ข่าว

ขยายช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง
ขอนแก่นจี้กก.ดูแลระบบนิเวศลำน้ำพอง

ขยายช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ขอนแก่นจี้กก.ดูแลระบบนิเวศลำน้ำพอง

07 ก.ค. 2553

ขอนแก่น - จังหวัดเรียกถกคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เพื่อร่วมแก้ปัญหาภัยแล้ง พร้อมให้ ปภ.ขยายเวลาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งจนถึง 15 ก.ค. ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เหลือความจุ 24% อาจกระทบต่อระบบนิเวศลำน้ำพอง

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัด เพื่อหารือแนวทางแก้ไขระบบนิเวศลำน้ำพองที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านระบบนิเวศ ด้านการเกษตร ประมง และสิ่งแวดล้อม หลังจากที่น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 29 มิถุนายน มีปริมาณน้ำ 600.11 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 24.68% ปริมาณใช้งานได้ 18.44 ล้าน ลบ.ม.

 ส่วนพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งใน จ.ขอนแก่น ขณะนี้ครอบคลุมทั้ง 26 อำเภอ 198 ตำบล 2,331 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 507,803 ครัวเรือน 1,760,409 คน ส่วนผลกระทบจากภัยแล้งจากสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดกลางในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในเขตชลประทานจากทั้งหมด 14 แห่ง ขณะนี้มีเพียง 4 แห่งที่ได้รับผลกระทบ คือ อ่างห้วยเตย ห้วยใหญ่ สบรวก และลำหวาย ซึ่งต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเพื่อให้ความร่วมมือ

 สำหรับผลจากการประชุมหารือในครั้งนี้ หลายฝ่ายได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเขื่อนอุบลรัตน์เสนอกรณีวันที่ฝนตกจะหยุดระบายน้ำวันละ 3 แสนลบ.ม. ด้านการประมงให้หยุดเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งปัจจุบันมีผู้เลี้ยงปลา 140 รายในช่วงนี้ไว้ก่อน และให้แจ้งเตือนเกษตรกรเป็นระยะ รวมทั้งเข้มงวดเรื่องการถือครองไม่เกิน 20 กระชังต่อครัวเรือน ด้านภาคการเกษตร ซึ่งขณะนี้ทั้งจังหวัดมีพื้นที่ปลูกอ้อยเสียหายกว่า 1 แสนไร่ และยางพารายืนต้นตายกว่า 7,000 ไร่ ส่วนนาข้าวให้ชะลอการปลูกข้าวในเขตชลประทานไว้ก่อนพร้อมส่งเสริมการปลูกข้าวไร่ที่อาศัยน้ำน้อยแทน

 ส่วนทางด้านอุตสาหกรรมจังหวัด ก็มีการเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจทุกสัปดาห์ในช่วงวิกฤติและแจ้งเตือนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว พร้อมกับตรวจสอบโรงงานล้างกรวดทรายที่อาจส่งผลกระทบ ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ให้มีการตรวจคุณภาพน้ำ และให้เขื่อนมีการระบายน้ำเพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศน้ำ ขณะที่ทางสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค ยืนยันว่า ขณะนี้น้ำดิบยังเพียงพอให้การผลิต ส่วนทางด้านสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ อบต.ดูแลต้องขอความร่วมมือในการสูบน้ำไปใช้ในการเกษตรให้พ้นวิกฤติภัยแล้ง โดยให้บูรณาการทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ซึ่งทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อนุมัติขยายเวลาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งออกไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้