายอิงดัตช์แมน" ยิง 2 ประตู ใน 3 นาที ช่วยให้ฮอลแลนด์ หนีห่าง 3-1 จาก เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ กับ อาร์เยน ร็อบเบน ส่วนลูกทีม ออสการ์ ตาบาเรซ ทำได้ดีส
ศึกฟุตบอลโลก 2010 กลางดึกวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นเกมบู๊แข้งรอบรองชนะเลิศ คู่แรก ระหว่าง อุรุกวัย ตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้ หนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ และเคยเป็นอดีตแชมป์โลก 2 สมัย (1930, 1950) กับ ฮอลแลนด์ หนึ่งในสามตัวแทนทวีปยุโรปในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งเคยเข้ารอบชิงชนะเลิศมาแล้ว 2 ครั้ง (1974, 1978)
โดยเกมนี้ อุรุกวัย ปรับระบบการเล่นจาก 4-2-3-1 ที่เคยใช้มาตั้งแต่รอบแรก มาเป็น 4-4-2 เพราะมีผู้เล่นตัวหลักติดโทษพักแข้ง 2 คน ได้แก่ ฮอร์เก ฟูซิเล แบ็กซ้าย และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้า โดยในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่ง มาร์ติน กาเซเรส ลงแทน แต่ในตำแหน่งของ ซัวเรซ ที่เคยเป็นหัวหอกเดี่ยว ดัน ดิเอโก ฟอร์ลัน จากหน้าต่ำขึ้นมายืนคู่กับ เอดิสัน คาวานี กองหน้าอีกรายที่เคยโดนถ่างไปเล่นปีก แล้วเติม วอลเตอร์ การ์กาโน ตัวสำรองมายืนแถวสองแทน
ทางฝั่ง "ฟลายอิงดัตช์แมน" ไม่เปลี่ยนแผนการเล่นจากระบบ 4-2-3-1 แม้จะมีผู้เล่นติดแบน 2 คน เหมือนกับ อุรุกวัย ได้แก่ เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล แบ็กขวา และ ไนเจล เดอ ยอง กองกลางเกมรับ โดย เบิร์ท ฟาน มาร์วิค โค้ช "กังหันลม" ใช้วิธีเปลี่ยนผู้เล่นตามตำแหน่งได้แก่ คาลิด บูลาห์รูซ ลงแทน ฟาน เดอร์ วีล และ เดมี เดอ ซูว์ แทน เดอ ยอง
เริ่มเกม "อัศวินสีส้ม" ที่เปิดเกมบุกเข้าใส่มากกว่า ก็มาได้ประตูนำสมความตั้งใจ เมื่อ โจวานนี ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ แบ็กซ้ายกัปตันทีม ได้บอลบริเวณ 30 หลา เหนือริมกรอบโทษฝั่งซ้ายเหนี่ยวเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งทะแยงมุมไปชนเสากระเด้งเข้าสู่ก้นตาข่าย ฮอลแลนด์ ขึ้นนำ 1-0 นาที 18 โดยประตูดังกล่าวนับเป็นประตูที่ 6 ของ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ ในการรับใช้ทีมชาติ 105 นัด
ทว่าเด็กดัตช์ดีใจได้ไม่นาน เมื่อ ดิเอโก ฟอร์ลัน กองหน้า "โอลิมปิก สกายบลู" ที่ถอยตัวเองลงมาเอาบอลจากระยะ 25 หลา เหนือหัวกะโหลกกรอบเขตโทษ ก่อนสับไกด้วยเท้าซ้ายส่งบอลพุ่งเสียบใต้คานกลางประตูเข้าไปอย่างสวยงาม แม้ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ผู้รักษาประตูฮอลแลนด์ จะปัดได้ก็จริงแต่เปลี่ยนวิถีบอลซึ่งพุ่งมาเร็วและแรงไม่ไหว อุรุกวัย จึงตามตีเสมอเป็น 1-1 นาที 41 และเป็นประตูที่ 4 ของ ฟอร์ลัน ในฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ไล่ตามหลัง ดาวิด บีญา หัวหอกทีมชาติสเปน ที่นำเป็นดาวยิงสูงสุด "แอฟริกาใต้ 2010" จำนวน 5 ประตู อยู่เพียงลูกเดียว แต่หลังจากนั้นทั้งคู่บวกสกอร์เพิ่มอีกไม่ได้ จบครึ่งแรกจึงยังเสมอกันอยู่ 1-1
เริ่มครึ่งหลัง เบิร์ต ฟาน มาร์วิค โค้ชฮอลแลนด์ ต้องการเอาชนะในเวลาปกติให้ได้ ด้วยการถอด เดมี เดอ ซูว์ มิดฟิลด์เกมรับออก แล้วส่ง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กองกลางเกมรุก ลงแทนทันที จึงทำให้ "อัศวินสีส้ม" เหลือ มาร์ค ฟาน บอมเมล ยืนเกมรับแถวสองเพียงลำพัง
และเห็นผลทันที เพราะการลงมาของ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ทำให้ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ มิดฟิลด์เกมรุกอีกคน มีพื้นที่เล่นมากขึ้น และก็เป็น สไนจ์เดอร์ ที่สับไกด้วยเท้าขวาบนเส้นกรอบเขตโทษมุมซ้าย แฉลบผู้เล่นอุรุกวัยเข้าประตูไปให้ ฮอลแลนด์ ฉีกนำ 2-1 นาที 70 ก่อนที่ เดียร์ก เคาท์ กองหน้าที่ถูกจับโยกมายืนริมเส้นฝั่งซ้าย เปิดบอลให้ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกขวา ที่วิ่งมารอบอลบริเวณจุดโทษ สะบัดหัวโขกส่งลูกหนังพุ่งเสียบโคนเสาซ้าย ช่วยให้ "กังหันลม" นำห่าง 3-1 นาที 73
ทว่าลูกทีมของ ออสการ์ ตาบาเรซ ยังไม่ยอมแพ้ มาไล่ตีตื้นได้อีก 1 ประตูจาก มักซิมิลิอาโน เปเรรา แบ็กขวา นาที 90 (+2) แต่ก็ทำได้ดีที่สุดแค่นั้น จบเกม ฮอลแลนด์ ชนะ อุรุกวัย 3-2
ส่งผลให้ ฮอลแลนด์ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 3 หลังจากเคยทำได้เมื่อปี 1974 และ 1978 โดย "ฟลายอิงดัตช์แมน" จะเล่นรอบชิงชนะเลิศ กลางดึกวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ สำหรับคู่ชิงชนะเลิศคือทีมชนะระหว่าง เยอรมนี หรือ สเปน ขณะที่ อุรุกวัย จะได้เล่นเกมชิงอันดับ 3 คืนวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ โดยรอพบทีมแพ้ของคู่ เยอรมนี กับ สเปน
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
อุรุกวัย - เฟอร์นันโด มุสเลรา, มาร์ติน กาเซเรส, เมาริซิโอ วิคตอริโน, ดิเอโก ลูกาโน, มักซิมิลิอาโน เปเรรา, อัลวาโร เปเรรา (เซบาสเตียน อาบรู น.78), เอกิดิโอ อเรวาโล ริออส, ดิเอโก เปเรซ, วอลเตอร์ การ์กาโน, เอดินสัน คาวานี, ดิเอโก ฟอร์ลัน (เซบาสเตียน เฟร์นานเดซ น.83)
ฮอลแลนด์ - มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, โจวานนี ฟาน บรองค์ฮอร์สท์, โยริส มาไธจ์เซน, จอห์นนี ไฮติงกา, คาลิด บูลาห์รูซ, เดมี เดอ ซูว์ (ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท น.46), มาร์ค ฟาน บอมเมล, เดียร์ก เคาท์, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, อาร์เยน ร็อบเบน (เอลเยโร เอเลีย น.87), โรบิน ฟาน เพอร์ซี



