ข่าว

เล่าสู่กันฟัง-ธุรกิจแฟรนไชส์-ทางลัดสู่ทางรวยในยุคปัจจุบัน

เล่าสู่กันฟัง-ธุรกิจแฟรนไชส์-ทางลัดสู่ทางรวยในยุคปัจจุบัน

07 ก.ค. 2553

“ไขความสำเร็จสุดยอดธุรกิจแฟรนไชส์” คือหัวข้อสัมมนาพิเศษและ ”ฟรี” ที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานมาเมื่อเสาร์ที่แล้ว โดยผู้มาถ่ายทอดองค์ความรู้ คือ รมช.พาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร, สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย, ประวิตร จิตรนราพงศ์ ผู้บริหารแบล็คแคนยอน (ประเ

 สาระที่ได้จากการฟังมาครึ่งวันสามารถสรุปได้หลายประเด็นทีเดียว และคิดว่าน่าจะมา ”เล่าสู่กันฟัง” ในฉบับนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์หรือไม่ก็จุดประกายความคิดให้ท่านผู้อ่าน "คม ชัด ลึก" ได้พอสมควร

 ประเดิมด้วยข่าวดีที่ว่าขณะนี้ภาครัฐได้หันมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นธุรกิจแบบใหม่ ที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นโดยลำดับ จึงมีแผนที่จะส่งเสริมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากตัวเลขของสมาคมพบว่า ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 200-300 กิจการ เติบโตราว 10% ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่มีผู้มาซื้อแฟรนไชส์เพิ่มมากขึ้นถึง 25% ต่อปี แสดงถึงการขยายตัวของผู้เข้ามาสู่ธุรกิจประเภทนี้อย่างเห็นได้ชัด

 สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ทั้ง 3 รายได้ให้คำแนะนำและข้อคิดไว้หลายเรื่อง เป็นต้นว่า คนที่จะซื้อแฟรนไชส์ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่น ตั้งใจที่จะทำอย่างจริงจังเป็นอาชีพ ไม่ใช่ทำตามกระแส เพราะเขาไม่ต้องการนักลงทุนแต่เขาต้องพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น บางคนคิดว่ามีเงินเยอะ ก็เอาเศษเงินมาซื้อแฟรนไชส์เพื่อเอาไว้คุยว่ามีร้านโน้นร้านนี้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อย่างนี้เจ้าของแฟรนไชส์เขาจะไม่ค่อยขายให้ เพราะโอกาสเจ๊งมีสูงมาก และถ้าคนที่ซื้อแฟรนไชส์ไปทำไม่ดี เจ้าของแฟรนไชส์เขาก็เสียหาย เสียชื่อเสียง เสียตลาด เหมือนว่าดำเนินกิจการผิดพลาดไปด้วย

 ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของแฟรนไชส์เขาอยากได้คนในพื้นที่มากกว่าคนต่างถิ่น เพราะเห็นว่าคนในพื้นที่น่าจะรู้จักกลุ่มผู้บริโภคดี รู้จักในที่นี้หมายถึงรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเขาเป็นใคร เป็นนักเรียน นักศึกษา เป็นหมอพยาบาล เป็นพนักงานบริษัท หรือเป็นข้าราชการ ฯลฯ และรู้ว่าพฤติกรรมในการมาซื้อของหรือมาใช้บริการที่ร้านเป็นอย่างไร ชอบกินอะไร ฯลฯ เมื่อรู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแล้วก็ต้องสรรหาสินค้าและบริการตามที่ลูกค้าต้องการมาให้ได้ สรุปก็คือการยึดลูกค้าเป็นหลักจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

 การเลือกทำเลที่ตั้งก็มีส่วนในความสำเร็จหรือล้มเหลวค่อนข้างมาก แม้จะซื้อแฟรนไชส์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง แต่ถ้าหากไปตั้งอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนอยู่อาศัยหรือสัญจรไปมามากพอก็ขายไม่ได้ หลายแบรนด์พบว่าการตั้งร้านอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้วและมีที่จอดรถสะดวก จะไปได้ดีกว่าการแยกออกไปตั้งร้านอยู่โดยลำพัง หรือที่เรียกกันว่าสแตนด์อะโลน

 การพัฒนาพนักงานในร้านอยู่เสมอก็เป็นประเด็นที่กล่าวถึงทุกคน เพราะพนักงานก็เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จ นอกจากการพัฒนาแล้ว การบริหารพนักงานในร้านก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แฟรนไชส์หลายประเภทต้องใช้พนักงานจำนวนค่อนข้างมากและงานค่อนข้างหนักทั้งกายและใจ จากการบริการลูกค้า ทำอย่างไรเราจึงสามารถทำให้น้องๆ พนักงานของเราทำงานด้วยความสุขและสนุกกับงาน เป็นการทำงานด้วยรอยยิ้ม

 ความรู้สึกเป็นเจ้าของในแบรนด์ยี่ห้อนั้นๆ ก็เป็นปัจจัยของความสำเร็จเช่นกัน เจ้าของแฟรนไชส์หลายรายพบว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีล้วนเป็นผู้ที่มีความผูกพันกับแบรนด์ค่อนข้างสูง ส่วนเงินลงทุนก็มีประเด็น ข้อแนะนำคือลงทุนตามกำลังความสามารถ ไม่เกินตัว เพราะการคืนทุนของแต่ละกิจการ แต่ละร้านไม่เท่ากัน

 “ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ค้าขายอะไรก็แล้วแต่ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าลืมสังคม อย่าลืมชุมชนที่เราอาศัยอยู่ ต้องหาทางตอบแทนเท่าที่จะทำได้ตามกำลัง เพราะเมื่อชุมชนอยู่ได้ สังคมอยู่ได้ เราจึงอยู่ได้” คือข้อคิดสุดท้ายที่ได้จากการสัมมนาในวันนั้น

บัญญัติ คำนูณวัฒน์