ข่าว

พุธที่ 7 กรกฎาคม 2553

พุธที่ 7 กรกฎาคม 2553

07 ก.ค. 2553

 00 ก่อนอื่นนายหัวไทร ต้องขอแสดงความเสียใจกับ "บิ๊กหมู" พรศักดิ์ ศรีละมุล อดีตเลขานุการผู้ว่าฯ กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ปัจจุบันได้รับเชิญให้ไปช่วยงานอยู่หน้าห้อง "ดร.มั่น พัธโนทัย" รมช.คลัง ที่ต้องสูญเสียน้องสาวไปก่อนวัยอันควรเมื่อวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ศพของ "น.ส.ญาธิณี ศรีละมุล" ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดควนวิเศษ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง สวดพระอภิธรรมทุกคืน ตั้งแต่เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป และประชุมเพลิงในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม ช่วงบ่าย ก็อยากเรียนเชิญญาติสนิทมิตรสหายร่วมงานบุญครั้งนี้ด้วยครับ

 00 พูดถึง "พรศักดิ์ ศรีละมุล" ก็สนิทชิดเชื้อกับนายหัวไทรมายาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่รามคำแหง แม้จะอยู่ต่างขั้ว แต่ถือเป็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง เมื่อจบการศึกษามาแล้วออกมาทำงาน "ถือเป็นเพื่อนรักกัน" มีข่าวคราวมาก็จะแจ้งกัน ช่วยเหลือกันมาโดยตลอดกว่า 20 ปี และจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ครับ 

 00 วันก่อนเขียนถึงเรื่องการยกฐานะแม่สอด จ.ตาก ขึ้นเป็น "องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ" ตามมติ ครม. แต่ต้องผ่านออกมาเป็นกฎหมายถึงจะเลือกตั้งใหม่ได้ แต่ก่อนหน้านั้น มหาดไทยได้ยกฐานะแม่สอดขึ้นเป็นเทศบาลเมืองแม่สอดไปแล้ว จึงต้องเลือกตั้งนายกนครแม่สอดก่อน และเวลานี้ผู้บริหารก็หมดวาระลงแล้วเช่นกัน

 00 ตามกฎหมายหากผู้บริหารหมดวาระลง ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน แต่เรื่องมาซ้ำซ้อนกับการยกฐานะเป็นนครแม่สอด จึงต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ จากเดิมมี ส.ท.18 คน เพิ่มเป็น 24 คน ต้องแบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง เขตละ 6 คน แต่เวลานี้ปัญหาไปติดอยู่ที่ กกต. การแบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่เสร็จ จึงเลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งก็บอกตามตรงว่า ยังไม่รู้จะเลือกตั้งกันเมื่อไหร่

 00 แต่เข้าใจว่า กกต.ตาก ต้องเร่งมือแล้วล่ะในการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อเสนอให้ กกต.ให้ความเห็นชอบจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครแม่สอดคนแรก เพราะเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้ง ผู้บริหารชุดเก่าก็หมดวาระไปแล้ว ปลัดเทศบาลทำหน้าที่รักษาการอยู่ ก็ไม่มีอำนาจเหมือนนายกตัวจริง จึงอยากให้ กกต.ตากเร่งรัดเพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่เช่นงั้นประชาชนจะเสียโอกาส ยิ่งช่วงนี้กำลังเป็นช่วงการจัดทำงบประมาณของแต่ละท้องถิ่นอยู่ด้วย ยิ่งต้องเร่งให้มีผู้บริหารตัวจริงครับ  

 00 เรื่องนี้ต้องขยายกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามนำช้างมาหารายได้มีผลบังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ห้ามนำช้างมาหารายได้ ใครฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังห้ามผู้ครอบครองที่ดิน ให้ที่พักช้างด้วย...

"นายหัวไทร"