
เหตุการณ์แยกราชประสงค์ใครต้องรับผิดชอบความเสียหาย
ข่าวบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและเจ้าของทรัพย์สินบริเวณอาคารสี่แยกราชประสงค์และพื้นที่ต่อเนื่องจำนวน 400 คนเศษ เข้าพบนายกสภาทนายความ เพื่อขอความช่วยเหลือให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เนื่องจากไม่สามารถเรียกเงิน
เพราะคำว่า "ก่อการร้าย" ที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประเคนใส่ให้แก่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นเงื่อนไขพ้นความรับผิดต่อผู้เอาประกันของบริษัทประกันภัยทั่วไป
การพิสูจน์ว่าแกนนำ นปช.และบริวารที่ถูกดำเนินคดีขณะนี้ เป็นผู้กระทำผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-3 หรือไม่ คงเป็นหนังเรื่องยาวใช้เวลาหลายปี การเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งให้แก่ผู้เคราะห์ร้าย 400 คนเศษจึงยากลำบาก
อย่ากระนั้นเลยคุณทนายความทั้งหลาย ลองพิจารณาแนวคิดตามหลักกฎหมายมหาชนดู เช่น สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครองจากรัฐ รัฐต้องคุ้มครองสิทธิของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิด ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและโดยบุคคลอื่นๆ
สิทธิที่ว่าจะต้องได้รับความคุ้มครองและผูกพันคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมาย
สิ่งเหล่านี้ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันทั้งสิ้น
เมื่อมาดู พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ในมาตรา 6 (3) และ (4) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีอำนาจหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน
ความเสียหายของประชาชนอันเกิดจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่ของทหาร โดยคำสั่งของ ศอฉ. ตำรวจมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งมีการข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าอาจมีการเผาอาคารสถานที่บริเวณนั้น ซึ่งจะเป็นความผิดฐานวางเพลิงทำให้เสียทรัพย์ แต่ไม่ดำเนินการป้องกัน ระงับยับยั้ง เกิดการเผาทำลายขึ้น ความผิดฐานละเมิดสมควรได้มีการพิจารณา
เพราะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายในทรัพย์สินของประชาชน
คมพิทักษ์ราษฎร์



