
"นายกฯ"เผยครม.เคาะมาตรการ3ระยะแก้ไข่แพง
"นายกฯ"เผยครม.เคาะมาตรการ 3 ระยะแก้ไข่แพง จี้ "ดูเอ๊กบอร์ด" ใช้อำนาจเกินระเบียบหรือไม่ เผยครม.ยังขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในภาคอีสาน เกษตรฯ"ถกทางออกแก้ปัญหาต้นทางราคาไข่แพง เน้นมาตรการระยะสั้นยืดอายุไก่สาว/ชะลอการส่งออกดึงปริมาณไข่ไก่อยู่ในตลาด
(6ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงปัญหาไข่ไก่ราคาแพง ว่า ครม.ได้มีการรับทราบการประชุมของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ และผลิตภัณฑ์เมื่อวานนี้ และก็มีการกำหนดมาตรการสามระยะ โดยระยะเฉพาะหน้ามีเป้าหมายที่จะให้ราคาไก่ลดลงมาโดยเร็วที่สุด ก็จะมีการยืดอายุแม่ไก่และเรื่องของการงดการส่งออก เรื่องของการที่จะมีการกระจายลูกไก่ไข่ให้กับเกษตรกร และในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็ไปดำเนินการขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาลดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนระยะกลางก็ให้เวลา 60 วันให้ผู้ทรงคุณวุฒิไปทบทวนโครงสร้างต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในเรื่องนี้ โดยฉพาะอย่างยิ่งได้ให้ข้อสังเกตุไปว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ โดยข้อเท็จจริงก็ไม่ได้มีสภาพบังคับทางกฎหมายกับภาคเอกชน เพราะฉะนั้นในการดำเนินการต่างๆอยู่ในระดับของการขอความร่วมมือเท่านั้น
“แต่ถ้ามันมีการดำเนินการนอกเหนือจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า โดยใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าที่ต้องไปติดตามตรวจสอบ” นายกฯ กล่าว และว่า มาตรการที่จะใช้เวลานานที่สุด คือ มาตรการที่เกี่ยวกับเรื่องของต้นน้ำคือเรื่องของแม่พันธุ์ซึ่งตรงนี้จะต้องใช้เวลานาน แต่ก็ให้มีการดำเนินการเพื่อจะดูรูปแบบที่เหมาะสม
เมื่อถามว่าเท่ากับว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้คณะกรรมการไข่ฯทำผิดกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มติที่มีการรายงานมาจะเป็นการขอความร่วมมือ เพราะฉะนั้นก็อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามระเบียบสำนักนายกฯ แต่ว่าถ้ามีการไปทำการอะไรซึ่งเกินเลยกว่านั้นก็จะไม่ได้เป็นไปตามระเบียบ เมื่อถามต่อว่าแต่ผลของการขอความร่วมมือกลายเป็นการกีดกันจนเกิดการผูกขาด นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าถ้าอันนี้เป็นเรื่องของการทำเกินอำนาจหน้าที่ก็จะไปเข้าข่ายของกฎหมาย
เมื่อถามว่าจะพิจารณาด้วยหรือไม่ว่าคณะกรรมการไข่ได้ทำอะไรเกินหน้าที่หรือไม่ และต้องมีการทบทวนบทบาทของคณะกรรมการฯหรือไม่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของ 60 วันที่ต้องดำเนินการอยู่แล้วตามมติ
เผยครม.ขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในภาคอีสาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายยางพาราว่า ครม.มีมติจะมีการส่งเสริมการขยายพื้นที่การปลูกยางพารา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องมั่นคงในเชิงรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยเป้าหมายจะอยู่ที่ ภาคอีสาน ที่เป็นพื้นที่ใหม่ๆ
เกษตรฯถกแก้ปัญหาไข่แพงยืดอายุไก่สาว-ชะลอส่งออก
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ในขณะนี้ โดยในส่วนด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์เป็นหลักนั้นเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีรับที่จะเข้าไปดำเนินการหารือผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องช่องว่างส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นจากราคาขายหน้าฟาร์มที่เกษตรกรขายได้ 2.80 บาท/ฟอง ส่วนทางด้านการผลิตที่ประชุมได้สรุปมาตรการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่เป็น 3 ระยะ คือ มาตรการระยะสั้น มาตรการระยะกลาง และมาตรการระยะยาว
สำหรับมาตรการระยะสั้นประกอบด้วย 1.ยืดอายุไก่ไข่สาว โดยแจ้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการและเกษตรกรขยายเวลาไก่ยืนกรงจำนวน 2 ล้านตัวต่อไปอีกประมาณ 4 สัปดาห์ คือ จากเดิม 78 สัปดาห์ เป็น 82 สัปดาห์ หรือ จนกว่าสถานการณ์ตลาดจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อทำให้ปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ย 1.2 ล้านฟอง/วัน
2. เพิ่มปริมาณไข่ไก่ภายในประเทศ โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ให้ชะลอการส่งออกไข่ไก่เป็นการชั่วคราวกรณีที่ยังไม่มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์การส่งออกไข่ไก่ในปัจจุบันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงเดือนพฤษภาคมมีการส่งออกไข่ไก่แล้ว 86 ล้านฟอง
3. การจัดลูกไข่ไก่กองกลางจำนวน 50,000 ตัว/เดือน โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้บริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยที่ขาดแคลนลูกไก่ไข่ 4. มอบให้กรมปศุสัตว์ติดตามภาวะราคาลูกไก่ไข่และไก่สาวโดยต่อเนื่อง และปรับลดราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและข้อตกลงเดิมที่ได้เคยมีการกำหนดส่วนต่างราคาต้นทุนลูกไก่ไข่และไก่สาวไม่ให้เกิด 20 % ซึ่งขณะนี้ทางผู้ประกอบการแจ้งว่าได้มีการปรับลดราคาจำหน่ายลูกไข่ไก่และไก่สาวลงแล้ว โดยขณะนี้ราคาลูกไข่ไก่อยู่ที่ตัวละ 30 บาท ปรับลงจากเดิม 2 บาท และราคาไก่สาวปรับลงเหลือตัวละ 149 บาทจากเดิม 154 บาท และ 5. ให้กรมปศุสัตว์สรุปข้อมูลความคืบหน้าผลการดำเนินงานทั้งหมดมารายงานต่อที่ประชุมอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 30 วัน
สำหรับมาตรการระยะกลางซึ่งเป็นข้อกังวลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจ โครงสร้างและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ในการแก้ไขปัญหาการผลิตไข่ไก่ทั้งระบบ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ประสานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ศึกษาปรับปรุงโครงสร้างของ Egg Board ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ส่วนมาตรการระยะยาวที่ประชุมได้มีการพิจารณาในส่วนของการกำหนดปริมาณไก่ไข่พันธุ์ (PS) เป็นโควตากลางในปี 2554 เพื่อให้กรมปศุสัตว์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาไก่ไข่ให้เกษตรกรที่รวมตัวเป็นสหกรณ์หรือสมาคม โดยเกษตรกรต้องเสนอความพร้อมทั้งแผนการผลิตและตลาดประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของโควตากลางที่ประชุมยังไม่มีกำหนดปริมาณที่ชัดเจนว่ารัฐจะเข้าไปดำเนินการนำเข้าเองเท่าไหร่อย่างไร
ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าของบริษัทเอกชนที่ได้รับการจัดสรรโควตาการนำเข้าทั้งสิ้น 9 ราย จำนวนไก่ไข่พันธุ์ 400,921 ตัว ว่าเป็นไปตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรร และกระจายแม่พันธุ์ไปยังเกษตรกรตามข้อกำหนดหรือไม่ โดยหากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด กรมปศุสัตว์ก็มีอำนาจที่จะตัดลดจำนวนการนำเข้าที่ไม่ถึงโควตามาจัดสรรเป็นโควตากลางได้ ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้กรมปศุสัตว์รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณารายละเอียดของเรื่องดังกล่าวอีกครั้งภายใน 30 วัน



