
"กรรมการ คอป."ผลงานด่านแรกคณิต
ในที่สุดก็เห็น 8 โฉมหน้าของ "คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ" (คอป.) ชุด "คณิต ณ นคร" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการชุดนี้มีวาระการทำงาน 2 ปี ต้องรายงานความก้าวหน้าการทำงานต่อคณะรัฐมนตรีและสาธารณชนทุกๆ 6 เดือน
คณะกรรมการทั้ง 8 คน ประกอบด้วย 1.นายไพโรจน์ พลเพชร 2.นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 3.นายสมชาย หอมลออ 4.นายเดชา สังขวรรณ 5.นางจุฑารัตน์ เอื้ออำนวย 6.นายมานิจ สุขสมจิตร 7.นพ.รณชัย คงสกนธ์ และ 8.นายสุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล
ประวัติการทำงานของ "กรรมการ คอป." แต่ละคนมีความโดดเด่นในแต่ละด้าน เช่น "ไพโรจน์ พลเพชร" ถือเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย รณรงค์แก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน ทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะที่ "สมชาย หอมลออ" เป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานให้แก่สภาทนายความ ภาคประชาชน ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย การต่อสู้ในเชิงคดี โดยเฉพาะเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค
ด้าน "มานิจ สุขสมจิตร" ถือเป็นสายสื่อมวลชน เป็นที่ปรึกษากฎหมายสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีบทบาทเป็นประธานคณะทำงานด้านกฎหมายในการรณรงค์เพื่อเสรีภาพหนังสือพิมพ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
"ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดกระทรวงยุติธรรม เคยทำงานเป็นกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ภาคราชการ เคยทำงานในสำนักงานอัยการสูงสุด
ขณะที่ "จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย" เป็นผู้หญิงคนเดียวในคณะกรรมการชุดนี้ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานความเกี่ยวกับบทบาทความยุติธรรมในชุมชน, ปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเพศของผู้หญิงไทย
กว่าจะได้คณะกรรมการชุดนี้มา "คณิต" ต้องใช้เวลานานพอสมควร เห็นได้จาก "คณิต" เคยเสนอ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ขอเลื่อนการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาแล้ว
ระหว่างการหา "กรรมการ" ชุดนี้ "คณิต" รู้สึกหวั่นไหวกลัวว่าเมื่อเปิดเผยรายชื่อสู่สังคมแล้วเกิดเสียงตอบกลับมามีกระแสต่อต้านและคำถามมากกว่าการยอมรับ จะยิ่งทำให้งานข้างหน้ามีปัญหาและอุปสรรคมากมาย
ซึ่งจุดนี้ "คณิต" ให้ความสำคัญเป็นประเด็นแรกหาก "รายชื่อกรรมการ คอป." ผ่านด่านแรกสังคมให้ความเชื่อถือและยอมรับแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ ลู่ทางสดใส เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายแน่นอน
จึงเห็นภาพ "คณิต" เดินสายพบปะกับบุคคลหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น นพ.ประเวศ วะสี, อานันท์ ปันยารชุน เพื่อหารือถึงภารกิจของ "คอป." จะไปเกี่ยวโยงกับแผนปรองดองภาพใหญ่อย่างไร
นอกจากนี้ ยังไปขอความคิดเห็นจากหลายฝ่ายที่มีความเห็นที่แตกต่างกัน เช่น วีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช., สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร รวมทั้งไปพูดคุยกับ กรรมการ คอป. ก่อนจะทาบทามมาเป็น กรรมการ ไม่รวมการจัดประชุมสัมมนาพบปะกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง!
แนวคิดเรื่องตั้ง "กรรมการ คอป." แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจจะนำคนที่มีความขัดแย้งมาร่วมนั่งเป็นกรรมการด้วย แต่กลัวว่าเมื่อเริ่มทำงานตามแผนที่วางไว้อาจเกิดการโต้เถียงกันมากกว่าจะมาหาข้อเท็จจริง
จึงเปลี่ยนแนวคิดโดย "คณิต" ไปรับฟังความคิดเห็นแนวคิดของ "ตัวแทน" แต่ละฝ่ายแล้วนำมาวางแผนการทำงานแทน
เพราะการตรวจสอบและค้นหาความจริงของ "คอป." จากนี้ไปถือเป็นเรื่องยากลำบาก เมื่อเปรียบเทียบกับนานาประเทศ เนื่องจากปัญหาในหลายประเทศจบแล้วจึงมีการตรวจสอบและค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น
แต่ประเทศไทยปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยังไม่จบ เพียงแต่รอเวลาและโอกาสความขัดแย้งก็อาจจะเกิดการเผชิญหน้าได้อีกครั้ง
ดังนั้น การแสวงหาข้อเท็จจริงของ "คอป." อาจได้ข้อมูลเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากคนเปิดเผยข้อมูลกลัวได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับอันตรายหลังการให้ข้อมูลแก่ คอป.
"ความจริงบางอย่างพูดออกมาแล้วคนให้ข้อมูลอาจตกอยู่ในอันตราย เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ ทำให้ คอป. คิดในประเด็นนี้มาก" คนวงใน คอป. กล่าว
เหมือนคำกล่าวที่ว่า "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายแต่คนพูดความจริงมักต้องตาย"
นอกจากนี้ ในวง คอป. ยังเห็นว่า ยิ่งมีการเปิดเผยความจริงมากเท่าไร อาจจะขยายความขัดแย้งมากขึ้น เพราะบางคนไม่อยากฟัง และไม่ยอมรับข้อมูลและเหตุผลของอีกฝ่าย
สุดท้ายข้อมูลที่ได้ส่วนใหญ่แม้จะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแต่อาจไม่มีใครยอมรับ ตราบใดที่สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงอยู่!
เสถียร วิริยะพรรณพงษา



