ข่าว

ออกกม.คืนอาวุธสงครามปณิธานชี้ดึงจากปชช.

ออกกม.คืนอาวุธสงครามปณิธานชี้ดึงจากปชช.

06 ก.ค. 2553

ครม.ผ่านร่างกม.ให้ปชช.คืนอาวุธสงครามให้เจ้าหน้าที่โดยไม่มีความผิด เร่งส่งสภาพิจารณาเห็นชอบเปรียบนิรโทษกรรมอีกทาง ปณิธานชี้ดึงปืนจากมือประชาชน

เมื่อเวลา 14.30 น. 6 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบในหลักการกฎหมายเรื่องของการพี่น้องประชาชนคืนอาวุธปืนและอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด โดยไม่มีความผิด แต่ข้อกฎหมายดังกล่าวจะต้องเสนอผ่านสภาฯโดยจะให้มีผลเป็นเวลา 60 วันหลังจากประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งเปรียบเหมือนกับการนิรโทษกรรมผู้ที่ครอบครองอาวุธสงคราม เพื่อจูงให้นำอาวุธคืนแก่เจ้าหน้าที่

รบ.เร่งออกกม.คืนอาวุธสงครามปณิธานชี้ดึงจากปชช.

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม . ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงร่างพระราชกำหนดยกเว้นความผิดทางแพ่งและทางอาญาให้แก่ผู้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือที่กฎหมายห้ามออกใบอนุญาตมามอบให้แก่ราชการ พ . ศ … โดยเหตุผลความจำเป็นนั้นเพื่อเรียกอาวุธคืนจากมือประชาชน โดยอาวุธที่ต้องเรียกคืนมีหลายประเภท เช่น ปืน กระสุนปืน ระเบิด สิ่งเทียมอาวุธ หรือแม้กระทั่งประยัดยักษ์ เราขอเรียกคืนหมด และยังเป็นทางออกต่อคนที่ถูกนำอาวุธมาฝากไว้

 “การเรียกอาวุธคืนจากมือประชาชนเป็นหนึ่งในแนวทางการปรองดอง ที่เราเสนอให้บุคคลที่ครอบครองอาวุธนำมาคืนได้โดยไม่มีความผิด เพราะที่ผ่านมามีอาวุธของเจ้าหน้าที่จำนวนมาถูกผู้ชุมนุมนำไปใช้งาน และอีกส่วนผู้ที่ต้องการสร้างความรุนแรงไปหาซื้อมาจากแหล่งต่างๆ และยอมรับว่ามีความเป็นห่วงผู้ไม่หวังดีจะนำอาวุธดังกล่าวไปก่อเหตุซ้ำ จึงมีความจำเป็นต้องดึงอาวุธกลับคืนสู่ทางการ ” นายปณิธานกล่าว

 นายปณิธาน กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดและเนื้อหาการเรียกคืน ทั้งกลุ่มคนที่ครอบครอง ขบวนการคัดแยก ขั้นตอนวิธีการในการส่งมอบอาวุธ รวมถึงข้อกำหนดโทษ ต้องให้ทางรัฐสภาฯเป็นผู้พิจารณาว่าจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ดีที่ประชุม ครม . ได้หารือกันอย่างกว้างขวางว่ากฎหมายนี้ควรออกเป็นพระราชกำหนด(พรก . )หรือพระราชบัญญัติ(พรบ . )ในที่ประชุมก็เห็นพ้องควรออกเป็น พรบ . และที่ไม่ออกเป็นพรก . เพราะเกรงว่าจะไม่เข้าเงื่อนไขในการออกพรก . ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากถูกร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วพรก . เกิดไม่มีผลบังคับใช้ คนที่นำออกมาคนที่นำมาคืนอาจต้องได้รับโทษ คงไม่มีใครกล้านำอาวุธส่งคืนทางการแน่นอน ทั้งนี้นายกฯกำชับว่าเมื่อมีการเปิดสภาฯขอให้มีการพิจารณาร่างดังกล่าวโดยเร่งด่วน

 นายปณิธาน  กล่าวถึงกรณีรัฐบาลกัมพูชาส่งผู้ต้องสงสัยวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยให้ทางการไทย ว่า บรรยากาศบางเรื่องอาจยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ในพัฒนาการโดยรวมเริ่มเป็นบวก ซึ่งเห็นได้จากการจับกุมผู้ต้องสงสัยกลับมา ในหลักการก็ต้องเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆก่อนเพื่อไต่ระดับไปสู่เรื่องที่ใหญ่กว่าให้เข้าถึงตัวการที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งทางการไทยหวังว่าผลจากการจับกุม ผู้ต้องสงสัยที่เป็นข่าว หวังจะให้เป็นกุญแจนำไปสู่การไขประตู

 “ การจะทุบทำลายประตูที่เข้มแข็งต้องเริ่มจากเราต้องมีกุญแจก่อน หวังว่าผลการจับกุมครั้งนี้ จะนำไปสู่ตัวใหญ่ในขบวนการ หรือผู้ต้องสงสัยที่เราสงสัยอยู่แต่ยังไม่มีหลักฐานเพื่อให้สาวไปถึงขบวนการใหญ่ และหวังว่าจะได้เห็นถึงเส้นทางการหลบหนี เปรียบเหมือนคดีใหญ่ๆที่ต้องจับพ่อครัว หรือเมียน้อยก่อนที่จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ ส่วนผู้ต้องสงสัยตัวใหญ่ๆขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่ายังพำนักในประเทศกัมพูชาหรือไม่ ที่ออกมาเป็นเพียงข่าวแต่ยังไม่มีใครยืนยันได้ ”

 เมื่อถามว่าเป็นการตัดตอนกันเองอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่น่าใช่ น่าจะเป็นการประมาทและคุ้นเคยกับที่เรายังไม่ได้ประกาศใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แต่เรื่องนี้ยังสลับซับซ้อน ว่าจะเกี่ยวโยงไปถึงใครบ้างต้องรอถึงผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ แต่มันก็ทำให้เราเห็น พิมพ์เขียวถึงเครือข่าย ขบวนการอันที่จะนำไปสู่การสร้างความรุนแรง จากการจับกุมต่อไปจะเห็นเป็นเครือข่ายที่ขัดขึ้น และในวันเดียวกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯได้รายงานต่อที่ประชุม ครม . ถึง เครือข่ายความเชื่อมโยงแต่ละพื้นที่