
สื่อเขมรตีข่าวจับ"อ้อ-อ้าย"สัญญาณคืนชีพไทย-กัมพูชา
พลันที่ทางการกัมพูชาบุกจับกุมผู้ต้องหาคดีว่าจ้างก่อเหตุลอบวางระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อันประกอบไปด้วย น.ส.วริศรียา บุญสม หรืออ้อ อายุ 42 ปี
และนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย อายุ 41 ปี ขณะทั้งคู่หนีเข้าไปกบดานอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขต จ.เสียมราฐ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนสร้างความงุนงงได้ไม่น้อย เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ร้องขอแต่อย่างใด
กระทั่งล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาได้ประสานกับสถานทูตไทย เพื่อส่งตัวบุคคลทั้งสองกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในที่สุด
เรื่องราวดังกล่าวดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นร้อน และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในทันใด โดยเฉพาะในแวดวงสื่อกัมพูชาด้วยกัน
หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ ของกัมพูชา ซึ่งวางขายเกลื่อนอยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ก็มีการลงตีพิมพ์บทความเรื่องนี้อย่างคึกคัก
น่าสังเกตว่า การวางตำแหน่งของข่าวในหนังสือพิม์ฉบับนี้ พบว่า พาดหัวข่าวเป็นคอลัมน์อยู่ที่หน้า 2 และหน้า 3 โดยมีภาพของคนไทยทั้งสองอย่างชัดเจน
ที่สำคัญหนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ บรรยายข่าวว่า ตำรวจและทหารกัมพูชาจับกุมชาวไทย 2 คน คือ น.ส.วริศรียา บุญสม หรือ อ้อ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ซอยโชคชัย 4 ซอย 55 ถนนโชคชัย 4 เขตและแขวงลาดพร้าว กทม. และนายกอบชัย บุญปลอด (อ้าย) อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/292 ซอยลาดปลาเค้า 78 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ได้ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ขณะทั้งสองหลบหนีคดีข้อหาก่อการร้ายหรือจ้างวานวางระเบิดที่ทำการของพรรคการเมืองในประเทศไทย และทางการกัมพูชาพร้อมนำตัวทั้งสองคนส่งให้สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ก่อนที่จะส่งตัวกลับประเทศไทย
แต่ก็ไม่มีรายละเอียดเชิงลึก หรือเบื้องหน้าเบื้องหลังการจับกุมในครั้งนี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข่าวยังบอกว่า การดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาคืนรัฐบาลไทยครั้งนี้ ทางการกัมพูชาไม่ได้ถูกร้องขอจากประเทศไทยแต่อย่างใด แต่เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชา ที่มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับผู้ต้องหาทั้งสองคนและส่งให้ทางการไทยเอง
กระนั้น การกระทำดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นกระจ่างชัดว่า รัฐบาลกัมพูชามีนโยบายต่อต้านกลุ่มหรือขบวนการก่อการร้ายอย่างชัดเจน แม้จะไม่มีการร้องขอมาจากประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม แต่หากรู้ว่ากลุ่มดังกล่าวอยู่ในประเทศกัมพูชา ทางการก็จะดำเนินการจับกุมส่งตัวกลับไปยังประเทศนั้นทันที ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม
สื่อรายนี้ยังมองว่า ในวันที่จะมีการส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศไทยนั้น ก่อนขึ้นเครื่องบิน ผู้ต้องหาผู้หญิงที่ชื่อ น.ส.วริศรียา ยังตะโกนเสียงดังว่า การวางระเบิดที่ข้างพรรคภูมิใจไทยไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง หรือไม่ได้ถูกบังคับจากใคร แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่พอใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ขณะเดียว การตีพิมพ์ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวกัมพูชาในตลาดโรงเกลือ และตลาดปอยเปต ใกล้จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต่างพากันหาซื้อหนังสือพิมพ์ "เกาะสันติภาพ" ของกัมพูชา ที่มีวางจำหน่ายในตลาดปอยเปต และตลาดโรงเกลือ เพื่อติดตามข่าว จนทำให้หนังสือพิมพ์ที่ผลิตในกัมพูชาหมดลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ผลพวงจากการตีข่าวอย่างสื่อฉบับดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของชาวกัมพูชาเกี่ยวกับคดีนี้มากเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ต่างต้องการทราบความเคลื่อนไหวของทางการกัมพูชาที่มีต่อการส่งมอบตัวผู้ต้องหาสำคัญทั้งสองนี้
เนื่องเพราะชาวกัมพูชาจำนวนไม่น้อย ต่างเชื่อและลุ้นระทึกว่า ผลงานชิ้นโบแดงของทางการกัมพูชาครั้งนี้
น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนบางประการ
โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัมพูชาและไทย กำลังจะกลับคืนสู่สมานฉันท์อีกครั้งหนึ่ง
มนูญ มุ่งชู , ชัชวาลย์ โสภาพันธ์



