ข่าว

ครม.เห็นชอบ"ประสาร"นั่งผู้ว่าการธปท.คนใหม่แล้ว

ครม.เห็นชอบ"ประสาร"นั่งผู้ว่าการธปท.คนใหม่แล้ว

06 ก.ค. 2553

ครม.เห็นชอบ "ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" นั่งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ตามที่"กรณ์"เสนอ "อภิสิทธิ์"เผยอยากให้ลงมาช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น ยอมรับเป็นคนมีประสบการณ์ทั้งด้าน ธปท.และก.ล.ต.

(6ก.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาเลือกนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในแวดวงธุรกิจ เป็นที่ยอมรับของสังคม และยังเคยทำงานที่ ธปท. เป็นเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการทำหน้าที่ควบคุมตลาดทุน และยังเป็นผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ทุกด้านเหมาะที่จะเป็นผู้ว่าการ แบงก์ชาติคนใหม่

ทั้งนี้ จึงได้ฝากให้ช่วยปกป้องดูแลเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ดูแลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างทั่วถึง เพราะขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาเงินนอกระบบที่สำคัญต้องควบคุมธนาคารพาณิชย์ไม่ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ค่าธรรมเนียมสูงเกินไป แต่ให้มีกำไรเพียงพอในการรักษาระบบสถาบันการเงินมีความเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ธปท.ต้องเป็นผู้ที่มีความอิสระ เพราะบทบาทหน้าที่แบงก์ชาติกับนักการเมืองแตกต่างกัน ผู้ว่าต้องทนแรงเสียดทานจากความต้องการของนักการเมืองในการออกมาตรการระยะสั้น เพื่อดูแลเศรษฐกิจและชาวบ้าน ขณะที่แบงก์ชาติต้องคำนึงถึงผลระยะยาวในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงต้องมีผู้มาถ่วงดุลกับนักการเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างธุรกิจการเงินการคลัง เช่น ปัญหาส่วนต่างดอกเบี้ย จนไปถึงการส่งเสริมให้มีการแข่งขันด้านบริการ"

ทั้งนี้ ยอมรับว่า นายประสาร  มีประสบการณ์ไม่เฉพาะงานทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่มีประสบการณ์งาน ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาได้รับรับการยอมรับจากทั้งสองแห่ง
นายกรัฐมนตรี หวังว่าการทำงานต่อไปจะดำรงความเป็นอิสระ ซึ่งมีภารกิจที่สำคัญคือการรักษาเสถียรภาพของระบบ รวมถึงสามารถถ่วงดุลฝ่ายการเมือง ทางด้านนโยบายการเงินการคลังได้

นายวรภัค ธันยาวงษ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า นายประสาร  มีความเหมาะสมกับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) เพราะเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจทั้งตลาดเงินและตลาดทุน เคยทำงานในธนาคารแห่งประเทศไทย และเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ซึ่งจะช่วยทำให้การพัฒนาด้านการเงินมีมากขึ้น

“ดร.ประสาร มีความเป็นมืออาชีพ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มั่นใจว่าการเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่า ธปท. จะเป็นผลดี ไม่น่าจะมีประเด็นเรื่องการทับซ้อนด้านผลประโยชน์” นายวรภัค กล่าว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ธปท.มีการวางรากฐานดี ปัญหาเฉพาะหน้าจึงไม่มีมากนัก นโยบายแรกที่ผู้ว่า ธปท.คนใหม่ต้องตัดสินใจคือ นโยบายอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น เติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังต้องจับตามองว่าจะเติบโตจริงหรือไม่ ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐ และยุโรป ยังไม่ชะลอตัวมากนัก ดังนั้น การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ จึงเป็นเรื่องแรกที่ผู้ว่าการ ธปท. ต้องตัดสินใจ

"ธาริษา"มั่นใจ"ประสาร"ไม่มีขัดแย้งผลประโยชน์

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า นายประสาร ถือเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย และยังเคยเป็นนายธนาคารมาก่อน จึงน่าจะทำประโยชน์ให้กับ ธปท. ได้อย่างมาก

“การที่เคยเป็นนายแบงก์มาก่อน ก็ถือเป็นเรื่องของประสบการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาเวลาที่แบงก์ชาติทำนโยบาย เราก็มีการพูดคุยหารือกับนายแบงก์ก่อน เพราะการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องมีที่มาที่ไป แต่นั่นก็เป็นเพียงการปรึกษา ไม่ได้เป็นประสบการณ์จริง ซึ่งคนจากแบงก์พาณิชย์เขาจะเห็นภาพจากประสบการณ์จริงตรงนั้น”นางธาริษากล่าว

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้น นางธาริษา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึงกัน จึงเชื่อว่า นายประสาร น่าจะระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และที่สำคัญปัจจุบันเองทางสังคมก็มีกระบวนการติดตามดูแลและตรวจสอบที่ดี จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะมีประเด็นใดที่น่าเป็นห่วง

นอกจากนี้กระบวนการคัดเลือกก็เป็นไปอย่างโปร่งใส มีที่มาที่ไปซึ่งสามารถอธิบายได้ เนื่องจากเป็นการคัดเลือกโดยคณะกรรมการ ต่างจากอดีตที่ รมว.คลัง เป็นผู้แต่งตั้งโดยตรง ดังนั้นในส่วนของกระบวนการคัดเลือกจึงไม่คิดว่ามีประเด็นเรื่องความไม่เป็นอิสระเกิดขึ้น

ส่วนการสานต่องานของผู้ว่าการธปท.คนใหม่นั้น นางธาริษา กล่าวว่า ไม่มีประเด็นใดที่น่าห่วง เพราะในเรื่องของภารกิจทั่วไปของ ธปท. ยังไงก็ต้องดำเนินการต่ออยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องของการดำเนินนโยบายการเงินนั้น ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า ปัญหาในขณะนี้คืออะไร ดังนั้นโจทย์การดำเนินนโยบายในส่วนของการเงินจึงชัดเจนอยู่แล้ว

สำหรับในเรื่องของระบบการชำระเงินนั้น ที่ผ่านมา ธปท. ได้ตั้งโจทย์ไว้ว่าควรสนับสนุนให้ผู้ใช้บริการหันไปใช้สื่อประเภทอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ดังนั้นโจทย์ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เพียงแต่ยังมีประเด็นต่างๆ ที่ต้องทำและผลักดันไปอย่างต่อเนื่อง

“ไม่มีประเด็นใดที่น่าห่วง เพราะภารกิจของ ธปท.ยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งโจทย์ทุกอย่างมันมีอยู่แล้ว ก็ต้องทำให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญสำหรับผู้ว่าคนใหม่ คือ ต้องยืนให้ตรง ยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และเท้าต้องติดดิน”นางธาริษากล่าว