
อภิสิทธิ์แจงยืดฉุกเฉินสอบกรณีขังลืมทุกกรณี
"นายกฯ"แจงยืดพรก.ฉุกเฉินยกเลิกเพียง 5 จังหวัดสวนทางศอฉ.ให้คงทั้ง 24 จังหวัด ยันสั่งตรวจสอบกรณีขังลืมทุกกรณี
(6ก.ค.) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14. 30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ผลการประชุมครม. เรื่องของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พรก.ฉุกเฉิน) ได้พิจารณาสถานการณ์ถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้ใช้หลักคิดที่ว่าพยายามเดินเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ว่าจากการรายงานเรื่องการเคลื่อนไหวที่ยังมีอยู่ พร้อมกับความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือในการดูแลให้บ้านเมืองมีความสงบ และมีเสถียรภาพอีกระยะ ครม.จึงมีมติที่จะขยายอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีก 90 วัน
ต้องเข้าใจว่า ครั้งแรกที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ไม่ได้ประกาศพร้อมกัน และครั้งนี้จึงประกาศว่าขยายระยะเวลาเท่ากัน ดังบางจังหวัดยังไม่ครบอายุ จึงประกาศไปแค่ ระยะ เวลา 90 วันก่อน ทั้งนี้มีจำนวน 5 จังหวัดที่ได้พิจารณา แล้วเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคงไว้ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1.จังหวัดน่าน 2.จังหวัดนครสวรรค์ 3. จังหวัดนครปฐม 4. จังหวัดกาฬสินและ 5. จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งเห็นว่าใน 5จังหวัดดังกล่าวมีสถานการณ์ที่เข้าสู่สภาวะ ปกติ และเจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดูแลได้
ส่วนเหตุผลที่มติครม.สวนทางกับศอฉ.ที่เสนอให้ครม.พิจารณาคงประกาศพรก.ใน 24 จังหวัด นายกฯ ว่า เป็นมุมมองของศอฉ.ยังกังวลว่ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่เกือบทุกจังหวัด แต่เราก็มีการพิจารณาในครม.และเห็นว่าจริงๆแล้วมันต้องมีความพยายามกลับไปใช้กลไกปกติ และจังหวัดที่คิดว่าน่าจะสามารถที่จะรับมือได้ พูดง่าย คือ 5 จังหวัดก็จะดำเนินการ แต่ถึงที่สุดแล้วหากใน 5 จังหวัดเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นมาก็สามารถประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินได้อีก
เมื่อถามว่าใน 19 จังหวัดที่ขยายพรก.ฉุกเฉินออกไปครม.ให้เหตุผลว่าอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงแล้วศอฉ.ก็อยากให้ขยายทั้งหมด เพราะว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานมีความเห็นที่จะสอดคล้องกัน แต่ว่าครม.ก็ได้มีการสอบถามว่าหากมีสภาพพื้นที่ไหนบ้างที่น่าจะเร่งคืนความเป็นระบบปกติเข้าไป ในที่สุดก็หยิบขึ้นมา 5 จังหวัด
เมื่อถามว่าการใช้พรก.ฉุกเฉินในตอนนี้มีเสียงสะท้อนว่ามีการขังลืมแนวร่วมนปช.ในบางพื้นที่ด้วย นายกฯ กล่าวว่า “เอ่อ. จริงๆแล้วการใช้มาตรการมันมีขอบเขตของกฎหมายอยู่ค่อนข้างชัดในเรื่องของระยะเวลาว่ากรณีที่มีการเรียกตัวมามันมีข้อจำกัดอยู่ครับ คงไม่สามารถที่จะไปทำแบบไม่มีกำหนดได้”
เมื่อถามว่าที่มีการออกมาร้องเรียนว่าที่จังหวัดกาญจนบุรีมีการขังลืมจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกกรณีจะต้องมีการตรวจสอบ เพราะว่าเวลานี้จะมีข่าวคราวเป็นระยะๆตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเกิดกรณีกับบุคคลนั้นบุคคลนี้ บางทีบอกว่าเป็นอาสาสมัครบ้างอะไรบ้าง บางทีก็พูดถึงการข่มขู่หรือไม่อย่างไร “ทุกกรณีที่เป็นข่าวผมให้มีการจตรวจสอบ”
เมื่อถามว่ามีข้อกังวลว่าอาจจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนในช่วงของการใช้พรก. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนี้สามารถใช้อำนาจโดยไม่มีขีดจำกัด ยกตัวอย่างเช่น การที่จะออกหมายจับก็ต้องไปขอศาลอย่างนี้เป็นต้น และขอบเขตมันก็จะกำหนดเอาไว้ชัด แล้วก็ที่ผ่านมาอย่างที่เรียนคือทุกกรณีที่มีปัญหาก็จะมีการตรวจสอบ ซึ่งศอฉ.ก็ระมัดระวังในเรื่องนี้



