ข่าว

สั่งขยายผลตามแกนนำเสื้อแดงซุกเขมร

สั่งขยายผลตามแกนนำเสื้อแดงซุกเขมร

07 ก.ค. 2553

นายกฯสั่งขยายผลติดตามแกนนำเสื้อแดงที่เขมร หลัง"อ้อ-อ้าย"พบทั้งดีเจอ้อมและพายัพที่เสียมราฐ ขณะที่ทหารพรานอรัญฯ-ตม.สระแก้วตรวจสอบไม่พบประวัติ"พายัพ-ดีเจอ้อม"เดินทางออกไปเขมร "ปัญญา" เผย"อ้อ-อ้าย"รับซื้อรถเข็นให้มือบึ้มภท.

เมื่อเวลา 14. 30 น. วันที่ 6 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. ถึงกรณีที่ 2 ผู้ต้องหาคดีจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย คือ นายกอบชัย บุญปลอด(อ้าย) และ น.ส.วริศรียา บุญสม(อ้อ) ระบุช่วงที่อยู่ประเทศกัมพูชาได้พบกับนางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม และนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เรื่องนี้ก็ต้องมีการขยายผลติดตาม และเป็นการชี้ให้เห็นอีกครั้งว่าข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในส่วนของแกนนำเสื้อแดง ก็จะไม่พูดตรง

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลไทยจะทำเรื่องขอตัวผู้ต้องหาคือนายพายัพและดีเจอ้อมไปเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงให้ทางเจ้าหน้าทีได้รายละเอียดพอสมควรก่อนถึงจะดำเนินการได้ เมื่อถามว่าตอนนี้มีรายงานหรือไม่ว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ในกัมพูชากี่คน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีแต่ที่พาดพิงถึงซึ่งการขยายผลนั้นก็ดำเนินการอยู่ อีกทั้งก็มีข่าวจากฝ่ายอื่นๆด้วยที่ต้องนำมาประกอบกันและจะขอความร่วมมือกับ ทางกัมพูชาไปด้วย

 เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ได้ขอบคุณในความร่วมมือไปแล้ว และเราก็จะแสวงหาความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อไป เมื่อถามว่ากรพบนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เมื่อวานนี้ที่บ้านพิษณุโลกเมื่อเย็นวานนี้มีการคุยถึงเรื่องการจับอ้อและอ้ายหรือไม่ ซึ่งนายกฯไม่ตอบคำถามและฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนออกไปทันที

ทหารสอบไม่พบ"พายัพ-ดีเจอ้อม"เดินทางไปเขมร

เช้าวันนี้ที่ 6 ก.ค. 53 ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงมีนักพนันและนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ผ่านด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อย่างต่อเนื่อง และ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพาร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก พ.ต.ต.ธัชชัย ทิพเนตร สว.ตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว และ นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ยังคงนำกำลังตั้งจุดตรวจค้น บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ 

 เพื่อตรวจค้นการลักลอบขนอาวุธสงครามเข้าประเทศและสกัดกั้นแกนนำ นปช.ที่หลบหนีหมายจับเดินทางออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด ท่ามกลางกระแสข่าวลือจากฝั่งปอยเปต และตลาดโรงเกลือ กรณีข่าว ตร.กัมพูชา  นายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย,น.ส.วริศรียา  บุญสม หรืออ้อ สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาครอบครองและใช้วัตถุระเบิดร่วมกัน ทำให้เกิดระเบิดใกล้พรรคภูมิใจไทย ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ส่งกลับประเทศไทย ข้อหาก่อการร้าย และยังมีแกนนำ นปช.ที่หลบหนีหมายจับอยู่ที่ จ.เสียมราฐ อีกหลายคนแต่ไม่ถูกจับด้วยนั้น

 ร.อ.ชาญ จึงประสานกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว ทำการตรวจสอบประวัติการเดินทางของ นายพายัพ ปั้นเกตุ ,นางกัญญาภัทร มณีจักรหรือดีเจอ้อม และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่ม นปช.ที่ยังหลบหนีหมายจับ ที่นางอ้อ และ นายอ้าย อ้างว่าพบอยู่ที่โรงแรมซิตี้ อังกอร์ ใน จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชาด้วย

 พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีประวัติการเดินทางออกไปกัมพูชา ของนายพายัพ นายจรัล  มีเพียงนางกัญญาภัทร ซึ่งมีประวัติเดินทางออกไปกัมพูชาผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 52 และเดินทางกลับเข้ามาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 52 และยังไม่มีประวัติการเดินทางออกไปกัมพูชา คาดว่าทั้ง 3 คน ได้ใช้วิธีการลักลอบเดินทางออกไปกัมพูชา โดยไม่ได้ลักลอบเดินทางออกไปทางชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว แน่นอน

 ส่วนทางด้านนักพนันชาวไทยที่เดินทางเข้าไปเสี่ยงโชคในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่ารัฐบาลกัมพูชาเล่นเกมส์ตัดตอนเพื่อไม่ให้กระทบแกนนำ นปช.ที่ยังกลบดานอยู่ในฝั่งกัมพูชา โดย เสี่ยมี (ขอสงวนนาม) อายุ 46 ปี ชาว จ.นนทบุรี ซึ่งเดินทางมาเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต อ้างว่า นักพนันด้วยกันเชื่อว่าการที่รัฐบาลกัมพูชาจับกุมนางอ้อ และนายอ้าย เพียง 2 คน ส่งกลับไทยนั้น เพื่อเป็นการตัดตอนไม่ให้พัวพันและสาวไปถึงแกนนำ นปช.คนอื่น เช่น นายอริสมันต์ (กี้)พงษ์เรืองรอง ,นายสุภรณ์ (แรมโบ้) อัตถาวงศ์ ,นายพายัพ และ นายจรัล ที่เชื่อว่ายังกลบดานอยู่ในฝั่งกัมพูชา

 สาเหตุเนื่องจากนางอ้อและนายอ้าย ได้ใช้พาสปอร์ตเดินทางออไปกัมพูชาอย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงมีหลักฐานชัดเจนว่าอยู่ในประเทศกัมพูชา ดังนั้นกัมพูชาจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงจำเป็นต้องจับส่งไทย ส่วนคนอื่นๆนั้นใช้วิธีการลักลอบเข้าเขมรไม่มีหลักฐาน กัมพูชาจึงสามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีแกนนำ นปช.อยู่ในเขมร แต่เมื่อนางอ้อและนายอ้าย ถูกจับส่งไทยแล้วยืนยันว่า นายพายัพ และดีเจอ้อม อยู่ที่ จ.เสียมราฐ ด้วยนั้น แต่ไม่ถูกทางการกัมพูชาจับ ทั้งๆที่ใช้วิธีการลักลอบเข้าเมือง จึงทำให้เชื่อว่าเรื่องนี้มีการเล่นละคร เพื่อตัดตอน ไม่ให้พัวพันถึงแกนนำคนอื่นๆว่าหลบอยู่ในกัมพูชา

 ด้านนายกิม เมย อายุ 51 ปี พ่อค้าชาวกัมพูชาในตลาดโรงเกลือ กล่าวว่าการที่รัฐบาลกัมพูชาจับกุม 2 คนไทย ที่หลบหนีไปกัมพูชาข้อหาก่อการร้ายหรือจ้างวานวางระเบิดพรรคการเมืองของไทยนั้น ถือว่าเป็นสิ่งดีที่จะทำให้ความสัมพันธุ์ของสองประเทศกลับมาดีเหมือนเดิม และกัมพูชาก็จะได้ไม่ต้องถูกคนไทยกล่าวหาว่าช่วยผู้ร้าย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นรัฐบาลกัมพูชาควรจับกุมผู้ก่อการร้ายที่ถูกไทยออกหมายจับแล้วหลบหนีเข้ากัมพูชา ควรจะจับส่งไทยให้หมด เพื่อไม่ให้กัมพูชาถูกโจมตีจากคนไทยอีก ว่าให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ร้ายจากไทย

ปัญญาเผยอ้อ-อ้ายรับซื้อรถเข็นให้มือบึ้มภท.

พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) กล่าวถึงการเดินทางไปรับตัว นายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย,น.ส.วริศรียา  บุญสม หรืออ้อ สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาครอบครองและใช้วัตถุระเบิดร่วมกัน ทำให้เกิดระเบิดส่งผลให้ผู้อื่นได้รับอันตรายและทรัพย์สินเสียหาย พกพาวัตถุระเบิดในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ประเทศกัมพูชาจับกุมตัวส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ให้ที่พักพิงผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อนหน้านี้จริง

 "แต่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันทำระเบิดเพื่อนำไปวางที่พรรคภูมิใจไทย แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ซื้อรถเข็นขายเงาะให้กับกลุ่มผู้ต้องหา อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาการซ์ออุปกรณ์การทำระเบิด รวมถึงเช็คเบอร์โทรศัพท์ของผู้ต้องหาต่อไปว่ามีการติดต่อกับบุคคลใดบ้าง" พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวและว่า

 กรณีที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าการที่ถูกจับกุมครั้งนี้เพราะถูกหักหลังนั้นซึ่งผู้ต้องหาก็ยังให้การไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้หักหลัง เพราะก่อนถูกจับมีคนโทรศัพท์ให้ลงมาพบแกนนำเสื้อแดง ที่ล๊อบบี้ของโรงแรมในอ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อลงมาแล้วถูกเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาจับกุม