
รับรอง"ก่อแก้ว"ผู้สมัครเลือกซ่อมส.ส.กทม.แล้ว
ผอ.กต.เขต6รับรอง"ก่อแก้ว"ผู้สมัครเลือกซ่อมส.ส.กทม.แล้ว กกต. ออกตัวเลือกแนวปลอดภัยรับเป็นผู้สมัครไว้ก่อน แต่หากพบหลักฐานก็ยื่นขอเพิกถอนภายหลัง แถมหากขาดคุณสมบัติจริงหน.พรรค และคนสมัครเจอฟันอาญา ฐานรู้แล้วว่าไม่มีสิทธิแต่ยังสมัคร พท. ยัน "ก่อแก้ว" คุณสมบัติ
(6ก.ค.) จากกรณีที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติการสมัครของ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 6 กทม. เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะถูกคุมขัง จากข้อกล่าวหาก่อการร้าย ทำให้ขัดข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ข้อที่ 10 ,13 และข้อ 15 ส่งผลให้นายก่อแก้วเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ครบ 90 วันจนถึงวันเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ( 3 )
รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของกกต.เมื่อได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมือง มีหน้าที่หาข้อเท็จจริง โดยให้นายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทยทำการชี้แจงถึงการพ้นสมาชิกภาพจากสมาชิกพรรค และต้องมาตีความข้อบังคับพรรคว่านายก่อแก้วพ้นจากสมาชิกภาพสมาชิกพรรคจริงหรือไม่
แต่ในส่วนการประกาศให้นายก่อแก้วเป็นผู้สมัครหรือไม่นั้นกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจเด็ดขาดผอ.กต.เขต 6 เป็นผู้วินิจฉัย ซึ่งตามขั้นตอนแล้วหากผอ.กต.พิจารณาแล้วไม่ประกาศ นายก่อแก้วก็สามารถร้องต่อศาลฎีกาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัคร แต่ถ้าผอ.กต.เขต ประกาศรับให้เป็นผู้สมัครแล้ว ต่อมาพบว่านายก่อแก้วขาดคุณสมบัติ ผอ.กต.เขต ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้เพิกถอนการสมัครได้ ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน
แหล่งข่าวจากกกต.ให้ความเห็นว่า กรณีดังกล่าวถ้าพิจารณาข้อบังคับพรรคเพื่อไทยในข้อ 13 ประกอบข้อ 10 ( 5 ) ที่ระบุ ว่าสมาชิกภาพสมาชิกพรรคสิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้ามีการตีความในกรณีต้องคุมขังโดยหมายของศาลไม่น่าจะมีปัญหา เพราะต้องล้อตามรัฐธรรมนูญที่มีความหมายว่า จำเป็นต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ที่อาจเป็นปัญหาที่ต้องตีความคือในส่วนที่ระบุว่า “ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ” ตรงนี้จะถือว่า การที่นายก่อแก้วถูกควบคุมตัวโดยคำสั่งของศาลนั้นจะถือว่าเป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย และมีผลเข้าข่ายต้องพ้นสมาชิกภาพสมาชิกพรรคหรือไม่
ส่วนที่จะมีปัญหาที่ต้องตีความต่อมาคือ ( 6 ) ที่เขียนว่า ต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ เมื่อไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 100 ( 3 ) กำหนดว่า ห้ามบุคคลที่ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสิทธิตาม ( 6 ) นี้จะมีขึ้นในวันเลือกตั้งเท่านั้น แต่ขณะนี้ยังไม่ถือว่าเป็นวันเลือกตั้ง ดังนั้นจะถือว่าขณะนี้นายก่อแก้วยังไม่เสียสิทธิการเป็นสมาชิกพรรคจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งหรือไม่ และถ้าหากในวันเลือกตั้งศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวให้นายก่อแก้วออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้ ก็จะถือว่าไม่เป็นผู้เสียสิทธิตามข้องบังคับพรรคหรือไม่
“กรณีนี้ถ้าจะให้ปลอดภัยกับกกต.มากที่สุด ผอ.กต.เขตก็น่าจะประกาศให้นายก่อแก้วเป็นผู้สมัครไปก่อน เพราะการจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ส่วนหนึ่งจะต้องใช้เวลา หากกกต.ไปตัดสิทธิการสมัครก่อนโดยไม่ประกาศ แล้วต่อมามีการร้องคัดค้านและศาลเห็นแย้งก็อาจจะถูกฟ้องได้ ว่าเอาหลักฐานใดมาประกอบการตัดสินและตีความ แต่หากผอ.เขต.ประกาศรับให้เป็นผู้สมัครไปก่อนแล้วพบหลักฐานว่าขาดคุณสมบัติจริง ก็สามารถยืนร้องขอเพิกถอนการเป็นผู้สมัครนายก่อแก้วได้ ซึ่งจะถือว่าการประกาศไปก่อนเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่สามารรถฟ้องร้องได้ “ แหล่งข่าวกล่าว
นอกจากนี้ ถ้าหากศาลมีคำวินิจฉัยเพิกถอนการเป็นผู้สมัครของนายก่อแก้วตามที่กกต.ร้อง ก็จะทำให้เป็นหลักฐานให้นายทะเบียนสามารถนำมาดำเนินการ เอาผิดทางอาญากับนายก่อแก้ว และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ลงนามรับรองให้เป็นผู้สมัครตามมาตรา 139 พ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.ส.ว. ที่บัญญัติ ว่าผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังฝ่าฝืน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 1 หมื่นถึง 2 แสน และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
พท.ยัน"ก่อแก้ว"คุณสมบัติครบ
ที่พรรคเพื่อไทย นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ทนายกลุ่มพันธมิตรฯและพรรคการเมืองใหม่ ร้องต่อกกต.ให้วินิจฉัยว่านายก่อแก้วขาดคุณสมบัติ เนื่องจากพ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามข้อกำหนดของพรรคเพื่อไทย ที่กำหนดให้บุคคลที่ต้องคุมขังด้วยหมายศาลหรือโดยคำสั่งโดยชอบตามกฎหมายต้องพ้นสภาพสมาชิก ทำให้นายก่อแก้วสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไม่เกิน 90 วัน ว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเขียนตามที่พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ออกโดยสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่ทำขึ้นหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. โดยกำหนดคุณสมบัติสมาชิกพรรคการเมือง และให้ทุกพรรคการเมืองกำหนดตามแนวทางดังกล่าว แต่หากพิจารณาตามผลปฏิบัติ จะต้องไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 (4) ที่กำหนดให้บุคคลที่ต้องขังตามหมายศาล หรือคำสั่งโดยชอบตามกฎหมาย ห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือห้ามลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ตัดสิทธิ์ในการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ที่จะปกป้องบุคคลที่ถูกอำนาจรัฐกลั่นแกล้ง ดังนั้นเมื่อนายก่อแก้ว ไม่ถูกตัดสิทธิ์การเป็นผู้สมัคร ก็แสดงว่ารัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิ์ไว้แล้ว และแสดงให้เห็นว่าบทบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของสมาชิกพรรคการเมืองในพ.ร.บ.พรรคการเมือง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงบังคับใช้ไม่ได้
“กฎหมาย หรือบทบัญญัติใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่มีผลในการบังคับใช้ เมื่อรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ในฐานะผู้สมัครของประชาชนชาวไทย แต่พ.ร.บ.พรรคการเมืองกลับบอกว่าต้องพ้นสภาพสมาชิกพรรค แล้วการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแสดงว่าไม่เป็นผล ซึ่งผิดหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด อะไรที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญย่อมไม่มีการบังคับใช้ และแสดงให้เห็นถึงความชุ่ยของสนช.ที่ออกกฎหมายที่ขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญ” นายกมล กล่าว
นายกมล กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกกต.ที่รับเรื่องร้องคัดค้านคุณสมบัตินี้ไป ก็ต้องพิจารณาดูว่าผู้ร้องเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่ เป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนในเขตเลือกตั้งดังกล่าว หรือเป็นผู้สมัครในเขตนั้นหรือไม่ แล้วมีสิทธิร้องหรือไม่ แต่หากกกต.มีมติว่านายก่อแก้วขาดคุณสมบัติ พรรคเพื่อไทยก็จะร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แล้วหากศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยไม่ได้ เนื่องจากเกี่ยวพันกับการตีความรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
ผอ.กต.เขต6รับรองก่อแก้วผู้สมัครเลือกซ่อมส.ส.กทม.แล้ว
ล่าสุดนายมนัส ปสาทรัตน์ ผอ.กต.เขต 6 กล่าวว่า หลังจากที่ปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 ไปเมื่อวันที่ 2 ก.ค.นั้น ขณะนี้เบื้องต้นได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทั้ง 6 คนแล้ว ทุกคนมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ส่วนที่มีผู้ร้องให้ตรวจสอคุณสมบัติเพราะอาจจะขาดความเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากถูกจำคุกโดยหมายของศาล นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย กับนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ต้องพิจารณา โดยทางพรรคต้องแจ้งไปยังนายทะเบียนพรรคการเมือง แล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะแจ้งมายังตนให้รับทราบ แต่ในชั้นนี้ได้ตรวจสอบแล้ว โดย ณ เวลานี้ยังถือว่านายก่อแก้ว มีคุณสมบัติครบถ้วนในการสมัครลงรับเลือกตั้ง ก็ต้องประกาศให้นายก่อแก้วได้เป็นผู้สมัครเพื่อไปหาเสียง แต่หากมีหลักฐานใดที่บอกว่านายก่อแก้วขาดคุณสมบัติเราก็สามารถที่จะร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้เพิกถอนการสมัครได้ในภายหลัง
ขณะนายประเทือง โฉมงาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ( ผอ.กต.กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างกกต.กทม.กับผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 ถึงการจัดเวทีกลางเพื่อปราศรัยหาเสียงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกับผู้สมัครและตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองวันเดียวกันนี้ที่สำนักงานเขตคลองสามวาโดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่ากกต.จะจัดเวทีกลางเพื่อให้บรรดาผู้สมัครจาก 6 พรรคการเมือง ได้ปราศรัยหาเสียงในพื้นที่เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 โดยจะเปิดเวทีกลางให้ปราศรัยตั้งแต่เวลา 17.00 - 20.00 น. หากผู้สมัครมาก่อนเวลา 17.00 น.ทางกกต.กทม.จะให้จับสลากว่าผู้สมัครรายใดจะขึ้นก่อนและหลังตามลำดับ โดยจะให้ใช้เวลาในการปราศรัยคนละ 30 นาที ทั้งนี้มีกติการ่วมกันว่าผู้สมัครหรือผู้แทนจะขึ้นเวทีปราศรัยจะขึ้นได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนกรณีของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครหมายเลข 4 จากพรรคเพื่อไทยทางพรรคเพื่อไทยได้บอกว่ากับที่ประชุมว่าจะส่งตัวแทนขึ้นปราศรัยแทน
นายประเทืองกล่าวว่า การตั้งเวทีกลางของ กกต.ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 10 ก.ค.ที่เขตบึงกุ่ม บริเวณสวนเสรีไทย วันที่ 12 กรกฎาคมเขตหนองจอก ที่สวนสาธารณะหนองจอก ข้างห้างคาร์ฟูร์ วันที่ 14 กรกฎาคมที่เขตคลองสามวา บริเวณวิทยาลัยการท่องเที่ยว และวันที่ 16 กรกฎาคมที่เขตคันนายาว ข้างห้างสรรพสินค้าแฟร์ชั่นไอส์แลนด์ ทั้งนี้การจัดเวทีกลางก็จะมีการคุ้มเข้มของกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจการรักษาความปลอดภัยพื้นที่การปราศรัยอย่างเข้มงวด



