ข่าว

วัฒนธรรมทางการเงินมะกันที่กำลังป่วยไข้

วัฒนธรรมทางการเงินมะกันที่กำลังป่วยไข้

23 มี.ค. 2552

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 เห็นแล้วเป็นปลื้มจริงๆกับการรวมพลัง 3 ประสานทั้งภาคประชาชน รัฐบาลและรัฐสภาของแดนดินถิ่นอินทรีอเมริกาที่ผนึกกำลังกันทั้งกดดันและตอบโต้บริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชันแนล กรุ๊ป หรือ เอไอจี บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของประเทศนี้ที่กล้าทำในสิ่งที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประนามว่าเป็น
"อาการป่วยไข้ของวัฒนธรรมทางการเงินที่ไร้ความรับผิดชอบ" เมื่อดึงดันจ่ายเงินโบนัสจำนวน 165 ล้านดอลลาร์ให้พนักงานบริษัท 73 คนๆละอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้บริหารสูงสุด 4 คนได้โบนัสคนละ 4.6 ล้านดอลลาร์   ทั้งๆที่บริหารล้มเหลวจนรัฐต้องนำเงินภาษีประชาชนถึง170,000 ล้านดอลลาร์ไปอุ้มไว้ไม่ให้กลายเป็นยักษ์ล้มในชั่วพริบตา

 พลังประสานแรกก็คือพลังของมะกันชนที่ชุมนุมประท้วงในกว่า 30 รัฐทั่วประเทศ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจและความโกรธแค้นที่เหมือนกับถูกเอไอจีตบหน้าฉาดใหญ่ นอกเหนือจากกดดันให้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้บริหารและพนักงานเอไอจีที่ได้รับเงินโบนัสอัปยศก้อนนี้ จะได้ประจานให้อับอายไปชั่วรุ่นลูกรุ่นหลาน

 พลังประสานที่ 2 ก็คือพลังในภาครัฐบาล ทั้งนายโอบามาซึ่งย้ำหลายครั้งว่าต้นเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อและความละโมบโลภมาก และนายทิโมธี่ ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลัง ต่างมีความจริงใจ ไม่นิ่งดูดาย และรวดเร็วฉับไวที่จะสอนบทเรียนเอไอจีด้วยการนำเงินโบนัส 165 ล้านดอลลาร์กลับคืนมาให้

 พลังประสานที่ 3 ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้บทลงโทษผู้บริหารที่โลภมากของเอไอจี.มีผลในทางปฏิบัติ  ก็คือรัฐสภาซึ่งไม่รั้งรอที่จะลงมือฟันดาบแรกทันที  เมื่อสภาผู้แทนลงมติท่วมท้นผ่านร่างกฏหมายพิเศษให้เรียกเก็บภาษีร้อยละ 90 จากเงินโบนัสที่พนักงานได้รับกว่า 250,000 ดอลลาร์ จากบรรดาบริษัทที่รับเงินช่วยไม่ให้ล้มละลายจากรัฐบาลตั้งแต่ 5,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป  ส่วนเงินโบนัสที่เหลืออีกร้อยละ 10 นั้น  ประธาน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลระดับรัฐและระดับท้องถิ่นที่จะจัดการขูดรีดให้หนำใจเอง

 เจอพลัง 3 ประสานอันยิ่งใหญ่นี้แล้ว   พนักงานเอไอจีบางคนก็ยอมคืนเงินโบนัสให้ครึ่งหนึ่ง ขณะที่บางคนที่หน้าบางกว่ายอมคืนให้ทั้งหมด ส่วนผู้บริหาร 11 คนได้ลาออกหลังได้รับโบนัสอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์แล้ว รวมทั้งผู้บริหารคนหนึ่งที่ได้เงินโบนัสก้อนโต 4.6 ล้านดอลลาร์

 ป่านนี้อดีตเจ้ามูลเมืองกลับชาติมาเกิดเป็นหมาเชื่องคงจะกระหยิ่มยิ้มย่องว่าโชคดีที่ไม่ได้เกิดในแดนเสรีชนที่มีสำนึกในเรื่องความถูกต้องสูงยิ่ง ไม่เช่นนั้นตัวเองคงไม่มีโอกาสทำกร่างโฟนอินหลอกลวงว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์ด้านเศรษฐกิจไม่เว้นแต่ละวันเช่นนี้